การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร PDF Free Download

1 / 181
0 views181 pages

การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร PDF Free Download

การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร PDF free Download. Think more deeply and widely.

การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสที่มีความสัมพันธกับ
ความสัมพันธอันดีและความภักดีตอตราินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
ิพธ
มาธิ เรือิง
เสนอตอบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเปนสวนหนึ่งของการศึกษา
ตามหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตาขาวิชาการตลาด
มิถุนายน 2555
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสที่มีความสัมพันธกับ
ความสัมพันธอันดีและความภักดีตอตราินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
ิพธ
มาธิ เรือิง
เสนอตอบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเปนสวนหนึ่งของการศึกษา
ตามหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตาขาวิชาการตลาด
มิถุนายน 2555
ลิขสิทธิ์เปนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสที่มีความสัมพันธกับ
ความสัมพันธอันดีและความภักดีตอตราินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
ัดอ
มาธิ เรือิง
เสนอตอบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเปนสวนหนึ่งของการศึกษา
ตามหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตาขาวิชาการตลาด
มิถุนายน 2555
สมาธิ เรืองสิงห. (2555). การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของาแารบัคสที่มี
สัพัธกัสัพัธอัดีภัดีตสิคาขูริ
รุ. นิธ .. (ก). รุ: บัฑิวิลั
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธ: รศ.ดร.ณักษ กุลิสร
การวิจัยครั้งนี้มีความมุงหมายเพื่อศึกษาการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลน
ของกาแฟสตารบัคสที่มีความสัมพันธกับความสัมพันธอันดีและความภักดีตอตราสินคาของผูบริภค
ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งตัวแปรอิสระประกอบไปดวย 2 ัวแป ดแก ัวปรดาลักษส
บุคคลของผูบริโภคประกอบดวย เพศ อายุ ระดับการศึกษสูสุาชียไดเฉลี่ยตเดือน แล
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุด และตัวแปรดานการบริารานลูคาสัมพัธ
บนสื่อสังคมอลนขบัคัวมปว 2 ัว ดแก ตัวแปรดาน
ความสัมพั ู ภักดีตอตาสินค
สตารบัคสของูบิโ
กลุมัวี่ั้ี้ ูี่ารบัคสใขต
กรุงเทพมหานละเปนูที่ใและเคสื่อังมอลนขบัคใน 1 ปที่ผานมา ซึ่ง
มีจํานวน 385 ศึกิจัยั้งี้ไใแมเปนเคื่อมือขอมูยมีถิติ
ที่ใชในการวิเคแมถี่ อละ าลี่ ี่ ารวิเาะหวาม
ตช ถิสัพัธ
สหสัมพันธแบเพียสันมคมพิวเตสําเร็จูปิเค
ลจ ู มี 20-29 ป มีดั
การศึกษาสูงสุดับิญมีอีพเปนักิษัทเอ/า/ัฐวิสาหกิจ มีรายได
ลี่ดื่ํ 15,000 มี www.facebook.com/
Starbucks Thailand มาี่สุด
ผูบริโวมีคมคิดเห็นอิหลูกาัมพันธบื่ังคมออนไนของ
กาแฟสตารบัคสโดยรวมอยูในระดับดี เมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวผูริโคมีวามคิเห็ดาน
การับฟสียงขอผูบริโภ ดานการรขอมูปอนลับดานหบริแบนึ่ตอหนึ่ง ด
มาตรฐานการใหบริการความจริงใจและความโปรงใส และดานโปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัยอยู
ในระดับดี สวนในดานความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใสลูกคา และดานความเาใสขอมู
รายละเอียดของลูกคาอยูในระดับปานกลาง
ผูบริโภคสวนใหญมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟตารบัคสและผูริโคโยรมอยูใ
ระดับดี
ผูบริโภคสวนใหญมีความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสโดยรวมอยูในระดับมาก
ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา
1. ผูบริโภคที่มีอายุแตกตางกันมีความสัมพันธอันดีวางแฟารบัคสแผูบริภค
แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และผูบริโภคที่มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนแตกตางกัน
มีความสัมพันธอันดีระวางาแฟสารบัสแลผูบริคแตางกัยามีนัยสําคัางถิติที่
ระดับ 0.01
2. การบริหารงานลูกคาัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนลนของกาแฟรบัคสดยวม
มีคสัพัธกับวาสัมพันธอัดีะหวาาแารบัสูบริโภคทิศทางเดีวกัที่
ะดัานาง อยางมีนัยสําคัญถิติที่ระดั 0.01 ละมื่อพิาราเปนยดานแลพบวา
ดาารรับฟสีขอผูบริภค ดารรัขอมูปลับ ดานาตรฐานารหริาร
จริงใจและความโปรงใส และดานโปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตยมีความสัมพันธกับความสัมพันธ
อันดีระหวางกบัคและูบิโิศทเดียัน ี่รับลา างมีนัยสําคัญทาง
สถิติที่ระดับ 0.01 วาบิกึ่ึ่ ม่ํารดูแลอาส
ลูกคา แะดมูลูมีธวามสัมพัธอันดี
ระหวางกาแฟู ี่่ํ างมีนัยสําคัญ
สถิติที่ระดับ 0.01
3. มสัมพันธอันีราบัคและูบิโมีคมสัมพันธกับความภักดีต
ตราสินคาของูบิโิศทเดียัน ี่รับอาูง ามีนัยําัญงสถิติที่ระดับ 0.01
CUSTOMER RELATIONSHIP MANAGEMENT ON SOCIAL MEDIA OF STARBUCKS
COFFEE RELATING TO A GOOD RELATIONSHIP WITH CONSUMER AND
CONSUMER’S BRAND LOYALTY IN BANGKOK METROPOLIS AREA.
AN ABSTRACT
BY
SAMATHI RUENGSINGHA
Presented in Partial Fulfillment of the Requirements for the
Master of Business Administration Degree in Marketing
at Srinakharinwirot University
June 2012
Samathi Ruengsingha. (2012). Customer Relationship Management on Social media of
Starbucks coffee relating to a good relationship with consumer and consumer’s
brand loyalty in Bangkok metropolis area. Master’s Project, M.B.A. (Marketing).
Bangkok. Graduate School of Srinakharinwirot University. Project Advisor:
Assoc. Prof. Nak Gulid, Ph.D.
The objective of this research is to study Customer Relationship Management on
Social media of Starbucks coffee relating to a good relationship with consumer and
consumer’s brand loyalty in Bangkok metropolis. Independent variables including two
variables were the personal characteristics of consumers including gender, age, highest
education level, occupation, average monthly income, the most usage of Starbuck’s social
media and Customer Relationship Management on social media of Starbucks coffee.
Dependent variables including two variables were a good relationship with consumer and
consumer’s brand loyalty.
The samples in this research are 385 persons of Starbucks coffee’s customers
who have been using Starbucks social media in 1 year ago. The questionnaire was used to
collect data. The statistical methods to analyze the data were frequency, percentages,
mean and standard deviation. The statistical methods to analyzing the differentiated
between two or more variables were Independent Sample t-test and one-way analysis of
variance. The statistical methods to analyzing the relationship between two variables were
pearson product moment correlation coefficient. The statistical data analyzed by using
computer program.
The study results revealed that most of respondent are females in the aged of
group of 20-29 years old, bachelors degree graduated, and working in a private companies,
government employee or state enterprise employee. They have an average monthly income
below or equal to Baht 15,000 and the most usage of Starbuck’s social media is
www.facebook.com/StarbucksThailand.
Most of respondents have a good level of opinion of customer relationship
management on Social media of Starbucks coffee in term of listening to the voice of
consumer, the receiving feedback, the one-by-one services, Standard of service, sincerity
and transparency and Loyalty program. Consumers have a moderate level of opinion of
care and attention to customer and the attention to customer’s detail.
Most of respondents have a good level and opinion of a good relationship with
Starbucks coffee.
Most of respondents have a high level of opinion of brand loyalty.
The results of hypotheses testing are as follows:
1. Consumers with a different age have different good relationship with Starbucks
coffee at the statistical significant level of 0.05 and consumers with a different average
monthly income have different good relationship with Starbucks coffee at the statistical
significant level of 0.05
2. Customer Relationship Management on Social media of Starbucks coffee has
relationship with a good relationship with consumer in the same direction and in moderate
level at the statistical significant level of 0.01. Listening to the voice of consumer, the
receiving feedback, standard of service, sincerity and transparency and loyalty program
have relationships with a good relationship with consumer in the same direction with
moderate level at the statistical significant levels of 0.01. While the one-by-one services,
care and attention to customer and the attention to customers detail have relationships with
a good relationship with consumer in the same direction withrelatively low level at the
statistical significant levels of 0.01
3. A good relationship with consumer has relationship with consumer’s brand
loyalty in the same direction with relatively high level at the statistical significant level of
0.01
ประกาศคุณปการ
ารนิพนธบับนี้สําเร็จลุลวงดดวยความอนุคราะหาก องาสรย .ณัษ
กุลิสร อาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธ ที่กรุาเสีละวลอันมีคยิ่งองทานหคําปรึควา
ชวยเหลือ ตลอดจนใหคํานะนํกาปรับปรุแกขขอบพรองานงวิจัยฉบับนี้ วมถึ
คณกรมกรสอบารนิธที่ดใหความรุณวจอบ เสอแามคิดห็ทํห
สารนิพนธฉบับนี้เสร็จสมบูรณ ซึ่งผูวิจัยขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของทานเปนอยางูงว
ณ โอกาสนี้
ขอขอบคุณเจาหนาที่ภาควิชาบริหารธุรกิจมาบัฑิตเจนาที่บัณฑิวิทาลัยทุ
ทานที่ชวยปรละํามส ั้ี่ ื่นๆะนอ
ภาควิชาบริหาธุริจมหัณิต ี่ลืสํรับการทําน
วิจัยและการศึกมาลอศึกูวิจัย
สุดที้ มีธี้ ูจัยขอมอบดบิ
มารดา และบุคลใัว ูมอมรัก มเมต อมสั่ง ลูกฝงคุณงามความดี
แลวามมาน ลั ลั ศึอัดียิ่ ลอด
คณาจารยทุกาี่ไปิทธิ์ปิชมรูอันเปนื้นําัญี่ทําผูวิจัยสามารถศึก
และทําสารนิพธฉี้ไจําเร็จมบูร
สมาธิ เรืองสิงห
สารบัญ
บทที่ หนา
1 บทนํา……………………………………………………………………………………. 1
ภูมิหลัง……………………………………………………………………………….. 1
ความมุงหมายของการวิจัย………………………………………………………….. 2
ความสําคัญขอการวิจัย…………………………………………………………….. 3
ขอบเขของการวิจัย………………………………………………………………… 3
ตัวแปรที่ใชในการศึกษ…………………………………………………………….. 4
นิยามศัพเฉ…………. 5
กรอิดิจัย……….. 8
สมมิฐิจัย………… 9
2 เอกสางาิจัยี่เียอ………… 10
แนวิดละฎีเกี่ยับศา................................………… 10
แนวิดละฎีเกี่ยับื่อมอ (Social media)………….. 12
แนวิดละฎีเกี่ยับลามุงนมสมพันธ………… 31
แนวิดละฎีเกี่ยับิหลูกาัมพธ (CRM)…………. 34
แนวิดี่เกี่ยับิหลูกาัมพธ (CRM) ื่อังมอไลน….… 40
แนวิดละฎีเกี่ยับมภักีตอา......................………… 48
ขอมูลทั่วเกี่ยับาบัค …………. 60
เอกละิจัยี่เกี่ยอ………… 74
3 วิธีดําเนินการวิจัย…………………………………………………………………… 84
การกําหนดประชากรและการเลือกกลุมตัวอยาง…………………………………… 84
เครื่องมือและขั้นตอนการสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย…………………………… 87
การเก็บรวบรวมขอมูล………………………………………………………………. 93
การจัดกระทําและการวิเคราะหขอมูล………………………………………………. 93
สถิติที่ชวิเคราะหขอมูล…………………………………………………………….. 94
สารบัญ (ตอ)
บทที่ หนา
4 ผลการวิเคราะหขอมูล………………………………………………………………... 101
การนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล…………………………………………………. 101
ผลการวิเคราะหขอมูล…………………………………………………………. 102
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะหขอมูลเชิงพรรณนา………………………………….. 102
ตอนที่ 1.1ลการวิเคราะหขอมูลดานลักษณะสวนบุคคลของผูบริโภค…. 102
ตอนที่ 1.2ลการวิเคราะหเกี่ยวกับความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอ
ลูกาัมพันธบื่อมอลนขฟสตารบัค 106
ี่ 1.3 ลกิเคเกี่ยับมคิดเห็นูบิโี่มีตอ
มสมพันธอันีราบัคแูบ…………. 112
ี่ 1.4 ลกิเคเกี่ยับมคิดเห็นูบิโี่มีตอ
มภักีตอินาบัค…………. 113
ี่ 2 ลกิเคขอมูลเิงุมาเพื่อมมติฐ……… 115
สรุปลกมต………. 130
5 สรุป อิป ะขอ………. 132
ความมุงมา ละลุมัวาี่ใใิจ…….. 132
สมมิฐิจัย……….. 133
เครื่มือี่ใใิจัย…………. 134
การเก็บมขอมูล ัดําอมูล ละิเคขอมูล……….. 135
สรุปลกิจัย……… 135
อภิปรายผลการวิจัย…………………………………………………………… 138
ขอเสนอแนะที่ไดจากการวิจัย……………………………………………………… 145
ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งตอไป………………………………………….. 148
บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………. 149
สารบัญ (ตอ)
บทที่ หนา
ภาคผนวก....................................................................................................................... 155
ภาคผนวก ก แบบสอบถามเพื่อการวิจัย………………………………………………. 156
ภาคผนวก ขายนามผูเชี่ยวชาญตรวจแบบสอบถาม…………………………………… 162
ประวัติยอผูทําสารนิพนธ............................................................................................... 164
บัญชีตาราง
ตาราง หนา
1 รายชื่อสาขารานกาแฟสตารบัคสตามเขตตางๆในกรุงเทพมหานคร..………………… 63
2 เขตที่ตั้งสาขารานกาแฟสตารบัคสในกรุงเทพมหานคร..…………………………… 85
3 สรุปการจับสลากคัดเลือกเขตขอที่ตั้งสาขารานกาแฟสตารบัคส
ในกรุงเทพมหานครและจํานวนตัวอยางที่จะเก็บขอมูลในแตละแหง………………. 86
4 ผลการวิเคราะหหาความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถาม
โดยวิธีหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา (α - Coefficient) ของครอนบัค (Cronbach)……. 92
5 ตารางุปลกิเคคมแเดีย (One-way ANOVA)………… 97
6 จํานวนละาอละเกี่ยับลักวุคูิโค…………… 102
7 จํานวนละาอละเกี่ยับลักวุคูิโี่จัดม…………. 105
8 คาเฉลี่ยละาเบี่ยเบมามคิดเห็นี่มีตอิหลูกคาสัมพันธ
บนสื่อังมอลนขบัคาับงเสียูบภค…….. 106
9 คาเฉลี่ยละาเบี่ยเบมามคิดเห็นี่มีตอิหลูกคาสัมพันธ
บนสื่อังมอลนขบัคาับอมูลปอลับ (Feedback) 107
10 คาเฉลี่ยละาเบี่ยเบมามคิดเห็นี่มีตอิหลูกคาสัมพันธ
บนสื่อังมอลนขบัคาบิกึ่งตอหนึ่ง….. 108
11 คาเฉลี่ยละาเบี่ยเบมามคิดเห็นี่มีตอิหลูกคาสัมพันธ
บนสื่อังมอลนขบัคามสม่ําเสมอแลและ
เอาใลูกา………….. 109
12 คาเฉลี่ยละาเบี่ยเบมามคิดเห็นี่มีตอิหลูกคาสัมพันธ
บนสื่อังมอลนขบัคามาบิก ความจริงใจ
และความโปรงส……………………………………………………………………… 110
13 คาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธ
บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานความเอาใจใสในขอมูลรายละเอียด
ของลูกคา……………………………………………………………………………… 110
14 คาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธ
บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานโปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตย.. 111
15 คาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธอันดี
ระหวางกาแฟสตารบัคและผูบริโภค……………………………………………….. 112
16 คาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นในขอมูลเกี่ยวกับความภักดี
ตอตราสินคาสารบัคสของผูบริโภค………………………………………………… 114
บัญชีตาราง (ตอ)
ตาราง หนา
17 ผลการทดสอบความแปรปรวนของกลุมตัวอยางดานเพศกับความสัมพันธอันดี
ระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค………………………………………………. 115
18 แสดงการทดสอบความคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
และผูบริโภคจําแนกามเพศ……………………………………………………….. 116
19 ผลการทดสอบความแปรปรวนของกลุมตัวอยางดานอายุกับความสัมพันธอันดี
ะหวางกาแฟสารบัคสและผูบริโภค……………………………………………. 117
20 แสดงมคิดเห็นี่มีอัมันอีระหาบัคส
และูบิโํามอ……….. 117
21 แสดงลกเปียียาเฉลี่ยูขูบิโี่มีอุแาัน
ดานัมันอันีระหาบแูิโ………… 118
22 ผลกามแลุมตัวาาับศึกุด
กับคมสัมพันธอันีราบัคและูบิโ…………. 119
23 แสดงมคิดเห็นี่มีอัมันอีระหาบัคส
และูบิโํามรับศึกุด……….. 119
24 ผลกามแลุมตัวาาีพับมสัมพันธอันด
ะหาบัคแูบ………. 120
25 แสดงมคิดเห็นี่มีอัมันอีระหาบัคส
และูบิโํามอีพ………… 121
26 ผลกามแลุมตัวาาเฉลี่ยอเดือ
กับคมสัมพันธอันีราบัคและูบิโ…………. 122
27 แสดงการทดสอบความคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
และผูบริโภคจําแนกามรายไดเฉลี่ยตอเดือน……………………………………… 122
28 แสดงผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยรายคูของผูบริโภคที่มีรายดเฉลี่ยตอเดือ
แตกตางกันดาความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ………….. 123
29 ผลการทดสอบความแปรปรวนของกลุมตัวอยางดานเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของ
ตารบัคสที่ใชมากที่สุดกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค 124
บัญชีตาราง (ตอ)
ตาราง หนา
30 แสดงการทดสอบความคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
และผูบริโภคจําแนกามเว็บสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุด.. 125
31 แสดงการวิเคราะหความสัมพันธระหวางการบริหารงานลูกคาัมพันธบนสื่อสัง
ออนไลนขอกาแฟสตารบัคสกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสแล
ผูบริโภค………………………………………………………………………………. 126
32 แสดงการวิเคราะหความสัมพันธระหวางความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
และูบิโับีตอินาบขูบิโ…………. 129
33 แสดงุปลกมมิฐ…………. 130
บัญชีภาพประกอบ
ภาพประกอบ หนา
1 ตัวอยาเว็บไซตสื่อสังคมออนไลน……………………………………………………… 13
2 ความหมายของสื่อสังคมออนไลน……………………………………………………… 14
3 การใชเว็บไซประเภท Blog ขอภิเษก ชัยนิรันดร…………………………………… 15
4 การใชเว็บไซ Twitter ของสายการบินนกแอร……………………………………….. 16
5 การใชเว็บไซต Twitter ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ………………………………………. 16
6 การใชเว็บไซ Facebook ของประธานาธิปดีบารัค โอบามา………………………… 18
7 การใชFacebook Page ิษัท GTH……….. 18
8 การใชเว็บYouTube Britains Got Talent……… 19
9 การใชเว็บMultiplyาา……… 20
10 เว็บปเภ Social News. Digg………… 21
11 เว็บปเภ Online Forum.ันิพ…………… 22
12 ชองทลาื่อังมอลนสําับธุริจ……… 23
13 การเติบ Social media marketing……… 28
14 บริษัท 10 ันับี่มีกํา Social media เขามาวา………… 30
15 กระบิหลูกาัมพธผาื่อมอลน……….. 43
16 ปราิดับมภักีตอินา………… 51
17 โมเดลมภักีขูบิโละื่อมโักีใินา………… 53
18 ชนิดขมภัก(Types of loyalty)…………. 55
19 ประวัติศาตัญลักขบัค ……….. 61
20 การใชเว็บTwitter บัค……….. 68
21 การใช Facebook Page ของสตารบัคส……………………………………………… 69
22 การใช Facebook Page ของสตารบัคส ประเทศไทย…………………………….. 70
23 การใชเว็บไซต YouTube ของสตารบัคส…………………………………………….. 71
24 เว็บซต My Starbucks Idea ของสตารบัคส………………………………………… 72
25 เว็บ Blog Starbucks Ideas in Action…………………………………………….. 73
26 การใชเว็บไซต Foursquare ของสตารบัคส………………………………………….. 74
1
บทที่ 1
บทนํา
ภูมิหลัง
ปจุบักนยีรูดํชีวิผูริ
เปลี่ยนแปลไป ผูบริโภคสวนใหญติดตอสื่อสารกันผานทางสื่อสังคมอนไลน (Social media)
ขึ้ ะกกักาขัที่รุงใอุธุกิจตาง ทําใหผูะกรต
ปรับเปลี่ยนกลยุทธทางการตลาดใหสอดคลอับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเหลานั้น ปจจัยดังกลาว
ึงนําไปสูการิบาราดิจิต (Digital marketing) ี่ผูปารองทําการสื่อสาร
ทางการตับูบิโานว็ (Website) างี่วายสัคมไลน
(Social network) แFacebook Twitter YouTube Blog Online Forum า
อางสื่อสังนไโังรื่องมืทา
กาลาี่สิ ั่สิะผูริโ
(Brand engagement) (Share experience) ูบริโ พื่อ
คนรูจัก หรือแคนที่ไู (Word of mouth) ึ่วใสําคัญของกา
สรางตราสินา าสัื่ารสื่ารงการลา
บบบูร (Integrated Marketing Communication) ี่นั ตกลับป
เครื่องมืออันทังี่ตการําการารสราาสินคาุคจุบนไดเนอยา
(อินมาเ็ติ้ง. 2554: 1)
นชวงี่ผานมาเาสันี่าม Facebook
ละ Twitter ซึ่านูารี่ิ่ึ้นื่ ากถิติะบุวา ในป
พ.. 2553 ูาร Facebook 6.73 10.14%
ประชากรไ ิด38.50% ูใอินเน็ตนป ะในครึ่งปแ
ของป พ.ศ. 2554 มีผูใชบริการ Facebook เพิ่มขึ้นเปน 9 ลานคน สงผลใหประเทศไทยมีผูใชบริกา
Facebook ากเปนอัดัที่ 18 ขลก โดมีกลุมผูใชบริการุกเพบคลุมอาย13-65 ป
ทั้งี้ผูใชบริการสวนใหญมีอายุ 18-24 ป คิดเปน 40% องผูใชบริการในประเทศทย งลงม คื
ชวงาย25-34 ป คิดเป 35% ผูใชบริกรในะเศไทย นอจากนี้ จาการเก็บิติ
ประเทศไทยพบวาคนไทยมีการประกาศขอควา (Tweet) ใน Twitter ปะมาณ 370,000 คนต
(อินมาเ็ตติ้ง. 2554: 2-3)
ากการเติบโตแลติดตอสื่อสารกับกลุมเปาหมายโดยตรงของสื่อสังคมออนไลน ทําให
สิคาจําวนชางารสื่นี้ทํรตาด ซึ่สิคาที่ถืว
ควาสําร็จมากทีุ่ดาสินคหนึ่ คืารบัคส (Starbucks) ที่นกจาจะมีกาใช YouTube
2
ละ Blog ที่ระร็จใกาื่ารกัผูลรบัคสยัทํ
การาดนเครือขังคนไนทั้ง Facebook ละ Twitter วยชกัน ในระยกมี
ผูเขรวเปนมาชิก (Fans) ใน Facebook Page ากกวา 10 ลนค(Brand Channel. 2010:
Online) ะใปบัรบัสมีผูวมาชิ23,649,919 (ถึงวัที่ 8
กรกฎาคม.. 2554) วนในเทไทนั้ตารบัสไดเป Starbucks Thailand Fan Page
บน Facebook แลวเชนเดียวกัน ปจจุบันมีสมาชิกอยูที่ 140,607 คน (นับถึงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.
2554) นอกจากนี้สตารบัคสยัมีผูติาม (Followers) บTwitter มากถึ 1,544,965 ค (นับถ
วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) ละจะมีจํานวนเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง ความสําเร็จดังกลาเปนลม
จากกที่ารบัเปราสิาทีู่ริภครูดียูแลวมีกลยธนกใช Facebook
Page อยาาญาด (ิเ ัยนิรัน. 2553: 173) าวค ารายามําใหผูบริ
รูสึกมีสววมาสวสาริจางาสใหผูริ
แสดงความิด็นไต ากนี้ ังางวาสัมันธที่ดีกับูบิโางตอเนื่องดว
ต ั้ สัสื่สังค
ออนลนที่มีปสิทิภาพ [Customer Relationship Management (CRM)]
นั้ ื่สันื่มื
(Sale tool) ื่อิ่ั้ วาที่ื่าด (Marketing
tool) เพื่อสางามัมันธที่ดีกับูกานราว ั้งนี้ าราวามสัมันอันีกับลูกคเปน
กลไกนึ่งขาาสามสิ(Brand loyalty) ( ชันิรนด.
2554: ออน)
ากุผางน ําใผูวิจัยนใี่ื่ สัพันธสื่
สังคมนารี่ามสักามวามภักดีตอ
สิคู ีู่วิู
กรุงเทพมหานค นื่อากนเุงานคีจํานวสาขาขาาแสตารบัคสมากที่สุ
เปนจํานวน 93 สาข 31 (สตบัคส . 2554: ) ซึ่การวิจัยจะเปน
ขอมูลที่มีประยชนในการพัฒาและปรับปรุงกาบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังมออลนใหมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความมุงหมายของการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดตั้งความมุงหมาพื่ศึกษารบริหรงานลูกคาสมพัธบนสื่อ
สังคมไลนงกาตารบัคที่มีามสัพันธกับความสพันธอะควาภัดีอตร
สินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ไวดังตอไปนี้
3
1. เพื่อศึกษาปจจัยสวนบุคคงผูริคใเขกรุงทพานคร ไดก เพาย
ระดับกาศึกษาสูงสุด อาชีพ รไดเฉลี่ยตอเดือน ละเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนขอตารบัสที่ใช
มากที่สุด ที่มีผลตอความัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
2. พื่ศึสัพัธวริลูคสัพั (Customer
Relationship Management) ื่สัมอนกาตารบัสับวาสัพัธอัดี
ระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบิโภค
3. พื่ึกาคสัพัางามสัพันธอัีระหวงกฟสตารบัส
ผูบริโภคกับความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภค
ความสําัญกาิจัย
1. ึกนควาคั้งนี้ สามารํานขอูลแผูปารุรกิจรานกาแ
นันํื่สัน ถึ
บริหารงาูกาัมันธบนสื่อสังนไนใไตามาหาย าบจจัยดนตงๆ
แก ปจจัยสวนบุคี่มีผอามสัมันธอันดีแวาักีตอินคาขูบริโภ
2. ึกนควาคั้งนี้ ั้งาคาขอใชน
เพื่พัิหสั (Customer Relationship Management) บนื่อสัง
ออนนระวางูึ้ นวาพัธนดีและ
ความภักีเิ่มึ้นไตอ
ขอบเขกาิจัย
ี่ใใิจัย
ากี่ใในกวิจัยั้งี้ ูี่ารบัคสใน
กรุงเทพมหานคนผูที่ใแสื่อสังนขสตบัคใ1 ปที่ผานมา ซึ่ง
ทราบจํานวากี่แนนอ
กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย
ลุมตัวอยางที่ใชใารวิจัยรั้งนี้ คือ ผูที่บริโะเคยบริโคกาแฟสรบัคส
เขตกรุงเทพมหานครและเปนผูที่ใชและเคใชสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสใน 1 ปที่ผานมา
เนื่งจากไมทาบจําวนประชากรที่แนนอนจึงใชวิธการคํานนหจากูต n = Z2 / 4E2 (กัลย
วานิชยบัญชา. 2545: 26) ที่ระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 ไดเทากับ 385 คน
ังนั้นากการคํานณจํานวนลุตัยางในการวิจัยครั้งนี้เทากั 385 คน ะใช
วิธีการเลือกกลุมตัวอยางดังนี้
4
ขั้ที่ 1 ทําการสุลุมวอยางบบงา (Simple Random Sampling) กา
ับสลากเลือกเขตของที่ตั้งสาขารานกาแฟสตารบัคสในรุงเทมหครซึ่มีทั้งห 31
ผลการจับสลาขึ้นมาจํานวน 5 เขต ไดก วัฒบารัก ทุมวัคลองเต
เขตสาทร
ขั้ที่ 2 ทําการสุลุมวอยางบบวต(Quota Sampling) มจํานว
เขตในกรุงเทพมหานคที่บสลากไดในขั้นที่ 1 ดวยกําหนดสัวนขงกลุมัวอาง 385 ค
ะไดสัดสวนของกลุมตัวอยางจํานวน 77 คน ตอเขํานวนเทาๆกัน
ั้นที่ 3 ําุมลุตังแบบเจะจ(Purposive Sampling) พื่ก็
รวบรขมูลจากูบริี่มาใชิกรกาแฟตารบัคสเจาะจงเลื็บขูลที่รา
กาสี่ัู้ ที่เก็บ
รวบรวขอูล แาขาแี่ สาขาทอ 1 สาขาทอ 2 สาขาคนแวนต สาขาอื่อ จื่
เหลีย เซ ซ็วิิ์ าซามาราก หงชาตสิริกิตติ์
สาขาเอ็มโียเซ็นเ็มวเวอ
ั้ี่ 4 ุวอาง (Convenience Sampling) พื่ก็
รวบรวขอูลไคํานวนที่ตอ ุมัวางอนผูที่มาใบริการรานกาแ
สตรบัคูที่ื่สันส 1 ี่โดชก
สอบถามกอตสอาม
ัวี่ใึก
1. ัวแิสร (Independent Variables) งนดังี้
1.1 ักวุค ว
1.1.1
1.1.1.1 าย
1.1.1.2 ิง
1.1.2 อายุ
1.1.2.1 ต่ํากวา 20 ป
1.1.2.2 20– 29 ป
1.1.2.3 30– 39 ป
1.1.2.4 ตั้งแต 40 ปขึ้นไป
1.1.3 ระดับการศึกษาสูงสุด
1.1.3.1 ต่ํากวาปริญญาตรี
1.1.3.2 ปริญญาตร
1.1.3.3 สูงกวาปริญญาตรี
5
1.1.4 อาชีพ
1.1.4.1 นักเรียน/นักศึกษา
1.1.4.2 พนักงานบริษัทเอกชน
1.1.4.3 ขาราชการ/รัฐวิสาหกิจ
1.1.4.4 ธุรกิจสวนตัว/อาชีพอิสร
1.1.4.5 พอบาน/แมบาน
1.1.4.6 อื่นๆโปรดระบุ…………
1.1.5 รายไดเฉลี่ยตอเดือน
1.1.5.1 ต่ํากวาหรือเทากับ 15,000 บาท
1.1.5.2 15,001 30,000 าท
1.1.5.3 30,001 45,000 าท
1.1.5.4 ั้ง45,001 าทึ้นไ
1.1.6 ็บสื่อสังนไขสตบัคสที่ใมี่สุด
1.1.6.1 www.facebook.com/StarbucksThailand
1.1.6.2 http://twitter.com/#!/Starbucks
1.1.6.3 http://www.youtube.com/user/Starbucks
1.1.6.4 http://mystarbucksidea.force.com/
1.1.6.5 ื่น………
1.2 สั (CRM) สื่นงก
สตารบัคส
2. ัวแาม (Dependent Variables) แ
2.1 ามสัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโ
2.2 ามักีตอาสินาสตารบัค
นิยามศัพทเฉพ
1. ลัสบุ ลัสที่มีหผูกิ
ความสัมพันธอันดีและความภักดีตอตราสินคาสตารบัคส ซึ่งประกอบดวยพศ อายุ ะดับการศึกษา
สูงสุด อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน ละเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนขอตารบัคสที่ใชมากที่สุด
2. สื่อสังคมออนไลน (Social media) หมายถึง สงคออไลนที่มีผูใชปผูสื่
หรือเขียนเลาเนื้อหา เรื่องราวประสบการณ บทความ รูปภาพ ละวิดีโอที่ผูใชเขียนขึ้นเอ ทําขึ้นเอง
หรือพบเจอจาสื่ออื่นๆแลวนํามาบงปนใหกับผูอื่นที่อยูในเครือขายองตนผานทางเว็บไต Social
network ที่ใหบารนไน ปบันสื่บบนี้จะทําผทางอรน็ตละ
โทรศัพทมือถือเทานั้น
6
3. รืขน (Social network) สัที่ยู
ติดตอสื่อสารผานอินเตอรเน็ต อาจเรียกอีกอยางหึ่งวVirtual community โมาชิกในลุมไม
าเตองมีความสัมพันธยางแนนแฟ ตมีหัขความจรวมกั มีที่งถึ
วทางคามเรื่องใดเรื่งหนึ่รวมกั ตัวอางเช ระทูว็บรดตางๆ นั่นถืเป
เครือขายสังคม ที่สมาชิกอาจไมรูจักกันจริงๆอยูในสถานะของคนแปลกหนาตอกัน
4. ล็ (Blog รือ Weblog) ายถึเว็ตะเภทึ่งซึ่ถูขึ้น
ลําดัที่รียวลารขี ซึ่งงขมูที่เขลสุุด ล็โดติ
ประกอบดวย ขอความภาพลิงกซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อตางๆ ไมวาเพลงรือวิดีโอในหลารูุด
ที่แตกตางของบล็อกกับเว็บไตโดยปกติ คือ บล็อกจะปดใหผูเขามาอานขอมูลสามารถแสงความ
คิดห็ตวาี่าข ซึ่าใผูามารลตอบกลับ
ทันที คําวา "็อ" ังเนคํากิยาไซึ่ง ายึง ียนบ็อนอากี้ผูที่เขียนบล็อก
เปนอาชีพก็จูกียวา "็อ" (Blogger)
5. ัม (Online Forum) ายึง ี่สําหารี่ทส
การพูดคุย ิปายน ปนี้วาเว็บบอร
แลว ยังมีเรียันหายื่อ านาว เล็กทรอนิส
กระานสนนา านสนนาอน ัม ็บัม ซจด ุลิทินร ดิคัชั่น
บอรด หรือียาสั้นา ด
6. ุก (Facebook) ายึง ็บซตเือายังนไเ็บนึ่งที่ผูใชงา
สามารถใชเื่อิดอื่อือวํากิจับูใงานทานอื่น ารอวามาร
เลาเรื่อง วาูสึกสดวาิด็นื่อี่สน รูป สตคิปวิดีโ ชทพูดคุย ลน
ทีู่ื่ ื่ ผ
ระยุกต (Applications) ีู่าย ซึ่าวพัฒาเขาม
เพิ่มเติมอยูเื่อ ุกยังงนหายู น ื่อามบันเทิงหรือเปน
เชิงธุรกิจ
6.1 Facebook Pageายถึระขวหนึ่งของว็บไซตเครืสั
อนลน ฟซบุก ที่รงขึ้นมพื่ที่จะะชาสัมพันสิ่งตงๆ ชนาวสาร กิจกรม ลอ
สิคริหกัพื่บุอื่ที่กํลัรืมีิ่ที่
ประชาสัมพันธ และเมื่อบุคคลนั้นมีความนใจในสินคละบริารดังกลาวก็ามรถสมัครขเปน
สมชิก (Fans) ดดการกุม ูกใจ (Like) จากนั้กิจกรรที่เกี่วขอกับ Facebook Page
ของเขาก็จะมีเพื่อนๆทราบวยเชนกัน เปนเชนนี้ไปเรื่อย
7. ทวิตเตอร (Twitter)มายถึง บริการเครือขายสังคมออนไลนจําพวกไมครล็
โดยผูใชสามารถสงขอความยาวไมเกิน 140ัวอักษร วาตัวเองกํลังทําอะไรยูือวี (Tweet)
ขอคามอัปเดตที่สงเขาไังทวิตเตอรจะสดงอยูบนเว็บเพจของผูใชคนนั้นบนเว็บไซต ละผูใชค
7
อื่นสมารถเลือกรับขอความเหลานี้ทางเว็บไซตทวิตเตอร การเลนทวิตเตอร คือ การติดตามคนหรือ
สิ่งที่เราสใจ (Following) หรกเาเปี่สใจสาหับคนื่น คนอื่ก็ามรถติมเาไ
เชนกัน (Followers) เชน ติดตามเพื่อน ลูกคา หัวหนา ตราสินคาสินคา เว็บไซต หรือใครก็ไที่เปน
สมาชิกทวิตเตอรเชนกัน
8. ูทูบ (YouTube) หมายถึง เว็บไซตที่ใหผูใชงานสามารถอัปโหลละแลกเปี่ย
คลิวีผานทางเว็บไซต ทํางานขว็บไซตงผวีดโอในลัณะะโลชซึ่งมี
เนื้ที่ลาถึโททัน มิสิกวิ วีดีโอจางบ งาณา
โทรทัศนและบางสวนจากภาพยนตร โดยูใชสามารถนําวีดีโอไปใสไวในล็อกหรือเว็บไซสวนตัว
ผานทางคําสั่งที่กําหนดใหของยูทูบ
9. (Brand) สิ ื่ื่เสี
สัลักษ ื่ นึ่ณงก
สตารบัคส
10. (CRM) ื่น
สตารบัคส ายึง ิจางื่สัสที่ระทําต
ลูกคาุงลูกาเิดวา ูีู่ึกสิคาหือริกา
ของบริษัท ั้งนี้จุงนนกิจารสื่อสอีจุดุงายื่อัฒาความสัมพันธ
ระหวางบริษัทับูกาไปนทั้งสอานรวนาน นกอเวามภักดี
การบิโภคินคาหือิการ
11. ัมันอันีราบัคแูบิโ ถึ ทัศติที่
ดีองผูสี่ ารนึถึงรานกา
สตารบัคสเนอันับ ิดารซื้อ้ําี่ยนจูบิโาเนลูกากรทั่งทําให
เกิดความสัมันธอันดีในราววาูบิโาาแสตบัค
12. ิ่ี่ยึมั่
ผูบริโภคที่มีตาสามูวกีู่สิรบัคส ึ่
ผูบริโภครูสึกภูิใจและมั่นจในคุณภาพลิตภัณฑดก ารซื้าแฟสรบัคสเปะจํา กา
บริโภคกาแฟสตารบัคสเปนประจําแมราคาจะเลี่ยนแปล การบริโภคกาแฟสตารบัคสเปนจําแม
กาแฟยี่หออื่นจะลดราคา แมไมมีกาแฟสตารบัคสจําหนายในสถานที่ๆตองการรับประทานก็จะไมซื้
กาแฟหื่น ยังคงบริาแฟสรบัสแมจะมีบุคคลอื่ะนําหรับปะทานกาฟยี่หอื่น
และการแนะนําใหคนอื่นบริโภคกาแฟสตารบัคส
8
กรอบแนวคิดในการวิจัย
ารศึวิจัื่“การริลูคสัพัสื่นงก
สตรบัคสที่มีควาสัมพักับควาสัมพัธอัีและความภักดีตสินคาของผูบริโใน
กรุงเทพมหานคร”
ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม
(Independent Variables) (Dependent Variables)
3.
ามัมันอีรหวางกาแฟ
สตารบัคูบริโภค
4. วามักสินาสตารบัคส
2.
ารารานสั
(CRM)
บนสื่อสังนไนขสตารบัค
1. ลักษณะวนบุคคล
1.1 เ
1.2 อ
1.3 รับึกูงุด
1.4 อีพ
1.5 รายเี่ยอือ
1.6 เว็บซตสื่อังนไน
สตารบัคที่ใมากี่สุด
9
สมมติฐานในการวิจัย
1. ผูบริที่มีลักษะสวนบุค ซึ่งปกอด ายะดับศึกสูงสุ
อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือนละเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุดแตกตางกันมี
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน
2. การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนงกฟสรบัคสมความสพันธ
กับความสัมพันธอันดีรวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
3. ควาสัมพันธอันดีระหวางกาแารบัคสละผูบริมีคามสัมพักับคามภักด
ตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภค
10
บทที่ 2
เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของ
เพื่อใหกึกาคนคะการวิจัยเรื่อ “กบริลูคสัพันธื่สั
ออนลนขฟสตารบัคสที่มีความสัมพันธกับควาสัมพันธอันดีแลามภักดีตอตราสินคาขอ
ผูบริกรุงเทพานร” ในครั้งนี้เปมลําดับขั้ ูจัยไดศึกษ
านวิจัยที่เกี่ยวของ โดยกําหนดหัวขอสําคัญในการนําเสนอดังนี้
1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับประชากรศาสตร
2. นวิดฎีเี่ยับสื่อสังนไน (Social media)
3. นวิดฎีเี่ยับาราดุงนนคามัมันธ(Relationship
Marketing)
4. นวิดฎีเี่ยับาริหูกาัมันธ (Customer Relationship
Management)
5. นวิดี่เี่ยับาริหูกาัมันธ(CRM) นสื่อังออนไลน
6. นวิดฎีเี่ยับวาักีตอาสินคา (Brand loyalty)
7. อูลั่วี่ยวกับาสตารบัค
8. สารานวิจัยี่เี่ยวขอ
1. แนวคิดีเกี่ยกับปชากร
1.1 ิดี่ยับา(Demographic)
าญวเ (2541: 302) ี่วกานสตวาป
แนวทฤษีที่เื่อนหักามนุเน าวคือ ื่อวาคนเาทํากรรมตางๆตาม
งผลักดัาย (Exogeneous factors) สวนนไปตามบบ
ฉบับที่ังคมวางไว ชคนรุนครจะทําพรรางไร ละสังคมทั่วไปักจะกําห
บุคคลที่มีคุณมบัติประชากรแตางกันมีแบแผนติรรที่ตางกัน พฤติมกรใชสื่อ
และการรับสารซึ่งเปนพฤติกรรมทางสังคมอยางหนึ่งก็เปนหลักการดังลาว
เบเรลสัน และสไตร (ชิบ นิ. 2534: 27; อางองในพณมณี งอจ. 2547:
14) ไดแดงความเห็นวา คนเรามีแนวโนมที่จะูและฟงการสื่อารที่สลองกับกรอบอาอิงาง
ควาคิขอ ซึ่งกบองอิงแวความคินี้ ถึบทาทเพ กาศึกษวา
สนใจ และวามเี่ยวของกับสิ่งตางๆ สถานภาพทางสังมและอื่นๆ ที่เปนคุณสมบัติที่มีความสําคั
กับบุ บองอามคินี้ ทํหกิควตงกในรื่งขงคามรู
ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ซึ่งมีอิทธิพลตอพฤติกรรมการสื่อสารของคน
11
ัวงดานลักษณะปะชศารที่ําคัญนิยมนํามาศึกษาความสัพันกั
พฤิกรมรใชสื่ (ธัสถ เกไชนัท. 2544: 24-26; อางองในรรณมณี งอาจ. 2547:
14-15) มีดังอไปนี้
1. เพศ (Sex) จากการวิจัยทางจิตวิทยาหลายเรื่องงใหเห็วผูญิงและผูชมี
ควาตางกันยางากในเรื่องควาคิด คานิะทัศนคติ ทั้งนี้เาะวัฒนรรมและสัง
กําหนดบทบาทและกิจกรรมของหญิงและชายวตางกัน จึงสงผหพฤติมการื่อรของญิง
และชายตางกันดวย
งานวิจัยทางนิเทศศาสตรยังชี้ใหเห็นวา ผูหญิงมักถูกโนมนาวใจไดงายกวาผู
มักรทันคิที่รรจูงในั้นใหูอื่นตอีกวจานี้ศหญิงมีนวนม
ความตองการี่จสงับาวสารากวาเาย ี่เายไมีควาองการที่จะส
และรับขาวสารียางียวเานั้น มีคามอี่จสราวามสัมันอันใหกิดึ้จาก
การรับขาวสารั้นดวย
2. (Age) ั่ี่ต
ติดตอสื่อาราากุคี่มีอุนอ ุคี่มีอายุนอีพิการบสนองตอกา
สื่อสเปลี่ยนไื่อนเีอายุมึ้น นป็นนี้ปิมนการสื่จะสัพันกับ
ชวงีวิตที่เี่ย นื่อลวีวิต นเี่ยนสถานที่ที่ใเวลาอูเนสวนใหญ ชน
เด็กเล็กตอูในบาัยุนอูกับุมื่อนหือียูใอูนอานหือี่ทํางานและมี
เวลาวางเปนสวนนอ นอากี้ลักิจีุ่ี่ก็จเปลี่นไ
การเปลี่ยนนวัฏักีวิต (Life cycle) ังาวจึงีผอิมาณสื่อ ด็กเล็จะใช
สื่อในบานเนสวนใแเื่อาม วัุื่านสื่มกลุมละใช
เพื่อความบันเิง ูใจสื่อั้งนอานแาีเาายารสื่อื่อระโยชนในการ
ใชงามาวา นชาจันมสื่อนบานสวนใอีกั้งนึ่งจื่ลา หรอเป
เพื่อนเปนหัก
3. ารึก(Education) นักิชาการสื่อสาราการึกาตัวแี่มีความสัมพันธ
คอางสูงกับตัวที่กี่ยกัารรัารแลารใชสื่ การศึษาขงผูรับทําใหผูรับสารมี
พฤติกาสื่ตกั ที่มีศึสูะเปผูรัที่ดี นื่มีรู
กวางขวางในายรื่งแามารขาใจสารไดดี จึงสงผใหนที่ีกรศึกษาสงจะเลือกใชสื่อ
หลายประเภทมากกวาคนที่มีการศึกษาต่ํา
4. ฐานะทางสังคมละเกิจ (Social and Economic status) ูจาก ราได
อาชีพ เชื้อชาติ ภูมิหลังครอบครัว เปนตน เชน บุคคลที่มีฐานะดี อัยอยูในตัวเมือ อาจจะมีโอกาส
ที่จะเลือกใชสื่อไดหลายหลายประเภทกวาและบอยครั้งกวา โดยเฉพาะสื่อที่ตองเสียคาใชจายในกา
ใช
12
ดยสรุปแลวนวคิดดานประชากรศาสตรเปนแนวคิดที่พยายชี้ใหเห็นวคุณสบัติ
ทางระชากรที่แตกตางกันขอตลบุคคล มีผลตอพฤติกรรมที่แตกตางกันไป ซึ่งขึ้นอยูกัตัวแ
ดานตางๆดังี่ไดกลาวมาขางน
2. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสื่อสังคมออนลน (Social media)
2.1 วามหมายของสื่อสังคมออนไลน
ภิเษชันิรันด (2553: 22) ไดใหวามหายงสื่สังคนไลนจากวิกพีเดี
สารานุกรมเสรี (Wikipedia) แปลไดวา คือ สื่อที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผยแพรการมีปฎิสัมพันธกันทา
สังคม ูกสรางขึ้นโดการตีพิมพที่สามารถเขาถึงและปรับเปลี่ยนไดอยางงายดาย ื่อสังคมออนไลน
ใชอินเตอรเน็ตีพื้นฐว็ี่ื่สีทนาง
สังคม มันไสนับสนุนคามนปิปวามูวสาร ดเปลี่ผูคน
ากผูที่บริโนื้อนูผิตนื้อ
ักาลัย (2554: 5) าววา ื่อังนไน (Social media) เปนชองทาง
ในการํากี่เนนกีปสบรวม (Engagement) นเิง ารับ ละ “ทําควา
เขาใจ” ตล ี้แ ูกาขาอาาะิขินเน็ตเปนสิ่งที่ “เปด”
ใหผูบริโภ็นอูลาวสารอางาย
ุช ิศสุวริจ ุ ิพ (2554: 4) าว สื่สังคออนไลน
ทําใปจเจนสามารสราใตนเําใ SMEs ําสื่อารต
ไดแ ื่างู รัฐบระชั
ควสัมี่ผูนํ
โดยตรง
Marketing Oops (2552: ) วา สื่ออไลน ไวว
มายถึนีู่ูสื่ียนื้ื่ารณ บทควา
รูปภาพ แลิดีโ ี่ผูใเียนขึ้นเ ําึ้นเ ือากื่อื่นๆวนํามาแงปนใหกับผูอื่น
ที่อยูในเครือขายของตน ผานทางเว็บไซตเครือขายสังคมออนน (Social network) ที่ใหบริการบน
โลกออนไลน ปจจุบันการสื่อสารแบบนี้จะทําผานทางอินเตอรเน็ตและโทรศัพทมือถือ เทานั้น
รวรรณ วงแกวโพธิ์ทอง (2553: 63-64) กลาววา Social media หรือาจจะเรียว
Social Software คือ สื่อดิจิทัลหรือซอฟตแวรที่ทํางานอยูบนพื้นฐานระบบเว็บหรืเว็ไซตบน
อิรน็ที่รื่มืฏิางสัพื่หผูชนาร
ลี่ บงปขอมูาสา ทั้งขอามนิ่ละลื่ไหวกัคนี่ยูสัคม
เดียวกันไดอยางรวดเร็วละมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใชประโยชนรวมกันในสังคมมนุษย เชน กา
ติดตอสื่อสาร การแบงนความรู การจัดการความรูปตวอางขงเว็บไซต Social media ที่
ใชกันในปบันเช Facebook, Twitter, MySpace, Hi5, Blog YouTube ปนตน (Eley;
13
&Tilley. 2009) โดยเว็บไซตที่เปน Social media จะตองมีคุณลักณะเพื่อตอบสนองการใชงาน
ผูใช คือ การรูจักและเขาใจวามูสึกของผูใช การเปดใหผูใชสามารถสรางเนื้อหาขึ้นมาเองได การมี
ฏิสัมพักับผูช มีวามยยุ ูใชมีสวรวมในสังคม มีความจริงใจโปรงใส มีกาชื่อม
ระหวางกัน แลีการรวมกลุมในสังค (Singh; et al. 2008 & Sarkkinen. 2009)
1 ัวอาง็บสื่สังนไน (Social media)
ี่มา: Servertoday (2552: นไน)
นิ (2553: 22-24) ื่สัน
(Social media) น 3 าร แ
1. เปนสื่อที่แพรกระจายดวยปฎิสัมพันเชิงสังค ซึ่ไมตางจากคนในสมกอ มื่อ
เวลามีเรื่องาวะไรขึ้าก็จะพานั่งคุกัจนเกิาพ Talk of the town ตเมื่อมาูบลก
อนลนารพรกระจาก็ทํไดงายึ้กิดจากกาบงปเนื้ (Content sharing) จา
ใครก็ได อยางกรณีของ ซูซาน บอยล (Susan Boyle) ที่โดงดังขามโลกเพียงไมกี่สัปดาห จากการลง
คลิะกวดรองเพลงขงเในกาBritain’s Got Talent ผนทง YouTube ปตน ทั้งนี้
สื่อสังคมออนไลนอาจอยูในรูปของเนื้อหา รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอ
2. เปนสื่อที่เปลี่ยนแปลงสื่อเดิมที่แพรกระจายขาวารบบทงเด(One-to-Many)
เปนรูปแบบการสนทนาที่สามารถมีผูเขารวมไดหลายๆคน (Many-to-Many) เมื่อมีสภาพการเปนสื่อ
สั สิ่าคคื าที่กิึ้ปุคุรื่งรที่จรวมัน รื
14
วิพษวิจาณสิครืริต ที่มมีขนื้
แมกระทั่งตัวผูผลิตเนื้อหั้นเอง เพราะผูที่ไดรับสารมีสธิที่จะเารวมในรูปบบของกาเพิ่เติม
คิห็ รืมทั่กื้นั้ด ชณี วิกิพีดี
(Wikipedia)
3. เปนที่เปลี่ยนผูคนจากผูบริโภคเนื้อหาเปนผูผลิตเนื้อหา จกคนตัเล็นสังคที่
ตดิมมีเสยงะไมานัก ราปพีรัสื่อ ที่สื่อพกโทัน วิทยุ
หนังสือพิมพ จะเนผูทรงอิทธิพลอยางมาก สารถชี้ชะตาใครตอใครหรือสินคาหรืบริกรใดด
โดที่เาแทบจะไมมีางอทธรณ ตเมื่ปสื่ังคนไลนที่แจะไมมีตทุาใหใคก็
สามารถผลิตเนื้อหาและกระจายไปยังผูรับสารไดอยางเสรี หากใครผลิตเนื้อหาที่โดนใจคนหมูมาก ก็
ะเปนผูทริทิพ (Influencer) ิ่งานทางาด็สามารนนํูามตสินใจซื้
สินคาหรือิกโาย
าพ 2 ามื่สังนไน (Social media)
ที่มา: Chaisudsud (2553: ออนไลน)
2.2 ะเภทของสื่อสังคมออนไลน
ื่อสังคมออนไลนสามารถแบงได 6 ประเภท (ภิเษก ชัยนิรันดร. 2553: 27-33) คือ
2.2.1 บล็อก (Blog) เปนการลดคํามาจากคําวา เว็บ-บล็อก (Weblog) ซึ่งถือเปนระบ
ารนื้อห (Content Management System : CMS) รูบบหนึ่ซึ่งทํใหผูใชามรถเขี
บทควาที่เรียกกันวา “โพสต” แลวทําการเผยแพรไดโดยงาย ไมยุงยากในการที่จะตองมาร็ถึงภาษา
HTML รืมทําไซต ั้งนี้ลําดบการเรียงเนื้าจะเรีจากเื้อที่ใหมสุดอน
15
จากนั้ก็ลลั่นงมาตมลําดงเา สาหรกามี Blog ึ้มาเพื่กาสใหใที่มี
ควาสาาราตางๆามาเผพรควมรูังกลวดวยเขียไดอยางเสรี ไมมีีดํากั
เรื่องเทคนิคอยางในอดีตอีกตอไป ทําใหเกิด Blog ขึ้นจํานวนมากละเพิ่มเนื้อหาใหกับลกออนไลน
ยงม ากนี้ยัปื่งมืสําคัที่ทํหกิลัสั คืรเปห
เพื่ขมางควคิห็นนั่นเอตัวอยางว็บไตที่เป Blog ชน Wordpress
Blogger.com เปนตน
าพ 3 ารเว็บซตป Blog ิเ ัยนิรัน
2.2.2 วิ (Twitter) (Microblog) ื่บบหนึ่
บล็อกที่จําัดัวอัการสตแลั้งี่ 140 ัวัก ู Twitter ตการให
ผูใชงานเขียนเรื่องราววาคุณกําลังทําอะไรอยูในขะนี้ (What are you doing?) ต Twitter ก็ไดถู
นําไใชในทางุรกิจ วาจะเปนการสรางการบอกตอ เพิ่มยอดสรางบรนด หรือเปนเครื่มือ
สําหรับการบริหารความสัมพันธกับลูกคา (CRM)ั้งนี้เยังใชเปนเครื่มือในาระชาสมพัธ
ดวย ซึ่ง Twitter นั้นไรับความนิยมเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วจนทําใหเว็บไซตประเภทเครือขายสังคม
ออนลน (Social network) ตางๆเพิ่มคุณสบัติ (Feature) ใหูใชสารบอกไดวานนี้นเ
กําลังทําอะไรอยู นั่นคือการนํา Microblog เขาไปเปนสวนหนึ่งดวยนั่นเอง
จจุบัน Twitter มีผูคนทั่วโลกใงานกวา 200 ลานคน และเคมีกเก็บสติคไท
ที่ปรกาศ (Tweet) ขอความบน Twitter ประมาณ 370,000 คนตอวัน (ินมาเก็ตติ้ง. 2554: 2)
16
4 ารเ็บซตTwitter สายารนก
ภาพประก5 การใชเว็บไซต Twitter ของอิสิทธิ์ เวชชาชีว
2.2.3 เครือาสังคมออนลน (Social network) ปครืขที่เื่องตัวรากับ
บุคคลอื่นๆหรือเพื่อนๆของเราจนกลายเปนสังคทั้งนี้ผูใชจะเริ่มตนสรางตันในสองปรวัติ
17
สวนตัว Profile” ซึ่งปะกอบไดวย ขูลสวตั (Info.) รูป (Photo) ารจดบันทึก(Note) หรือ
การใวิดีโอ (Video) ละอื่นๆ นอกจากนี้ เครือขายสังคมอไลนยัมีเครื่อมือาคัญในารราง
ํานวนเพื่ใหากึ้น คือ ในวนขงการเชิญชวนพื่อ (Invite friend) และ คนเพื่ (Find
friend) วมถึงการสรางพื่อจากพื่องเพื่นอีทีหนึ่ดวย กการตาดนําเรืขายสังค
อนไลนมาใชใารมีฎิัมพันธกับลคาจจะอยูในรูปสรงแบรผานมส หร
แอปพลิเคชั่นตางๆหรืออาจใชเปนเครื่องมือ CRM ผาทา Pages นกจากนี้ากตวลูกคเอชื่น
ชอบในสิคารืบริการ ก็สามารวมกลุมกันจัดั้งกลุ (Group) ขึ้นมาไดงเรือายสังคมที่
เปนที่นิยมในปจจุบันเชน Facebook, Hi5, Bebo, LinkedIn, MySpace และ Orkut เปนตน
ว็ตที่มีลัะขรืขายสังคนมีาก ตบ 2
ื่รั ช
Facebook, Hi5 ือ Myspace ีก ือนในการาือานเธุกิจ ที่ปให
ใสประวัติกําง(Resume) อูลิงีพาง น Linkedin ือ Plaxo เปนตน
สั (Social network) ี่บโงย
ใหกับ Facebook Twitter Facebook วนูั่ว700 ลาคนะมี
การคากากันวาในป .. 2555 ีผูใFacebook ิ่มึ้นเน 1,000 า ะเศที่
มีผูใช Facebook ี่นึ่ ซึ่มีผูใชจํ
149,354,260 า ําับนั้ ื่ังงรวร็วมาก
ภายหลังจัพสมารทนเามาอูขางนรุนใมึ้น ลักดันการช
สื่อสังคมออนไนทั้ง Facebook Twitter ิบา็วมาก สถิติตัวเเมื่อสิ้นปพ.ศ.
2553 รบุวามีผูใFacebook ูที่ปาณ 6.73 านคิดน 10.14% ชากรไท
คิดเปน 38.50% ําับากูใอินเเน็ตนปี่มีอูกวา 22 านคนและในครึ่งป
กข .. 2554 นั้ีผู Facebook านวน 9 า ติดับที่ 18
ของโลก โีกุมูใง ั้ 13-65 าย 18-24 ปมีจํานวน
มากที่สุดิด 40% าย 25-34 ี่มสัวูี่ 35% (ก็ตติ้ง. 2554:
2-3)
Facebook หมายถึง ว็ไซตเครือขายงคนึ่งทีู่ใชงาามชเพื่
ติตื่รืรทํกิกัูชอื่ ช กาข ลรื่
ควารูสึ ามคห็เรื่งที่ใจพสตรูาพตคลิวิดีพูคุยลนกมที่
สามารถชวนผูใชงานทานอื่นมาเลนกับเราไดรวมไปถึงทําิจกรรมอื่นๆ ผานโปรแกรมประยุกตเสริม
(Applications) ที่มีอยูอยางากมา ซึ่งโรแกรมระยุตดักลาวไดูกพัฒาเามเพิ่เติมอยู
เรื่อยๆ โปรแกรมประยุกตยังแบงออกเปนหลายหมวดหมู เชน เพื่อคามบันเทิงหรือเปนเชิงธุรกิจ
18
าพ 6 ารเว็บซตFacebook านาธิบีบารัค
Facebook Page าย นาวนึ่ว็ Facebook
ที่สรางขึ้นมาเื่อี่จาสัมันธสิ่งาง น าวสาร ิจนสินคาแะบริการางๆ
ใหกับเพื่อ ือุคื่นๆี่กําังาหือีคสิ่ี่าส ละเมื่บุคคล
นั้นมีความสนนสินคาแิกังาว็สัคาเน Fans ดรกุมที่คําว
“ถูกใ (Like) ากั้ี่ี่วข Facebook Page ื่ราบดว
เชนกัน แลนเนนี้ไื่อ
ภาพประกอบ 7 การใช Facebook Page ของบริษัท GTH
19
2.2.4 มี ริ่ง (Media Sharing) ปว็ี่เปหาร
อัปโหลดรูปหรือวิดีโอเพื่อแบงปนใหกับครครัว พื่อนๆ รืผยรตอสรณชน ซึ่งนักกา
ตลาดปจจุบันไมจําเปนตองทุทุนใารสรางหังโณาที่มีตทุนสูาอาจจะใชกลองดิอล
ราคาถูกถวาคิปรูปวิดี นํขึ้เว็ตปเภ Media Sharing ยาง
YouTube หากความคิดเราเปนที่ชื่นชอบ ก็ทําใหเกิดการบอกตออยางพรหลาย หรือถากิจารขอ
คุณขายสินคาที่เนนดีไซนสวยงาม็อจถายูปลวนํไปึ้นว็บไซตยFlickr เพื่หลูกคาได
ชม สามารปนเรื่งมืนการนําชงานรืบรากาศในารทํงานไดปน รือกร
ของ Multiply ที่คนไทยนิยมนํารูปภาพที่แสดมือถายรูปขงตนเองมาเปนแกลเลอรี่สวนตัว ทาให
ผูวาจางไดเห็นฝมือกอนที่จะทําการจาง เปนตน
YouTube ว็ีู่ลี่ยลิ
วีดีโอาว็ ําวีดานษณะอะโบี
แฟลช (Adobe Flash) ซึ่งีเนื้อาย วมน วสิกีโ วีดีจากทาง
บานางัศน สาพ ูนํวีดีอไใสวใ
Blogรือ็บสวนตัวไานทางําสั่งี่กําหนดขYouTube
ภาพประกอบ 8 การใชเว็บไซต YouTube ขอายการ Britain’s Got Talent. Susan Boyle
20
าพ 9 เว็บซตMultiply นการสดาาาพ
2.2.5 ซเี่ยนิวส ุคารคิ้ง (Social News and Bookmarking) เปนเว็บไซตที่
เชื่อมโยงไังวาือนื้อินเเน็ต ี่ผูใเนผูสงใหะแนน
ทํากาโหวนสมือนมาชนชวั่วาบวานื้าใี่นใจที่สุ ใน
สวนของ Social Bookmarking นั้นเาสาร ั่น (Bookmark)
เนื้อหาหรือว็บซตที่ชื่นช ขึ้นอูกับิวเเื่อื่นึ่ ารทําผา
ออนลนแนื้อาในสวนที่เาทํา Bookmark วนี้ สามารงนคนอื่นๆดว นักการตลาด
จะใชเปื่ารวนายว็ญการลาดที่
ตองการ
21
าพ 10 ว็บซตป Social News. Digg
2.2.6 ั่ (Online Forum) สื่ังนี่าแกที่ส เปน
สถานที่ที่ใผูคนเาูดุยนหัวอี่พวกาสน ซึ่งนื่อ าพนต การมือ
กีฬา สุขภ นังสือ ุน ื่นๆีกายาย ี่วาคิด
ขอมูลขาวสาร นแนะนําสิางซึ่นันื้าที่พูดคุยใน
Forum นี้ ั้วิี่วสิาแา ซึ่าเ
สามารถเขาไาค วาสัี่ะเบไซต
ประเภทฟอั่มาจดแี่ยนคามิด็นกันโือนสวนนึ่งในว็บไซต
เนื้อหาตาง น ็บพันทิพนตน
22
าพ 11 ็บซตป Online Forum. ันทิพ
2.3 ิดื่อัง
ารื่สั Social media marketing ปมิตใหมาง
การตลาดที่แางาก (Traditional marketing) นิี่วาถอนากถ
โคน จาเิมี่นัาราดารา วังวาจะสามาร
เปลี่ยนพฤิกวาื่ขสิา ทวาในยุ
ปจจุบันที่เราสามารนหาขอูลาานทน ี่เื่อสื่อเดิมมีนอยล
เราจะเชื่อคําบูใี่นั้ ื่ ู ูอิทพล
การาด (Marketing Influencer) ว าใารวบุมทางของสื่อได
เบ็ดเสร็จอยางที่เคยเปนมาในอดีตวการพัฒนาของเว็บไตที่ดใหผูใชรนนั้นไดมีโอกาส
ในการพัฒนาเนื้อหาไดดวยตนเอง ทําใหเกิดสัคมไลนขึ้ในรูบตางๆ ชน Blog, Forum,
Twitter, Facebook หรือแมระทั่YouTube ที่เปดาสใหปจเจกชาทั่วไปมีวทีนการ
สรางเนื้อหาและสื่อออกไปใหสาธณะชไดอานลวกิดฎิัมพันธกับคนอื่จนกะทั่ทําให
เกิดสังคมที่มีความใกลชิดสนิดสนมกัน ทั้งเพื่อนที่รูจักกันดีอยูแลว รวมไถึงเพื่อนใหมๆที่พบไดบ
โลกออนไลนอยางแนบแนนขึ้น (ภิเษก ชัยนิรันดร. 2553: 3)
ทํผสื่สังคนกั (Niche
market) ที่ไมเปนที่นิยมของคนหมูมากและมีชองทางจําหนายนอย แตเมื่อเขาสูโลกออนไลนที่มีผูใช
ํานวนมากและมีชองทางการคนหาอันทรงพลังอยางเสิรชเอ็นจิ้น (Search engine) ที่สามารถคนห
23
สินคาไดตามความตองการ ทําใหสินคาที่เคยขายไมไดเลยสามาายดเปนกเปนํา รีกได
วาถมจะมีูนนอตยังสารถายไดงผูบริโลุมล็ ตรงสนี้ที่
เรี“ตลา Long Tail” นอกจากนี้ลวสื่สันยงเาะกับกการจําพว SMEs
ทั้งลาย เนื่องจากขนาดของธุรกิจที่มีขนาดเล็ก การที่จะทุมโณาในสื่ระแลักงไมใชเรื่อ
ายนัก ดังนั้นสื่อสังคมออนไลน คือ ทางออกที่ลงตัว (ภิเษก ชัยนิรันดร. 2553: 17-20)
าพ 12 อางางาดื่สังนไนสําับุร
ี่มา: News social media (2010: Online)
2.3.1 ื่ สําหนัลา
สามารถแบงออกไดเปน 6 ขอ (ภิเษก ชัยนิรันดร. 2553: 34-42) ดังนี้
2.3.1.1 เพื่อเพิ่มยอดขาย เชน การใช Twitter ในกสรางายดใหริษทเล
(Dell computer) นยที่มการินคาลาคาพิศษหกบผูติาม (Follower) เฉพาะทาง
Twitter ทานั้น วิธีการนี้ทํราไดากวา 1 านดลลารในป.ศ. 2008 รืกรณีของโนกี
(Nokia) ที่เปดตัวโทรศัพทมือถือรุน Nokia 5800 express music โดยใหผูเขียน Blog หรือ Blogger
ที่มีชื่อเสียะมีอิิพางการาดไดงใชสิคจากนั้เปดโอาสใหทําการะนํก
ลูกคาึ่งหากแนใจในมาฐานละคุณภาพแว Blogger ็เกิดความระทัใจและบตอ
สรางกําลังซื้อากูติามอไดเปนจํานนมากลงกัการวิจัยBuzzLogic/Jupiter
Research ที่ทําการสํรวจกับผูบริโคจาน 2,000 บวBlogger นผูมีอิทลตการ
24
ตัดสินใจซื้อมากที่สุดรวมถึงกรณีองว็บไซตเม (www.amazon.com) ที่เปาสหลูกค
เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่ไดซื้อไป รวมทั้งใหคะแนนจาก 1-5 ซึ่งถือวาเปนขมูล
สําคัญตการัดสินใจซื้งผูบริโครอื่นๆ ทําชเพิ่มยดขะลุดอนจากการที่
หนังสือไมไดถูกจับตองและเปดอานไดอยางรานหนังสือทั่วไป
2.3.1.2 เพื่อเพิ่มการรับรูแบรนด (Brand awareness) วิธีการสรางารรับรูแบรนด
ผานทางื่อสังคมออนไลน คือการพยายามใหลูกคาเขามมีสนรวมกับกิจกรางการตลาดือ
การเขาไปพูดคุยกับแบรนดอยางเนกันเรูสึกวาบรดนั้มือเพื่อนงตนที่จะคิึง
กอนแบรนดอื่นๆ เชน บริษัท HP ใช YouTube ในการรางกรับรูบรดยางฉลาจัดกา
แขงขันใหผูเขารวมทําลิปวิดีโอสั้นๆ แตเพื่อใหเกิดความคิดสรางสรรค จึงไมใหเปดเผยใบหนาขอ
ตนเอั้งนี้เื่อดผูเาชําวต ีเินางัลั้งา 300,000 อลลาร กฎ
วาการแขงันคั้งนี้ปสบามํา็จางาก ีผูสงิดีโสั้นาปา 6,433 ราย โดมีผู
เขาชมทั้งสิ้นมากวา 2 าือีขีมํารุงิว ารนิเนทีม ที่เปดโกาสให
ผูใชสินคาเามาโสตภาพับ 3 อียนเาก็ด็ดับนกํารุงิว ลวเปด
โอกาสใหผูชายื่นๆําวต ูชนะิศรับัตับาห ะยังมีก
ของ GTH ี่ใFan Page Facebook ี่นอากในลัการาสัมพันธแลว แต
ดวยลักษารูดุยี่เนกัน ําใมีบาสมาชิก (Fans) ิ่มามาเื่ ําใหเิด
รับรูแบรนดGTH ูต จํากัดาพนตเื่อื่อนึ่ง
2.3.1.3 ื่อนการาสัมันธ ือวาเนการสื่อสังไลนเหมืสื่
เดิม คือ กาสื่อสาร ซึ่งจาเิน ถาาไไเาแบรื่อาวของเรา
เพียงอยางีย แงนื่อาวี่นานใื่นๆ สื่นงปะเพื่
การประชาสัมันก็สามางิทิภาพมาก น ิษัท Sun Microsystem ที่มีการัดทํา
CEO Blog Jonathan Schwartz ซึ่งนื้อาจนการาถึงนโายิศทางองบริษัท
รวมไปถึงกุทวควคามื่วที่ิดึ้ ที่ CEO มาพู
เองผาน Blog ําใเิดวานาเื่อือนักานมีโสอามนเื่อี่สงสัยได รือกรณี
ของบริษัทแนสิริ ที่ใช Twitter ในการแจงาวประชาสัมพันธไมวาจะเปนกิจกมทงกาลาที่
เกิดขึ้น แจงขาวในปจจุบัน นอกจากนี้แสนสิริจะมีการใชทําวิดีโอสั้นๆ ซึ่งจะเปณาหือาร
เยี่ยมชมโครงการ การใหขอมูลขาวสาร เชน วิธีการตรวจรับอนโด ผานทาง YouTube อีกดวย
2.3.1.4 เพื่อทราบฟดแบ็ก (Feedback) จาลูกคา เปนปะโชนที่ตัวกิจการตอ
ใสใจ จะทําเอาหูไปนาเอาตาไปไรเหมือนที่เคยทํามานั้นไมไดแลว เพราะเปนสีสะทอจากลูกคา
เพียงไดยินแคสองคนเหมือนแกอน แตจะมีการพูตกัไปมือไฟลาทุากกิจการย
เขาไปรับรูและจัดการอยางถูกตองเสียก ตัวอางเชครือากาชื่ดัอยารบัคส
(Starbucks) ไดทํBlog ึ้ mystarbucksidea.com นชุมชที่จัตั้ึ้พื่ป
สื่อางในกาพูคุะหางรกับลูคึ่งบล็กแหงนี้เกาหลูคาเามะนําแ
25
แสดงความคิดเห็น ตลอดจนสามารถที่จะโหวตความคิดเห็นของคนอื่นๆได อีกทั้งยังมี Forum ี่เปด
พูกัตับัส ที่ตว 200 พื่หว
ขอเสนอแนะที่มีเขามานั้นสตารบัคสไมไดนิ่งเฉย ทางรานจะคัเลืไอดีที่ไดรับคะโหวตสู
เพื่อนํามาปฎิบัติใหเห็จริซึ่งมีผูเขเยี่ยมชกว 3,000,000 ค ะมีจํานวนวตถึง 460,000
โหวต
กรณีของไทย เว็บไซตที่มีลักษะเปน Forum ใหญที่สุด คือ พันทิพย (Pantip) ที่
มีฟบ็ลูครที่บมูจํานาก ยช ร
บุ ก็มีทูที่กี่กัูรัริที่มทํ
โทรศัพทมือถือหรือรานคาที่จําหนาย บอรดชายค ก็มีเรื่องรองเรียนเกี่ยวกับธนาคารที่ปลอกูรื
ใหี่ นี พื่ที่
หลอกลวง นตน ด็กังาวที่รอียนนั้นไรับารูี่ขก็มาร
เปนเรื่องรวใโึงนาดี่สื่อัก นนํะเดในกา
เสนอขาวมนั้วราไส ป วมี้แจงขมูลไมใช
ปลอยผานิดาไสําคัญ ซึ่งจุบันจ็นาหายายีกพนักานของแบรด
นั้นๆจัดกาับียียอากูตา
2.3.1.5 ื่อิ่มํานวนผูเาว็บซต ื่อสังนไนครื่งมืนึ่
ในการลักันใคามายัง็บขมากึ้น สังุดูจวาบวางเว็บไซต
สวญ Social News Social Bookmark ช Digg,
Delicious, G Bookmarks ําับื่อังนไนปนี้ข็มZickr นน ทั้งนี้ผูอาน
บทความามารือ Bookmark วานี้าก Social News
ดังกลึู่ื่นวเิ่ึ้ วามี
เครื่งห Retweet าสาการื่ดีผานทา
Twitter ไดโาย นอนี้การสื่อสังนไเื่อื่ออามายังว็บซตหลักนั้น ยังทํา
ใหเปนการิ่มํานลิง(Link) าะูอานบามากสื่สังนไนต ะแะนําไัง
เพื่อนๆอีกทําใหอันดับของผลกคนหาจาก Search engine อยูในอันดับตนๆ ซึ่งทําใหมีจํานวนคน
เขามายังเว็บไตสูงขึ้นตามไวย
2.3.1.6 พื่รปผูนํงคคิ ปนี้ญ
เปาหมายสําหรับผูใชสื่อสังมออนไลนใระดับปจเจกชนมากกวา โดยเฉพาะ Blog ั้น คอางใช
ายตางจากเว็บไซตเดินอีต าใหมีผูชี่ยาญในสาขาตงๆที่ตดิไมมีพื้นที่สํหรับกา
แสดงความคิด และเมื่อพวกเขไดเขียนเนื้อหาที่ใหความรูและมีผูคนติดตามอานเปนจํานวนมาก ทํา
ใหพวเขาเปนผูนําทางความคิดและมีอิทธิพลอยางสูงทางการตลาด ตัวอยางเชน จีรพัสร อริยบุรุษ
รื Jeban ที่ขีรื่กี่กัตนผ Blog (www.bloggang.com) ึ่มี
ราละเอะรูระกที่แงความนมืาชีนสวๆเขามาอา Blog งเอกวา 2
26
รั้งตดื ถืนผู Blog รือ Blogger รกงไที่ีจํวนผูอาน
จนกะทั่งเกิดกระแ “Jeban Fever” ทํให Jeban ไดปไซwww.jeban.com ซึ่งมีจํานวน
คนเขาชมไมต่ํากวา 1 านครั้งตอเดือน เว็บไซตดังกลาวถือเปนแหลงขอมูลสําคัญที่มีอิทธิพลตอกา
ตัดสินใจซื้อเครื่องสําอางของผูหญิงไทยในปจจุบัน
รนุช เลิศสุวรรณกิจ และุงโรจน ศิริพรมงคล (2554: 175-176) กลาววาารกํหน
วัตถุประสในการทําตลาดผานสื่อสังคมออนไลนเปนหัวจที่จะบอทิศางความําเร็ถาตั้
โจทยไมถูกแตแรกขบวนการดําเนินงานถึงดีแคไหนสุดทายอาจสูญเปลา บางทีการทําการลาดบ
สื่อสังคมออนไลนอาจไมใชเพื่อการสรางไดหรือเพิ่มยอดขายเสมอไป อาจเนนไปในเรื่องของการ
งกรัรู ารสัพัธหูจัวงวา รลูคจํ
Customer loyalty program างักดานนวัต (Innovation) ก ารเพิ่
การสื่อสาร (Traffic) นตน ึ้นอูกับุริจามีความอาือําลังบปญหาอะไร
ําหนดุมาหายี่ตอสื่อสารชัด(Target audience) ละเขาใจถึง
เครื่งมืี่นัุ้ม ื่มืไดลวคว
ศึกษาถึงฟเตางี่มีอูใเาใื่อนํามาปุกใไอางีปิทิภาพากที่สุด
2.3.2 ื่อ Social media ถู
นํามาใชื่าสกสี่ตงการเพิ่
ชองทางกาาดนแๆ ุริจี่ตอาริดามนวมางๆนโลกออนไลน
ธุรกิจที่ตองารงาณางาราดามุคาที่สุด ุริจี่ตอาราถงผูบริโภคแบบ
ใกลชิ ซึ่ี่ Social media วานัาร (อรวร
วงศแกวโพิ์ท. 2553: 65-66) ือ
2.3.2.1 าใจายก นื่ายารสินาและกา
ทํากาตลาานสื่อนจีตนทุนที่ถูกวาการาผาสื่อั่ว
2.3.2.2 ีคามืดุนในกงาน นื่ากว็ตที่เปน Social
media ใหเือากายน Facebook, Twitter, MySpace นั้นัารนัาแะผูที่
เกี่ยวขอามารถเลือกเว็บตใดก็ไดที่เหมาะสมกับองคกรหรือธุรกิจของตน
2.3.3.3 ผูใชเว็บไซตสามารถเขไปชไดทุกคนไมจํากัพศายุ ถาที่ ไมวา
ผูใชจะอยูที่ใดในโลกก็สามารถทําการตลาดเขาถึงลูกคาไดทุกที่จทําใหขอมูขวสารองคกรที่
นําไเขียนไวในเว็บไซตสามารถเผยแพรไปยังลูกคาไดทุกกลุมเปาหมาย
2.3.2.4 ไมคาชจงายละรวเรนื่จากใุคนี้ผูใชสมารถา
อินเทอรเน็ตไดอยางงายสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงมีเ็บไซตที่ใหบริการ Social media เปนจํานวน
มาก นอกจากนี้การใ Social media ในการทําการตลาดยังเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมไมตองสิ้นเปลือง
กระาษในการทําแผนพับไมตองเสียคาน้ํามัน แกสสําหรับคาขนสง
27
2.3.2.5 สรางความสัมพันธกับลูกคาไดเปนอยางี การเขาถึงกลุมบุคคลที่สนใจ
ตัวสินคาเปนแบบตัวตอตัวเพราะสามารพูดคุยหรือถามตอบกับลูกคาผานระบบของ Social media
แบบทันทีเหมือนผูซื้อไดคุยสอบถามกับเจาของรานเหมือนผานหนารานและเจางราน
เช หางเซ็รัลช Twitter าระจาขาวสารรวมถึงรายารสเสริมการายสวนลดหรื
กิจกรรมตางๆใหกับลูกคา เปนตน
2.3.2.6 ตรจสอบผลได นัานนผูเขเยี่ชมได ทํใหราบถึอบรับที่
ไดรับกลับคืนมาจากลูกคาและใชเปนดันีวัดวาสําร็จในกาใช Social media เขาาชวยงาน
เช Twitter มีการก็บสิติผูาใชพื่อใหราบถึงนวผูเขใชรืกาวัดจํานวนคลิกใน
ทุกๆลิงคที่ไดเขียนขอความไปใน Twitter
2.3.3 ื่. Social media นตารดําเนิ
ธุรกิจมากมาย (วร วงแวโิ์ท. 2553: 66-68) ังอนี้
2.3.3.1 าร Social media นกําการารสัพันธ: Social
media จัดวาเื่าราดสัสิระเนึ่งที่มี
คาใชานั่วาใ Social media ชวยใน
ดําเนธุาก Forrester ารลาด
Social media ัฐิกีการิบึ้นางื่อ ซึ่งนป .. 2010 มีคาใชจาย
เพิ่มขึ้นมากวา .. 2009 ิดน 285 ียสหัฐีแนวโนมิ่มึ้นเื่ในปถัดไปซึ่
(คิม และค. 2552) าววา Social media สามารทําการาดแตอกับลูกคาในกุมที่
สามารถใชไแอไนทางี่เาะสม ิเนนั้นอาจําใเิดญาขึ้น
28
าพ 13 าริบ Social media marketing
ที่มา: วงแวิ์. 2553: 66; าิงาก Forrester Research, Inc (2009)
นักาดามาร Blog ึ้าเื่าแนําเนอาวส
ดานสินคาิการี่ตอารอูบิโ ีกั้งังามาไารบรั
ของลูกคาที่เามาบาถึงากางิษัทวยยัคาโ
ไปไดมาก นื้ีู่ Blog ารวูซึ่งจะตางจากสื่
ประเภทโทัศน สิ่งิม วิท ี่มีตนทุนที่สูงโาไในชววลาสั้นๆานั้ การสื่อสา
กับลูกคาดวย Blog คามูสึกี่ตาทําใผูคูสึกวาสื่อสารั้นามจริงใจละ
โปรงใสไดมวาสื่อสารื่น วุนี้เําใบิษัทายงันมาใความสําคัญกับ
Blogากขึ้จากจะใช Blog ในารณาลวยังสมาถใช Blog ในารรับเรื่งรองรี
ระพักณขจผงๆดชกั ทํหาง
ประทับใจตอผูที่ใชสินคาหรือบริการของธุรกิจของตัวเองไดมหาศาลหรือการนํ Media sharing
ชวยในการสรางภาพยนตรโฆษณาที่มีตนทุนไมสูงนัก โดยอาจถายจากกลองดิจิทัในรูบบวิดี
คลิปและนําขึ้นเว็บไซต YouTube เชน วิดีโอคลิปขริษัทไนกี้ (Nike) ที่มี Ronaldinho ใสรอเทา
ของ Nike เลนฟุตบอล หากลูกคาชื่นชอบจะมีการบอกตออยางแพรหลายหรือหากทําธกิจเกี่วกั
การขายสินคาที่เนนการออกแบบที่สวยงามสามารถถายรูปแลวนําขึ้นเว็บไซต Flickr เพื่อใหลูกคาได
รืจะชปื่มืรนํิจบรารทํงาริษัด
นอี้ยงสรถช Social media Social networking ขช
29
ระชาสัมพั เชริษันี่ (Sony) ทําการลาผ Hi5 สรางเปสังคมงคนที่นใจแ
ชอบกลอง Cybershot ถา Sony ตองการทํากิจกรมกาตลาดอะไร็จะเขาถึงคนกลุมนี้ไดทัทีผ
ทาง Hi5 หรือรานกาแฟสตารบัคส (Starbucks) มีการใช Facebook ในการประชาสัมพันธเปนตน
2.3.3.2 กาใช Social media ในารสรางรนสิคา: Social media มี
ประโยชนตอนักการตลาดในหลายๆดาน ซึ่งระโยชนอีกอยางหนึ่งของ Social media คือ การสราง
แบรนดเพื่อใหถึงกลุมเปาหมายไดอยางงาย มื่อมีการออกผลิตภัณฑใหมสื่อดิจิตอลชวยทําใหเขาถึง
ลูกคาไดดีกวาการทําการตลาดในรูปแบบเดิมๆ เครื่องมือทาง Social media จะชวยสื่อสารกับลูกค
รูถึงผลการตอบรับของลูกคา สงผลทําใหเกิดการพัฒนาลิตภัณฑเพื่อตงความองการขอ
ลูกคาไดดีขึ้ (เว็บบอ. 2550) จากนั้ยังชวยทําใหภาพลักณของงคกรูทัมัะยัง
ชวยใหจําแนดไดีในตางนั้นหายวาําับ Social media
ในการรานดเนอา าก 10 ับี่นํ Social media
เขามาชวยนการสราเื่อาง.. 2010 ฎวาบิษัทบัคสไนํา Social media
มาใชในกสรามากี่สุด าคือ Coca-Cola Whole Foods Market แสดงไดัง
าพ 14 ึ่งนั้มู (Followers) Twitter กถ
901,925 คนแีจํานวนสมาชิก (Fans) Facebook Fan Page ีก 7.4 านค โดสตรบัส
มีการสงขาิจกับูกาผานทาง Twitter ีกั้งังีการพูดคุยดวยกา
ตั้คํี่ืู่สึกั
ลอเวล ม My Starbucks Idea ื่าเามาแบอกถึงแคิด
ตางๆที่ลูกสิูขสื่นํานี้พิจาณา
ปรับปรุงสินึ้ าห Social media ชวยในกา
สรางแ สิาคาราการาดาน Facebook ละ
Twitter เพื่างามาสนึ้ นื้อาจะเน
เรื่งการาคนํี่างี่ะการใหขมู
ขาวสารบริการารงสริมารายนาคาร
30
ภาพประ 14 ิษัท 10 ันับี่มีการํา Social media ามาชวยนการสรางบรนด
ี่ม: Marketing Oops (2553: Online)
2.3.3.3 าร Social media นการางามสั: ธุกิจสาาร
ใช Social media หลายปรภทเพื่อติดตอสื่อสารกับลูกคาทั้งที่เปนลูกคาใหมแลูกคาเกาเพื่อสราง
ความสัมพันธระยะยาวกับลูกคารียรูความตอกาที่กตางกันขงลูกคาแะตอบงควา
ตลูคสิคารที่ลูกคตที่สุ
ควาสัพันธกัลูคากรัฟงวาคิห็นที่มีตธุกิจตาสิครืลิัณฑแกาตอ
คํที่มีามยงไมคาคิยู จานี้ยัชปชหบรคาหรื
ขอบคุณลูกคาที่ติชมเขา เชารบัคสใช Facebook Fan Page ในารรางคามสัมพักับ
ลูกคายางตอเนื่องและไดมีการปรับปรุงแกไขลอเวลา เพื่กถึงายการสงสริมาร
เมนูใหมที่มีนอกจากนี้สตารบัคสยังใช YouTube ในการอัปโหลดภาพยนตรโฆษณาทุกชิ้นของ สตาร
บัคสและเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟและงานการกุศลที่จัดขึ้นเพื่อใหลูกคาไเขามาชม เปนตน
31
จากขอมูลขางนสามารถสรุปไดวา Social media มีอธิตอกตัสินจข
ผูบริโภคใปจจุบันางากผูบริจะใชว็บไซต Social media เปนแลงาขอมูลกอ
ตัสินจซื้สิคาละบริการจึงทาให Social media เปนครื่อมือี่สําคัญขการทํธุกิจกา
นํคขริหตลูคลุ
กลุามายขบรษั ซึ่นักาลาวรตองมีารศึาถึีผสีที่ไใหถงแทเสี
กอนที่จะนํา Social media มาใชงาน ควรมีการวางแผนวิธีการแกปญหาที่อาจจะเกิึ้นรวมทั้งต
มีการนําใไปในทางี่ถูกตองขอมูลที่เขียนลงบ Social media ตองเปนเรื่งจริ เพราะหากลูกคา
พบวาขอมูลเปนเท็จอาจงลตอภาพลักษณของสินคาหรือบริษัทในที่สุด
3. แนวคิดกี่กับมุ (Relationship
Marketing)
3.1 ุงนัมัน
รี่ (Berry. 1983: 149) ใคามาย าราดุงนควาัมพันธ
ไววา คื าร วาสัี่ริลา
รูปแบบ” เพาะ Berry ื่อวาลูกานั้ามวาสินาการาดบบมุงเน
ควสันั้าดี่นฎีาสรซึ่น
ํานวนขายาเนกคามสําคัญาราใูกาักิติท
ู (Stone; Woodcock; & Machtynger. 2000: 2) ลาว
วากรตุนสันั้ื่ี่นัาราด ูกคติดตกั
ลูกค่ํา นสิ่ี่วจวรับใิ่ที่
ตองการตาี่สัญากันไ
าก วู (Rapp & Collins.
1994; Stone; Woodcock; & Machtynger. 2000) าววา ามวกับบริษันั้น
หากสามารนไเือนกับวาูกันรางูกาการนั้ บริษทเงก็
ะสามารถรักษาลูกคาใหเปนลูกคาประจําองสินคาใสินคาหนึ่งได เคยมีผูทําวิจัยแลวพบวาการ
ลูกคาใหมนั้นจะองเสียคาใชจายมากกวาการักษาลูกคาประจํา
นก าบ (2554: นไ) กลววลามุงเนวาสัมพั
(Relationship marketing) คือ การตลาดแบบมีความสัมพันธอันดีกับลูกคา (Customer relationship
marketing)
คิฟมน และคานั (Schiffman; & Kanuk. 1994: 665) กลาววา นวคิกา
งคสัพัธลูครืริคพันั้ รสัพัธ
(Relationship marketing) ซึ่งเปนเรื่อการตาดที่มุงสูกรสรงควาัมพันธอาวนนข
ลูกคาําใหลูกคาเกิดความรูสึกที่ดี และสรางความสัมพันธสวนตัวกับธุรกิจ
32
กิจึรื่รวาภัลู
เพื่อที่จะทําใหลูกคามีความซื่อสัตยและมีความผูกพันกับผลิตภัณฑและบริการของบริษัทในระยะยาว
การสรางความสัมพันธรหวางบุคคลกับรูปแบบความสัมพันธนัการาดจึงมีความลาคลึง
กัน โดยนักการตลพยายามที่จะสรางคามสัมพัระหวางผลิัณฑกับผูบริโนเดีกับ
ควาสัมพันธสวนตัระวางบุที่จะบพอะหวางกั นักกรตลาาเปองเสบริ
เฉพาะยางแกลูกคา การใหสวนลด และกาเพิ่มชองทางจําหนาย เปนตน
นื่นยีจัก็ลูค
(Customer database) ที่มีขอมูลของลูกคาที่สมบูรณครบถวน จะชวยสรางเทคนิคในกาดึงดูดลูกคา
พื่ราสัพัธไดงขึ้ รทั้งกยุงกาด มวะเป
การตลาดทาง (Direct marketing) สงสริมาย ารา นสนสนันุน
ใหเกิดการสรางามัมันธกับูกาไดีแาวนยิ่งึ้น อีขารวาสัมันธะย
ยาว คือวิี่ายายนื่ียาราลม อยงไรก็
ตาม นักกาอั่งน้ําหนักวางนี่ (Lifetime value) กับ
ตนทุนในการบิการิดอสื่อสารับูกา
(2550: 365) ร
สั (Relationship marketing) ว ุี่ข็ร
ความสัมพันธอันยวนาน าราวาูสึี่กับบริษ
สรางความวนวใาว (Schiffman; & Kanuk. 2007: 536) ธุกิจจํานวน
มากไดสราามัมันธอันดึ่งี่เียา สร (Loyalty programs)
เพื่อสรางคามื่อสัตแวาูี่ิตงบริษัดยมี
ุงมาื่วาามสัาห มีมรูกที่ดี
เกี่ยวกับวิธีกี่บิษัทิบัติกับาเื่อัฒนาใเนลูการาว
นัวผูริ
เชนเดียวกับวามสัมันสวนบุคี่จสรางามวาัน นัารลาตงเส
บริพาะอางกลูค ารใหส พิ่ติตอสื่สา ปน ึ่งนัาร
สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชนและเพิ่มการติดตอซื้อขายกับลูกคาที่มีควาภักดีไดในระยะยาว
มวากลยุทธการตลาดทางตรง (Direct marketing) การสงเสริมการขารณา
ทั่วๆไปจะใชสวนนึ่งขงกลยธกาลาดพื่สรงความสัพันอักาดี่สร
ความสัมพันธอันดีนั้นจะเนนไปที่การผูกมัดลูกคาใระยะยาว นักการตลาดไดนํความกาวหนาง
เทคโนโลยีมาประยุกตใชในกําระบฐานขมูล Relation database จะเปคนิควิธีนึ่งที่
ดึงลูกคาไงายขึ้นและประสบความสําเร็จอยางมาก ธุรกิจที่นําฐานขมูลูกคามาชไดก ธุกิจค
ปลีก การเปนสมาชิก สมามเครือขาย สายการบิน รงแรม และเคือขายธุรกิจ ตัวอยางเชน กาให
รางวัลแกลูกคาที่ใชหรือซื้อผลิตภัณฑเปนประจําอจอยูในรูปของการสะสมแตม
33
ดีุรกิจใกาพัฒากรสัพันธคื ปกางายวา
สิ้นเปลืองนอยวาที่ะสรางยายเพิ่มเติมกับลูกคาในปบัน ที่จะแงหาลูคาใม ต
อยางไรก็ตามควาพยายามงธุรกิจในารพัฒละสรางควาสัมันธกับลูกค นักการต
ตองพิจาณาึงมูลคาของลูกคาเพื่อใหเกิดความเชื่อมั่วาตทุนในการใหบริกาละติตอสื่
กับลูกคาจะไมสูงกวากําไรที่ธุรกิจจะไดรับ
3.2 งคปรกอบของการตาดแบบมุงเนนความัมพันธ
ารบริการมีสวนสําคัญในการตลาดแบบมุงเนนควาสัมพันธ การสรางมิตจิมิต
หรือไมตรีจิตผานการบริการนั้นจะเกิดึ้นจากความสัพัธบบกลชิด (Intimate relationship) ซึ่ง
มีคุณลักษะหรืมีงคะกอบ 5 ระการรือที่เรียกวา 5C หรื 5ส (เอาบไธง. 2554:
ออนลน) แ
3.2.1 สื่ ขจผูริ
(Communication: Self disclosure and sympathetic listening) สื่อสารีบคอขางูงใ
ดึดูู/ี่ลูคย
ตรงไปตรงาแายามนอวามอูกาดามะตืรืรนั้นก็
ะทําใหลูกาเิดับเนกัน
3.2.2 ารใารูจักกับูบิโ (Caring and Giving) ารสใจและการรูจัก
ใหลููสิลูค
แลกเลี่ยี่นูารามใสจที่มีตอ
ผูบริโภคไดดีเนกัน
3.2.3 สัญ นควาวกู (Commitment: Bonding with
consumers) ารักัญาที่ใไวกับูกานั้นที่สุดวกาเวาพัระะยวที่
ลูกคามีให สัาจูางวั/ิทกับลูกคาที่ช
บริกาบอยั้งนรหือูกาี่ซื้อสินาแลั้งนํานวนเินที่สูง นน
3.2.4 / (Comfort/Compatibility) ีู่บริคมควา
เชื่อมั่นกับความมั่นคงของสินคาหรือมีการบริการที่วางใจได
3.2.5 ลาวาขังแรื่มั่ริ (Conflict
resolution and trust) คือ การเปดาสหลกคาเรีกรอ/รงเรียมื่อูกคาบปญาจาการ
บริกาละเราก็พรอมที่จะกไขปญหาตางๆ เหลานั้นดวยความเต็มใจในทันที
ารตลาดแบบมุงเนความสัมพันธนั้นจะเนนกาสรางความพึงพอใจตอความสัพันธ
ที่ลูกคามีตอผูใหบริการและควาพึงพอใจอความสัมพันธจะเกิดขึ้นจากองคประกอบเหลานี้ คือ
1. ความพึงพอใจตอผูใหบริการ
2. ความพึงพอใจตอบริการหลัก
3. ความพึงพอใจตอองคกร
34
จานี้ลววาชื่มั่นตัวสิคาปสิ่สําคัญตรัลูคาวด
ขั้นตอนการพัฒนาความเชื่อมั่นที่ลูกคาีตอสินคานั้นมี 3 ขั้นตอนคือ
1. ลูกคาจะสํารจความนาเื่อถือของตัวสินคา/บริการวยารทบในรู
ตางๆ
2. ลูกคาจะมีความาดตอตัวสิคา/บริารวางกับคําโณาที่เราสื่สา
ออกไปตามสื่อตางๆใหลูกคารับทราบ
3. ลูกคาจะใหความสําคัญกับามเห็นเกี่ยวกับสินคา/บริการที่ถูกนําเสนอออ
ากสื่อตางๆหรือากการบอกเลากันบบปตอาก (Viral marketing) ขอมูลที่ดีที่ไดบกตอกัน
แบบปตอปากนี้จะมีผลทําใหลูกคาเกิดเชื่อมั่นในบริการไดในที่สุด
ักาลูกาําวนั้นเาจแนวทุนามสมพัธ
ประยุกตเขากับัฒนธีขลัง วจึงนํามากําหนดทั้งทา
และวิธีในกสรางามูกันรางูกาับสินคา/ิการคูนานที่สุดาที่จะปนไปได
4.แนวคิดีเกี่ยกับกาบริหูกคาัมพัน
(Customer Relationship Management)
4.1 ิหูกาัมัน
ิหารานลูกาสัมัน ือ ารางิงึงารี่ิยื่อโตอบ
กันในทุกรวาาแ ูี่ารุวาี่ริรและกา
ัดการวงีวิตูกา อีที่ไจารัดี่ดีก็คือ ามาริ่ฐานูกคาจาก
การไลูกคาใแสามารสนามอารูกาปจุบันอาีปสิาพ ซึ่งวคิ
เกี่ยวกับกาิหารูกาัมันธนี้จีบาทางสูงนการําถามื่อางรือรบบ
ที่เหมาะสมนกิหารารัดารารื่อ ือ วนการี่มีจุดุงายเพื่อดึงด
รักษากลุมูใบิการื่อารสราามึงีกว
ีผูใควาายาริหารานลูกาสัมันธวดังนี้
รรณี ินกว (2549: 58) ดใหความการบิหรลกคาสัมพัธว
มายถึกิจกมกาดี่กะทําตลูกคาที่าจจะเปบริโภครืคนงในอทางกาจั
ําหนายซึ่งเปนลูกคาของผูผลิตในแตละรายอยางตอเนื่อง โดยมุงใหลูกคาเกิดความเขาใจมีการับรู
ที่ดีตลอดจนรูสึกชอบพอบริษัทแลินคาหรือบริการของบริษัท โนกิจกรมารสื่าร 2 ทาง
ซึ่งมีจุดมุงหายเพื่พัฒาควาสัมพันธะหวางบริัทกับลูกคใหไดรัะโนทั้ง 2 ฝาป
ระยะเวลานาน
วิทยา ดานธํารงกูล และพิภพ อุดร (2547: 24) ไดใหความหมายของการริหารลูกคา
สัมพันธไววา หมายถึง วิธีการใดๆก็ตามที่ทําใหกิจการสามารถวัดและเพิ่มมูลคาตลอดจนสามารถใช
เครื่องมือและวิธีการที่ถูกตอง เพื่อใหลูกคาเหลานั้นอยูกับกิจการอยางยืนยาว
35
ราวัฒน ระก (2547: 100-102) ดใหวามหมงการิหความสพันธ
กับลูกค (CRM) ไววนวิธนึ่งที่จะชวยรัาคมสัพันระวางงคกรกับลูกคได
อาศัยการติดตอสื่อสาร การดูแลลูกคาการเขาใจลูกคาในทุกระดับทั้ง 360 อศาเพื่ที่จะเนอสินค
ละริการที่ใจ ถึจัดการฐานขอมูลที่มีะสิธิพเพื่รงคมา
ตอบสนองความตองกาขอูบริโภคอันจะนําไสูควาพึงพอใจและความจงรักภัดีนการริ
สินคาและบริการอยางไมมีที่สิ้นสุด
เฟรดเดอริค นิวเวล (Frederick Newell. 1999: 69) ไดใหความหการริาร
ลูกคาัมพันธไววา เปนกลยุทธนการสรางทัศติรือคามบตออคกกับพนกงานแตละคน
ชองทางการื่อสารและลูกคาที่เปนผลมจากการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานและการรักษาลูกคา
ุดประสงคที่แจิง CRM ือ ิหารี่ยนเสริมําลังู CRM เน
วาองคกรคนความสนวาูกาขุณิ่ ากจะสจสิ่งใดที่
คุณกําลังตารายาเนั่าจสิ่ี่ ิ่ี่คกรตอทําคือ
เสนอสินคาือิกี่ตับิ่งี่ลูกา็นวามีคุณา
ี่ าวน (Stanley A Brown. 2000: 112-114) วาายงการ
บริรลสัว ันี่วาต
ผูบริโภคแลสมสานวิธีตางนการิญนาก ลูกคาสัพัน
เปนการปับุงวนการนการําุริจื่อี่จงนัานที่เกี่ข
และผูเกี่ยวอก
วู (Stone; & Woodcock. 2001: 3) วว บริหลูกค
สัมพันธ ารี่างวิ E-Commerce มาชวยพัฒน
ความสัมพันธตอึ้ ั่วไพอานีู้ารฝาย
และฝายบริกูกาจกําหนดนวโนมาดาสิ่งี่ลูกาตอ
ิสิน นเสัน (Kristin Anderson; & Carol Kerr. 2002: 15)
ใหความายิหสัว วิี่ื่าหบการรางกา
รักษาและขยายความสัมพันธกับลูกคา
ณิศา ลัญานนท (2548: 273) ไดอธิบาไวดังนี้
ารบริารการสรางสัมพัอันีกับลูกค [Customer Relationship Management
(CRM)] เปั้นอนารรางแะการธํรงรควาสัพัธอักับลูกคโดสงมอบคุณคาที่
เหนือกวาคูแขงและความพึงพใจใหกับลูกคยบริษัามารทํากําไรดด ลาวคือ ริษัท
ะตอบริหารรายละเอียดอมูลเกี่ยวกับลูกคาและราละที่ารติอกับลูคาางใกลชิดเพื่
กอใหเกิดควาจงรักภดีจากลูกคาสูสุด ังนั้น CRM งตอาศัอมูางกลาซึ่งเป
ขมูลกี่ยกับลูคา (คอร; ะอรมสร็. 2547) วคามคิดขอCRM มุงที่จะธําร
รักษาลูกคาเกาเอาไวละใขณะเดียันก็จะจูงใจลูกคาใหมดวย
36
4.2 หลัารบหารงานลูกาสัมพนธ (CRM) 3 ประร: ารจู (Attracting)
การธํารงรักษา (Retaining) และการเพิ่มลูกคา (Growing customers)
ลักทั้ง 3 ประกานี้เปนหลักในการสรางความสัมพันธอันีกับลูกคาโดยการสรงคุ
คาที่เหนือกวาคูแขงขันและความพึงพอใจําหรับลูกคา (Satisfied customer) ซึ่งจะสผลใหลูคามี
ความภักดี (Loyal customer) ซึ่งมีประเ็นที่ตอพิจารณาดังนี้
4.2.1 ณคาที่ลกคารับรู [Customer Perceived Value (CPV)] และความพึง
พอจขลูกคา (Customer satisfaction) ารจูงใจแะการธํงรักษลูกคาเปนงนที่ากลําบา
บริษัทจึงตองหาวิธีที่จะสงมอบคุณคาและความพึงพอใจของลูกคาที่เหนือกวาคูแขงขันใหไดดังนี้
4.2.1.1 คุณคาขลูกค (Customer value) ูกคาจะซื้สิคาจากบริษัทที่
เสนอคุณคาที่ลูการับู [Customer Perceived Value (CPV)] สูงี่สุด เทีวาม
กตางรวางาล (Total customer values) ับวมขงลูกค
(Total customer cost) ังสม
ุณาที่สงูกา = ุณาวมนสูกา นทุนกคา
(Customer delivered value) = (Total customer values) (Total customer cost)
าการางนลูกาจินความางวาชนทั้งหมด
ตนทุทั้งหสิ่ี่นํ าผั้ี่กวาตทุ
คาใายี่าจาย าผน่ํวชจายาง
ตลาดของลูกา ูกา็จพ
4.2.1.2 วา (Customer satisfaction) ึ้นอูกับผลการ
ทํางานของิตัณหือิการี่ลูการับูเื่อียับิ่งี่คาดังังนี้
4.2.1.2.1 ูสึวฑรืที่
เกิดขึ้นจิงากัศนะนั้นนไามี่เังิตัณหือิกขาก็จะพอใจ
4.2.1.2.2 ถลูครูสึกวทํลิภัณฑรืที่
เกิดขึ้นจิงนั้นมากกวาสิ่งที่เขาคาดหวังมากอนเขาจะรูสึกพอใจและประทับใจอยางยิ่ง
4.2.1.2.3 ถลูครูสึกวทํลิภัณฑรืที่
เกิดขึ้นจิงนั้นต่ํากวาสิ่งที่เขาคาดหวังไวเขาก็จะไมพอใจ
บริษัทที่มีควาสามารถทางการตลาดจะใชความพยายามเพื่อทําใหลูกคารูสึ
พึง ลูกคที่พึจจะทการซื้อซ้ํื่ถึงะสกาณที่ดีที่เไดรั หั
สําารคืทํหทํงาจร (Performance) เปที่ลูกควัง
กลาวคือ บริษัทที่ฉลาดจะพยายามทําใหลูกคาประทับใจโดยการสัญญาเฉพาะสิ่งที่บริษัามารง
มอบใหไดและทําการสงมอบสิ่งที่เนือามคาวัง ากบริษัทตกาเพิ่ความพึงพอจสูงสุ
37
บริษัทสามารถทําไโดยการลดราคาหรือเพิ่มบริการตาระทําดักลาวาจทํใหลกําไลด
ดังนั้นเปาหมายที่แทจริงองการตลาดคือการทําใหเกิดคุณคาสําหรับลูกคาที่เหนือกวาคูงข
คุณคานั้นตองทํากําไรใหกับบริษัทดวย
4.2.2 ความจงรักักดีละการํางรักลูกค (Customer loyalty retention)
ลูกคาที่พอใจจะใหผลประโยชนหลายประการ สําหรับริษัลูกคาที่ใจจะมีความไวตคานอ
มีภัตริษักี่กับสิ่ที่ริษักับุอื่ ยก็
ความสัมพันธระหวางความพึงพอใจกับความภักจะแตางกันตามลกษะขอุตกร
สถานการณกาขงขัน กลาวคือ เมื่อควาพึงพอใจเพิ่มขึ้นความภักดีก็จะเพิ่มขึ้นตาม ตลาดที่มีการ
แขงขันที่รุนแรงมีความกตางนอยมากระหวางผูที่พึงพอใจนอยกับผูที่คอนขางพึงพอใแตมีคาม
แตกตางขอวาักีอางวาูที่พึงับูที่พึงางาก
4.2.3 ิ่สัวนูลซื้ (Growing of share of customer)
สิ่งที่นักการอากี่าก ิ่สัวนซื้ลูกคาซึ่
หมายถึงสัสวนการื้อสินาหายนิดุิต ซึ่มารถทําได
โดยใชหลักายินคาขามิดิตัณ (Cross selling) ซึ่งนกําใลูกาที่ซื้อสินคาชนิด
ใดชนิดหนึ่งิษัทูแวซื้อสินคานิดื่นๆิษัทว
4.2.4 สิค (Building
customer relationships and customer equity) ี่าศาควาสํงการแสงห
ลูกคาารรักาลูกาาริ่มูลาการื้อูกาซึ่งนารุงางวาสัมพันธในระยะสั้น
แลว แตหัวสําคัญารางวานัุ้ี่ นั้ษัทที่ีจะไมทํ
ื่นั้ วิลู
(Customer lifetime value) สรางุณาาสินคาดว
4.2.4.1 ุณาาสินา (Customer equity) ุดุาย CRM คื าร
สรางคุณคสิาซึ่งาส ี่นี้คา (Customer
lifetime value) ุกนใิษัทวมัน ิ่งูกามีควาักีมาไคุณาตาสินคาก็จะยิ่งมาก
ขึ้นเทานั้ คุคาตรสิคาเปนเรื่องวัดวามสําเ็จขริษัทไดดีวาายสวน
ตลาดเพราะยอดายแลวนครองตลาดจะบงบอกสิ่งี่เกิดขึ้นในอดีตแคุณคาตราสินคาจะบงบอ
ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต
4.2.4.2 ดัสัพักัลูครื่มืที่ชร
ความสัมพันธอันดีกับลูกคา (Customer relationship levels and tools) ารสรางวามัมพันธอันด
กับลูกคาสามารทําไดลายับ ทั้งนี้ขึ้นูกับลักณะลาป ริ่มจากระดั
ต่ําสุดที่ใชกับลูกคาที่มีกําไรต่ําไปนถึงระดับสูงสุดดังนี้
38
4.2.4.2.1 าระดับพื้ (Basic marketing) นรู
ความสัพันธขั้ิ่มตนที่พงาบรษัทํสนายสินคากัลูคพื่ทํหกิ
พฤติกรรมการซื้อ
4.2.4.2.2 รตาดที่ห็ลู (Reactive
marketing) นักงาายจะายิตัณฑพรใหคําแนะนํกลูกคาในณีที่มีปญหเกี่วกั
ผลิตภัณ หรือรับฟงขอเสนอแนะจากลูกคา
4.2.4.2.3 ารพื่ติามวามคิดเหนขงลูคา (Accountable
marketing) นักงงติตลูคายลัพื่วจวาสคานั้นสาร
ตอบสนองความตองกาขอูกคาไดหรือไม หรือหาขอมูลเกี่ยวกบขบกรองขงสินคาเพื่อจะได
นําขอมูลเหานั้นาปับุงินคาใดียิ่งึ้น
4.2.4.2.4 ี่คน
(Proactive marketing) นัาอางนื่ื่จะไทาบถ
ขอเสนอแี่ยวกับับุงิตัณหือนวควาิดี่ยับิตัณใ
4.2.4.2.5 าราดี่ใลูกาเนุนสวน (Partnership marketing) เปน
ขั้นสูงสุดขสรางามัมันธอันดีใาดี่มีลานายากาแตละคนูง
(High margin) ังนั้นิษัทึงอารางามุสี่งเ ช
P&G จึงทําานอาชิดับานคาีกนาด
4.3 ัตถุปขิหูกาัมัน
ัด CRM ็ตามวนแวแมีวัตุปสําคัญ ังนี้
4.3.1 ื่อิ่มายินคาหือาริการัทนื่ในชวเวล
หนึ่ง
4.3.2 ื่ี่ดาริษหลูกคาทาบ
วิธีการใชสินคาอางูกอี่สิาหรืารบริก
ของบริษัทนร
4.3.3 พื่หลูคามวาภัริะสคริริษั
โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีที่บริษัทมีสินคาจําหนายายายลิตภัณฑ ารที่ลูกคาซื้สินคา
บริษัทในสายผลิตภัณฑหนึ่งแลวรูสึกประทับใจในทางบวก โอกาสที่บริษัจะเอขายสินคาใน
ผลิตภัณฑอื่นไดสําเร็จก็มีมากขึ้น
4.3.4 เพื่อใหลูกคาแนะนําสินคาหรือกบริการตอไปยังผูอื่นเกิดการพูแบบป
ตอปากในางบวกเกี่ยกับสิคาซึ่งมีความนาชื่อมากกวาคํากลาวอางในฆษณาเสีีก
เมื่อสินคาหรือการบริการของบริษัทถูกโจมตีจากผูอื่นลูกคาเหลานี้จะกปองชื่อเสียงของบริษัท
39
4.4 ารนํานวคิดของการบริหารงานลูกคาสัมพันธไปใชในธุรกิจ
ารนําแนวคิดดาน CRM ไปชเพื่รางความประทบใจเพิ่มวาภักดีในตราสินคา
และสรางสัมพันธภาพที่ดีกับลูกคาจจุบันนั้นไมสามารลืกลูกคาทุกคนมาเปกลุมเปาหายด
ดังนั้ควรจําแนกกลุลูกคาทั้งมดกเ 7 ลุมคือลุลูกคาคาดหวังที่ยังอูในขายงสั
(Suspects) กลุมลูกคาคาดหวังที่แทจริง (Real prospect) คือ กลุมที่บริษัทคาดาจะามารถจูงใจให
มาซื้อสินคาของบริษัทได กลุมผูซื้อ (Purchasers) คือ กลุมที่เคยซื้อสินคาจากบริษัลอยางนอ
1 ครั้ง กลุมลูกคา (Clients) ือ กลุมผูซื้อที่ซื้อสินคาจากบริษัทเปนประจําตยังรูสึกเฉยๆ กลุมลูกคา
ผูสนับสนุน (Supporters) คือ ลูกคาแปรจําที่รูสึกชอบบิษทแยังไมอกมาสนบสนุนอยางจริงจั
กลุูมีอุารคุณ (Advocates) ือ ลูกคาผูใหารนันุนกิกรมขงบริษัทมนผู
แนะนําลูกคาคนอื่นมาซื้อินคาขิษัท ุมุนสวนธุริจ (Partners) ือ ูกาที่มีสวนรวมใน
การถือหุนุริจีขั้นตนดังี้
1. สออูลารซื้อูกาแลาย
2. ุูกื่าวุุ Prospect
Suspects นกุมาี่สําคัญนอี่สุด
3. ุี่ Clients วิี่กลุมที่สูงว
หรือไม
4. ือื่อือือิจาราดี่เับุมูกาแตละกลุม
4.1 ุม Purchasers ารักันใผูซื้อายนลูกาะจํานั้นตงใช
ลา ูสึว Value added ารซื้นี้ิ่ขึ้ ช กา
รับประกันที่ยาวนานขึ้น นตน
4.2 ุ Clients ื่วาสัลดทบ
ของกิจกรราราย นการัดิจิเนี้เื่อสราวามูสึกนบวกือับใจ
4.3 ุ Supporters Club marketing พื่อชักจูงให
สนับสนุนแื่อั่นในชื่อสียิษัทือนต
4.4 กลุม Advocates จัดแคมเปญเพื่อมอบรางวัลตอบแทนความพยายามทาง
การตลาดของกลุมนี้
4.5 กลุม Partners ิ่งที่ลูกคาลุมนี้ตงการมีากกวาตัวสิคาแตเปสวน
แบงกําไรินคาตัวอยางหรือผลประชนเสริมอื่นๆ
5. เนนแคมเปญที่เปดโอกาสใหลูกาเขามามีสวนรวมโดยยึดลักกาสื่อสารแบบ
สองทางเปนกันเองกับลูกคา
6. สรางคุณคาเพิ่ม (Value added) ละใหบริการี่โดดเดนเหนือความคาดหมาย
40
4.4.1 แนวทางในการรักษาลูกคาปจจุบันใอยูกับเราตลอดไป
นวทาง 12 ประกาเพื่อรักษาลูกคาปจจุบันใหอยูกับเราตลอดไปดังนี้
4.4.1 รคุาพิ่มพีทหลูกคเทนั้ตงสร
ความรูสึกเกินกวาความพอใจ
4.4.2 ใหบิการกอนและหลังการขายอยางเปนกันเอ
4.4.3 ใช Call Center
4.4.4 สริารี่วัช
คะแนนจากยอดการซื้อเปนตน
4.4.5 ตั้งฝายลูกคาสัมพันธขึ้นเพื่อดูแลโดยเฉพาะ
4.4.6 ควาสมับูกาแล
4.4.7 สํารวจูแงสถานกทางูเ
4.4.8 าดั่งวลสําหรั
ลูกคาลุมใ ีจุดนที่สิ่งี่ลูกาจรับลายเือนกันเื่อไรางวัลที่ลูกค
ตองการ
4.4.9 สรา Internal marketing ี่แ็งงBack office ี่ด
4.4.10 ายิหารอ็นวาําคัญการนับนุนอาริงจัง
4.4.11 างนทุนหือุปนกี่ยนไนลูกาบรืษัทอื่น
4.4.12 าเนางาดนรเาไปมีวน
รวมในกาวยิหารุมิตัณที่ลูกาวาําานราน
5. แนวคิดี่เกี่ยกับกาบริหูกคาัมพัน(CRM) ื่อังออนไล
5.1 ิดาิหูกาัมันบื่อัง
นุ วร ุน (2554: 68-70) ววชงทางที่
บริษัทจะมีโฎิสัมันธกับูกาไนึ่สื่สัน (Social media) ซึ่ง
เรตองยอรับกสื่สังคออนปนโลกที่ทุกสิ่งทุกอางเดกวางะเปที่ทีู่ริ
สาารถอาแควคิห็สนตได ราผูิโมักจฟสีงขงผูิโกั
มาวาที่จะฟงแชื่ดนิทํหบารั้งบริษัจจะเกามมาะไม
อยากจะกขาไปงสังคมดังกลาว ซึ่งในควมเปจริงแวถึมบริษัจะไมดเขาไมีสวน
รวม แตผูบริโภคก็ยังมีสิทธิที่จะสดงความคิดเห็นตามที่ตางๆบนโลกออนไลนอยูดีและเปนการยา
ที่จะควบคุมและหลีกเลี่ยงได
ถามอีกมุมหนึ่ง สื่อสังคมออนไลนก็เปนที่ที่บริษัไดเรียรูะเาใจลูกคาม
ขึ้น ถาบริษัทสามาถสรางสายสัมพันธที่ดี ละใชชองทางนี้ปรับเปลี่ยนทัศนคติลูกคาใหดีขึ้นได โดย
คอยเปนเสมือนผูชวยเหลือยามที่เกิดปญหาดวยความจิงใจ มื่อสาารสรางความประทับจไดก็
41
จะเกิดารกตหรือซึ่งทรงคุณคามากวาที่บริษัจะไปฆษณารืะกาศเสีเอง ดังนั้น
บริษัทสามารถใชสื่อสังคมออนไลนในการจัดการและบริหารอยางถูกวิธี มันจะกลายอีกหนึ่งเครื่องมือ
ที่ทรงประสิทธิภาพ ในการสรางสายสัมพันธกับกลุมลูกคาไดในระยะยาวไนอกจากนี้คามเห็นของ
ลูกคายังมีปะโนกับีกลายๆสวนงาในการนําขอมูรับปรุงะพันาลิตภัณฑขอ
องคกรนั้นๆตอไปไดอีกดวย
ื่นจิตต แจงเจกิจ (2544) ไดใหความหมายของ CRM วหมายถึกิจกราง
การตลาดที่กระทําตอลูกคา โดยมุงใหลูกคาเกิดวามขาจมีการับรูที่ดีจนรูสึกชอบบริษั
และสินคาหรือบริารงบริษัททั้งนี้จะมุงเนกิจกรรการสื่อสบบาง ีจุดมุงห
เพื่อพัฒนาควาสัมพันธระหวางบริัทกับลูกคใหไดประโนทั้งองฝเปนะยะเลาาวนาน
(ภิเษก ชัยนิรันด. 2554: นไน; างิงาก ื่นจิตงิจ)
นึ่ี่นิ นสื่
โดิ่าร ซึ่สี้สื่สัน
(Social media) เามิ่ึ้ ี่บปนากั
ระหวางพนักานขับูกา ือานายาราท Call Center
สวนสื่อดิ (Traditional media) างน วิ นัสืิมนั้ิ่ารสื่ารทา
เดียวแบบหนึ่งอเซ็น นขารูดุยนั้นนําึ่งับูถึงมตองการในแต
ละบุคคล รับื่ออียนถึงญาตางสินาหือิการ ิ่งูดุยิ่งใกลชิดรหว
กิจการกับลูกาือแลูกากับูกาเนเิดนชุม(Community) ี่สุด
าง็ตาม วาฎี าราไึ้ผนสื่อสังคม
ออนลน แก็มีหายารีุ่ื่าจี่นกาสื่าร
เดียวอีกทั้งูใาใ เตะคมากอน
ดวยเหตุนี้ทําเามัก็นกิจารี่ใสื่อสังนไนแูดางียวอูเนประจํา
ื่สัน ณีร
(Nokair) ี่ใ Twitter (twitter.com/nokairlines) อสิ ห็นกร มี
ฏิสัมพัธกัาลูคาแบบนึ่งตนึ่างเ็มที่ มีลณะขงกทักทายิง
บุคคล (Personal contact) ในลักษณะของภาษาที่ไมเปนทางการ นอกจากนี้ยังตอบคําถลูกคาได
ยางเนกันเงไมตาไปจากเพื่อพูคุกัน ากไมมี Twitter หรือ Facebook ลการติตอ
พูดคุยแบบเปนกันเองเชนนี้จะทําไดยากมากหรืบเนไปไมไดเลยการพูคุบบหนึ่งตึ่ง
อาจจะทําไบางในรูปบบการพูุยผ Call Center ตวามนิทสนมชิดชื้อะไมเิดึ้น
เพราะลูกคาคงไมโทรไปทักทายนกแอรผาน Call Center แบบที่เราสามารถทักทายผานทาง Twitter
 นั่นแสดงใหเห็นถึงพลังของสื่อสังคมออนนตอการสานสายสัมพันธที่มีอลูคาแบบที่สื่อื่น
ทําไมไดเทียบเทา (ภิเษก ชัยนิรันดร. 2554: ออนไลน)
42
คปคุณคา (Brand Equity) สูรื่ํนั้ึ้ยูกั
องคประกอบ 4 ประการ (ภิชันิรันร. 2554: อลน; อางิงจากวิด เอ เอร. 2538)
กลาวคือ
1. Brand awareness – การรับรูถึงการมีอยูของแบรนดในใจองผูบริโภ
2. Perceived quality – การตรหนักถึงคุณภาพของสินคา
3. Brand association สิ่ที่งคกรตองกาใหดนั้ปยางไในใจข
ผูบริโภค หรือกลาวๆงายคือการรับรูถึงตัวตนของแบรนดนั้นเอง (Brand identity)
4. Brand loyalty – ความภักดีตอแบรนดเมื่ลูกคาพิารณาวาสินคารือบริาร
แบรนดนั้นมีคุณคามากกวาแบรนดอื่นๆจึงําการตัดสินใจเลือกซื้อ
วนวา (Brand loyalty) นี้ี่ CRM าามีบทาท
สําคัญโดูานี่ว าลนั้่ํตทุนในกา
แสวงหาลูกามาก ิจารั้งาั้งาลูก เกาไป ซึ่งก็ไม
ตางจากกี่ายารื่ ูก (Like) ปมาชิ
(Fans) ใน Facebook าก นการาใตอนที่ าช (Fans) ยูวแตเดิม
ทั้งที่กิจกาวรนี่สัาอนื่ ซึ่ง
สุดทายคือ วามักีตอนด(Brand loyalty)
5.2 สื่อังําับิหูกาัมัน
ุช ิศสุวริจ ุงน ิริพ (2554: 71) กาวถึง ันได 8 ั้นกับ
การบิหารูกาัมันธผานสื่อสังนไน ื่อําใลูกาเื่ในแบรนดมา
ที่สุด ไวดังนี้
1. ับงสียูบิโ ารับงือนัวาใติก
ความคิดขูกา ิ่างี่ามารวาัู้หากลา
ชองทาง แสูนซึ่สิ่ี่างลีกเลี่งก
แสดงความิด็นเี่ยับนดไ ังนั้นื่อับงญามาแวก็จอําการยกแยะเพื่อจัด
กลุมขปญห ทํารวิาะห การจัดลําดัวาสําคัะวงโงสรางภทีงาวาจะ
ัดการกับแตลระเภทของปญหาอยางไ นอกจากนี้ารทําการาดชิงรุกเนสิ่งที่แดต
ทําเปนอยางยิ่ง โดยคําวาเชิงุกนั้นหมายถึง แนดไมจําเปตใหลูกคาวิ่งเามเพื่รองเรี
รือใหราตางทันทีที่เห็นสีเหลานี้บนสื่สังคมอนไลนบรนดควรจะสามาติตไป
ลูกคาึ่งอาจจะผานทาง Facebook, Twitter และ Blog แมกระทั่งเว็บบอรด เพื่งลูกคาได
ทันทวง
2. ความใสใจในขอมูลรายละเียดองลูกคาจะชวยมัดใจลูกคาได เปนอีกหนึ่งพื้นฐาน
สําคัญขงกรบริหรลกคาสัมพัางเชูกคาคนนึ่งเคยรองเรีละใหคํนะนําเขาม
เกี่ยวกับตัวสินคาตัวหนึ่ง ถึงรูปบบะคุณลักษะบางปะกา ากนดนํขมูลเลานั้
43
รวบรวเก็บไวเปนประวัติเฉพาะของลูกคารายนั้น ครั้งัดไปที่ลูกคาคนี้กลับมาคุณก็สามารถที่จะ
เลือกหรือหลีกเลี่ยงการใหลูกคาคนเดิมพบกับสินคาที่มีรูปแบบเหมือนครั้งกอนด ซึ่ก็ทํใหกา
การรองเรียนลดลง และการเก็บขอมูลลูกคาไมวาจะวันเกิด ขอมูลที่ไดรับจากแบบสอบถมวา ลูกค
ชื่นชอบอะไร ไมชื่นชอบอะไร มีการคนหาสินคาอะไรือติกรการใสิคา/บริกรที่าน
เปนอยางไร ก็ทําใหแบรนดสามารถเขาใจในตัวลูกคาและนําเสนอสินคา/บริการที่ตรงใจากวาเดิม
นอจากนี้มื่ึงชวงวันพิเศษ็ไมวรลืมที่จะมอบสิ่งดใหลูคางคุณ นอกจากจะสรางควา
ประหลาดใจแลวยังสรางความประทับใจวเชนกัน
าพ 15 าริหารูกาสัมันาสื่ังนไลน
ที่มา: Jacob Morgan (2010: Online)
3. การสนับสนุนที่ดี การแบงปนกับทีมงาน เพื่อพัฒนาโคงสรางการทํงาน สําหรั
สื่องคมไลนนั้นมไดมีใครคนใดคนนึ่งที่นตันรบผิชอบทั้งมดเบื้องลังกา
ทํางานเมื่อมีการติดตอเขามา เรื่องแตละเรื่องควรูกสงตอไปยังหนวยงานหรือผูที่รับผิดชอบโดยตร
โดยอาจจะแบงจากระเภท เชน เปนคําถาม เรื่องรองเรียน คําชม หรือจะเปนื้องเรื่งนั้
ซึ่งจจปนเรื่งที่ไหตกาวาชเห ะนั้กมีรลําดกอลัง
ัดแบงหนาที่และสรุปออกมาไดอยางชัดเจนในทีมงานไดอยางดีแลว การบริหารความสัมพันธจงาย
และมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไว
44
4. ตรวจอบขอมูลทั้งภายนอกและภายในอยูเสมอ คามถูกตองเหมะสมของขอมูล
เปนสิ่งที่ควรตระหนักและควรนนากเปนพิเวาขมูลประเภทไหนที่ามรถื่ออกไปได
หรือไม และควรสรางความเขาใจและแจงอผูดูแลสื่อสังคมออนไลนของแบรนดนั้นๆ
5. การสรางละยึดถือมาตรฐาการบริการ ควาริงใจละควาโปรงใส ใหเปนหัวใจ
สําคัญขององคกร ความเชื่ใจนั้นปนสิ่งที่สาคัญมายงหนึ่งในกาดําเนินธุกิจกับลูกคพว
เขาเหลานั้น ตองการติดตอกับเราอยางโปรงใส แลบรนดจะองทําใหูกคารูสกวาไมมีสิ่งใด
มื่ลูคติตอเขาม บางรั้ดๆึ่งสาารยืนอยูสูงสุไดยาวนานทั้งที่ตั
ผลิตภัณที่มีความคลายคลึงกันมีอยูมากมตสิ่งที่สามารถดึงดูดลูกคายังคงอยูที่ วามชื่อใจ”
นั่นเอง
6. สวนสื่นนั้ว ริ่ากะด
องคกร กาิหารูกาสัมันธใดีแีปสิาพ วริ่มยทํใหสื่
สังคมออนเนสิ่งี่ แ ําับก ังากนั้นเื่อสามาริหารัดการเรื่องเหลาน
นี้ใค ี่วื่ี่ ูบิหารคว
เล็งเห็นปรแวามสําคัญสื่อังนไนที่มีตอุริจนยุคจุบัน วางเปาหมา
และสื่อสารัตุปขารนํามาใทีมานผูดูแตนัางเดียกั
นอกจากนี้ังีการสงสริมการียูสิ่งๆูเสม
7. สิ่ี่ี่สั ลยวากุ
ลูกคานสื่นนัุ้าป าะุาที่มรูอูในระดั
หนึ่ง และหายนก็มีตัวตนอูในเือายสังน (Social network) ากาหนึ่งที่ ในเวลา
ที่พวกนั้วา กักา
ตรวจสอบขอูลูกาาเื้อนกอนควบูไว างั้งื่อูกาที่มีปสบการที่รูสึก
ยกับบร สิ่ี่ารี่ยาเี้เสีกอ
ติตลับาเื่ามป ั้าะื่าไะบายออ
อาจจะทําใพวกูสึกีขึ้น ากนั้นลูกาไมีโห็างจะ
ชวยใหพวกเขารูสึกวาพวกขามีคา แลบรนดพรอมที่จะรับฟงพวเขา รวมถึงเปาสหลูกค
มีสวนรวในการออกความคิดเห็น
8. ความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใสลูกคา ความรูสึกดีๆขงลูกคาที่มีตอแบรนด
นั้นปคุณสมบัติที่ทงคณคาที่สุ มื่อวันึ่งถาคณภางการบริกกต่ําลงไมดีงเชต
กอน ชื่อเสียงที่สะสมานานจะถูกทํลาลงอยางนาสียายละตอใชเวาในกรฟนคืนอีกน
หรืออาจไมมีทางหวนกลับมาก็เปนได
45
ิเษก ชัยนิรันดร (2554: ออนไลน) ไดกลาวถึง รูปบบขงการใชสื่สังคออนไลน
สําหรับ CRM ไว 4 ประการ ดังนี้
1. ชขมูฟบ็ (Feedback) รืวาคิห็ต
ตัวอยางเชน การตอบคําถามขอิจการ K-Bank Live ในสวนของ Facebook Page ที่ทําไดรวดเร็ว
นผูที่สอบถามเองถึงกับชมไวในสวนของคําวิจารณ (Comment) เชน ลูกคาธาครานึ่งที่ถา
เกี่กับกรทาสบัชีนาคารหายจําเนตงไแจงามกือม ซึ่งมจะเนรถ
ในชวงค่ํา ก็ปรากฏาท K-Bank ก็เขามาตอบคําถมให จนลูกคนาารายนั้ึงกับชมว
“ทันใจจริงๆ” นอกจากการตอบคําถามแลว K-Bank เองก็รับคําตําหนิติเตียนดวยเชนกัน เชน ลูกคา
รายหนึ่งรองเรียนวาหนที่สาหางบิ๊กซี (Big C) อครัษอยหคิวนานึง 20 าที
าง K-Bank ําูาขนั้ กคารายนึ่ที่
รองเรีี่วกสิิ์าร K-My K-Max ซึ่าง K-Bank ก็ปะสนใ
การไขาใ ารนั้วาวThank a lot. I love
K-Bank” นั่นนตัวอาี่ดีใารสื่อังนไน สวนขับด (Feedback)
โดยสวนใหักวกนิสิาห วาที่จะเปจกวาง
บางหมีาหนิ Facebook ูื่งสินคาหรื
บริกานั้นโงานไาง Call Center
2. ารารูก (Active customer service) ามงการใหบริก
ลูกคาาน Call Center วนั้น Call Center บิการื่ลูคามปญห
ากนั้นึงโงาื่อบาใ (Passive customer
service) า ี่ึ้ดตมื่อใชสื่
สังคมนาราร (Monitoring) ไดวาใครมี
ปญหาเกี่ยวขอับสินคาเลามาแตศัย
เครื่องมือในารนหาวามีบนทนาที่เี่ยวขอับินคาหือิการนใอนลนรือไม
กตัยาร (Comcast) (twitter.com/comcastcares) ผูจัดจํานา
เครื่องมือสื่อสาร ขอมูลและความบันเทิรวจสบพบวามีลูกคารายนึ่งบนถึงปญาเกี่วกับการ
ตอเชื่อมกับอินเทอรเน็ตผานทาง Twitter เมื่อตรวจสอบพบ Comcast ก็ยื่นมือาชวยเหลือ
เวลาเพียง 20 นาทีเทานั้น โดยลูกคารนั้ยังไมทัที่จะแจงเขาที่ Comcast เอดวยซ้ํทาที่
ตรวจสอบในปจจุบันนี้ยังไมมีกิจการในไทยที่ใชสื่อสังคมออนไลนเพื่อการบริกเชิงรุมือา
ที่ Comcast ทํา ทั้งๆที่การตรวจสอบบทสนทนาในโกขสื่อสังคมอนลนนั้นไมใชรื่องยากลย
ยกตัวอยาง สมมติวาเราคือบริษัทดีแทค (DTAC) ตองการวจสวามีลูคารใดบนถงหรืไม
ใน Twitter เรามารถใชฟงกชั่นเรียลไทม (Realtime) ในเว็บกูเกิล (Google) ึ่งผลลัพธที่ไดคือบท
สนทนาที่เกิดขึ้นในชวงนั้นๆและสามารถตรวจอบยอนหลังไดดวจากนี้ Google ยัมีบริกา
แจงเตือนถึงหัวขอที่เราตองการตรวจอบผานทางอีเมลเรียกวาบริการ Google Alert.
46
3. ใชในารหบริการแนึ่งตนึ่(Customization and Personalization) กา
ใหบริการที่ตอบสนองความตองการขอตละบุคคลนั้นสามารถําไดอางมีสิทิภผาน
การคาอนไลนตัวอยางเว็อเซอ (www.amazon.com) ที่นอนะขมูลขงหนงสื
อางิงประวัติการซื้อจากในอดีตของแตละบุคคล เชนถาเราเคยซื้อหนังสือเกี่ยวกับสื่อสังมออนไลน
าง Amazon ก็นาเนังสืานนี้ใหทํหพิ่มโนการตัดสินใจซื้กขึ้
นํว สื่สันใหรินึ่นึ่นี้ปมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นขอยกกรณีของไกอเช ยงกวยเตี๋วเจกเมซึ่งตั้ยูที่เรบุรีมี
กลุมเาหมาคืนักทงเี่ยวซึ่สนใญมจากกรุงเดทําการคหานที่ใช Twitter
บริเวณใกลเคียงโดยใชฟงกชั่น ”ทุกคนใลคุณ (Everyone near you)” านโปรมยูเบอชี่
(Uber Social) นโัพมือือ็ค รี่ (Black Berry) ื่อผัพาการชื้อเิญใหม
านอาหาี่วน 10% านักอด
(Brand Awareness) ิ่มายนตัว ือาง ารบิน KLM
ัดเคมเปญ KLM Surprise าื่สันื่างามลาใจใหก
ผูารี่ี่ Amsterdam Schiphol Foursquare รื
Twitter วาีใูบางูบิเวณั้น ากั้นก็คนหาขวัี่วสื่สังคมลน
นั้นๆวามีกิจี่ผูคนชื่นช วจัดวัญสอองกับามนใังกลาว ลงคิดู
วา หากคุณนคนที่ไรับัญิ้นนั้นจิดามับากนอเพียงใด
4. ในโารสรางูกาที่ซื่อสัต (Loyalty program) ัวงโปรแกรมการ
สรางลูกี่ซื่สั (Pareto principle) า สวนญ
ราคาจะมาที่ี่นี่ั่วๆี่ับสรงร
ใหแกบริษัีย็กอาั้น ังนั้นกิจารึงวราใลูกาี่ภักีหือะจําโกา
ใหสิทธิประนที่สูงาลูกาทั่ว
าง (Hyatt) า (Community site)
ขึ้นมาเฉพาสําหับสมิกัต (Gold passport member) ูนั้นที่จะไดรั
คําแนะนํเกี่วกับการทองเที่วจากพนักงาน Hyatt ในแตละทอที่ พรทั้งไดรับคําแนะนํ
ากนักทองเที่ยวอื่นๆที่เปนสมาชิกดวยกัน
รื่งมืย Facebook Group ปนรื่องมือที่ดีมากใการแรมการสร
ลูกคาที่ซื่สัตยั้งนี้เนื่องจากการเนสมาชิกใลุม (Group) จะตอไดรับเชื้อเชิจากนที่ป
ผูดูระบบ (Admin) ไมมืกับกณีขFacebook Page ที่ใคกด “ถูใจ (Like)” ป
สมาชิก (Fans) ได สมมติวาแบรนดกระเปาชื่อดังอยางหลุยส วิตตอ (Louise Vitton) ตองการสราง
สังคมฉพะลูกคาพิเศ เพื่เสนอธิะโนตาง ก็สมารถช Facebook Group เชื้ชิญ
ลูกคาละคโดยเฉพาะเจาะจงใหเขามาเปนสมชิกทําใหลกคากิดวามภูมิใจในดวาไมใช
ใครก็ไดที่จะเขาาเปนสมาชิก
47
ทั้นี้กสราง Facebook Group ามขไปไดี่ www.facebook.com/groups
และเราสามารถเลือก Group ได 3 รูปแบบ คือ
1. Open หมายความวาใครก็สามารถเห็น Group ไดทาบวาใครเปสมาชิก
อานขอความี่ถูกโพสตได
2. Closed หมายความวาใครก็สามารถเหGroup ไดแตสาชิทานั้ที่จะเห็น
ขอคามที่ถูกโพสต
3. Secret หมความวาเฉพาะสมาชิกเทานั้นที่เห็น Group ได ใครเปนสมาชิกจะ
เห็นขอความที่ถูกโพสต
สังเกตงการใช Facebook Group เพื่มการรางลูกคาที่ซื่อสัต คื
กิจการไมไวาี่ิ่ํา (Fans) Facebook Page
แตเนนการลูกาําเิดวาูมิใี่ไเามสนึุ่ี่ (Exclusive) ซึ่ง
วิธีการนี้เหาะางิ่งับสินาหือิการี่ใกุทที่เาะาะ (Focus strategy)
CRM ําับุริจนาด็ก น ีขานสวนคาณัฎ ลายๆครั้งที่จ
มีบ ี่สื่ั้ญจึ
ความสําเร็นื่อากีู่จั่วๆ ี่ิงื่อสัน าสงธุกิ
ขนาดกลนาด็ก (SMEs) วามี่มีทุนนอสามารุนในสื่อิมที่มีตนทุนสูงได
ัวอางน วๆาวิทาลัยนแนวิทาย มูบานอูใกลๆ
คือ บานหนิ่น ซึ่งีหักาสรานํานวนาก ี่าสีุ่ดสวคณ
ซึ่งเจา ี่ัฒื้ี่ึ้นาเานวนเพีย 10
หองรานอา ําหนายื้อา ุริจ็กงนี้มีการFacebook 2 แบบ คือ การ
ใช Facebook Profile นสวนื้ Facebook Group สํคุยกัมาชิก
ชาวหอที่เปนนักึก
ุณาณัฎ การูดุยางนกันเ ื่อสื้อาใมาจุงพฯก็แจงผา
ทางหนา (Wall) Facebook ื่ (Friends) ั้าบก็หกัน
ซื้อ ทําใหสินคาหมดไปอยางรวดเร็ว นอกจากนี้เมื่อลูกคาชื่นชอบสินคาก็มาบอกกลาวใน Facebook
ถือเปนเครื่องมือในการอกตอไดเปนอยางดี แตที่นาสนใจไปกวานั้นคือการใช Facebook Group ที่
คุณคณาณัฎใชพูดจากับรรดาสาวๆที่พักใน ซึ่งเปนกลุม (Group) ที่นอื่ไมสาารเข
พูดคุยดวยได คุณคณาณัฎทําหนาที่เสมือนเปนพี่สาว พูดคุย ดูแลแลหวงใย เชน แจงขาวสภาพ
อากาศที่จะมีลมมรสุมเขามาใหระวังทรัยสิะเก็บใหรียบรอรือนัศึกษางคนอกหักคุณ
คณาณัฎก็เขาไปถามไแะใหกําลังใจ หรือมแชวงไฟดับก็มีารจงวาอินทอเน็จะสาาร
เลนไดอีกเพียง 15 นาทีเทานั้จากดูาดนี้็ไดใจขงชาวหะดยจํานวนหงเพี10
หอง ซึ่งเต็ ารทํFacebook Group งบานวนคณางไมไดตองการลูกคาเพิ่มต
48
เปนเครื่องมือทําใหเกิดความสัมพันธที่ดี บรรลุวัตุปะสงคขการทCRM ดังนั้รุอีรั้
วาขนาดของกิจการนั้นสําคัญ อยูที่วิธีการใชตางหา
นอกจากนี้แลวการกําหนดตัวตนในสื่อสังคมออนไลน ยางเชผูบริรรดับสูงข
กิจการที่ใชสื่อสังคมออนไลนใการสรางควาสัมพันธกับลูกคา เชน กรณีของ Tony Fernandes ซึ่ง
เปน CEO ของายรบิน Air Asia ที่ีย Blog งตงขึ้นพื่อเลากาดําเนชีวิตกา
ทํางานรวมถึงการรางบทสนทนาใหเกิดขึ้น สรางความอุนและควาเอใจใสตเสงขลูกค
มีการใช Facebook และ Twitter เพื่อสรางบทสนาที่ปกันเวมถึงการกปญหที่ลูกคาได
ประสบมา ซึ่งเปนกรณีไมตางจากการที่พาที สารสิน CEO ของนกแอรและดนัย จันทรเจาฉา CEO
ของสํานักพิมพดีเอ็มจี ที่ใข Twitter ในการพูดคุย ซึ่งไมไดมีวัตถุระสคเพื่อการข เนสราง
ความใกลชิดับูกา (ิเ ัยิรัน. 2553: 61-62)
6. แนวคิดีเกี่ยกับคมภักดีตอินา (Brand loyalty)
6.1 ินา
ีผูใควาายินคาไดังนี้
ิริกุล ัยุล (2546: 25) ใความายินคาไวา ือ ื่อเสียงจากทุ
สิ่งทุกอยางี่เนปารรวมี่เี่ยับสินคาือิษัท
วิทวัส ัย (2546: 32) ใคามาตาสินคา (Brand) ายถึง ทุกอยา
ที่สินคามีทั้ง ั้งวาูสึางางีู่สิานั้ะเปรื่อที่
เกี่กับ (Personality) วานื่ (Trust/Reliability) ามั่ (Confidence)
สถานภาพ (Status) าร (Experience) ามสัมันธ (Relationship)
(2547: 245) วาสิววาย
ทรัพยสินทางญาร ือ รวมัวุกาี่ปันเื่อสรางามหาย
ใหแกสินคาเนคามี่อูใวาูสึกูบิโ
ัย ุณัต (2545: 27) วา สิาไวาสินคคือ
ประสบการณของผูบริโภคจากสิ่งที่ตราสินคานําเสนอ รวมไปถึงการสื่อารอื่นทุกางที่ออกจา
ราสินาและยังไดความตอไวาาสิคา คือ าระสบรมขงการรับรูเปนลข
ความเขาใจและความรูสึกรวมๆเปนสิ่งที่สะสมมาเรื่อยๆเปนการรับรูที่ยังอยูในหัวสมองคน
วงษณฑ (2540: 97) ดใหามมาขอาสินคาไววา ถึชื่
เงื่อนไข รูปลักษณ สัญลักษณ เครื่องหายางที่วมกันวสมาทําใหนคาแตกางไปจา
สินคาอื่นๆ
อตเลอร (Kotler. 1997: 404) ไดใหความหมายของตราสินคาไววาายถึง ชื่อ คํ
เครื่องหมาย สัญักษณ การออกแบบหรือสวนผสมของทุกอยางที่กลาวาแลรวมกัพื่องถึ
49
สินคาหรือบริการของผูขายแลพื่อแสดงความแตกตางองสินคารืบริกรของผูายหตาง
จากคูแงทางการตล
เคอ (Aaker. 1991: 7) ไดใหความาราสิคาไววถึวา
กตางขชื่อละรือสัลักษณก (Logo) รื่องหมายการคาหือรจุภัณฑซึ่เปน
เอกลักษณของสินคาหรือบริการใหมีความแตกตางจากคูแขง
ากควางกลาวอจสรุดวาตสินา (Brand) มายถึยสิาง
ปญญาขององคกร ชื่อเสีย ชื่อคําสัญลักษณ เครื่อหมายหรือรูปแบบอยางใดอยางหนึ่งรวมกันอยาง
เปนเอกลักษณและมีความแตกตางจากสินคาคูแขง ะในทงกาลานั้นตราสินคา คื กลุท
ทางการตลาดที่สําคัญเพื่อสรางมูลาเพิ่ (Surplus value) สํารับผลิัณฑผูบรคที่ชื่นชอบใน
ตราสินคานั้นๆักินีที่ตอายิ่มื่อไคิตัณที่นตาสินคาที่ตนชื่นชอบ
และหมายวมึงสบารที่ผูบิโีตอนวทางารําินธุริจาขสินคานั้นดวย
6.2 ิดักีตอินา
ีผูใควาายามักีตอินคาไดังนี้
สเซล (Assael. 2004: 76) วาาย วาสินคา (Brand
loyalty) ไววา ายึง ัศนคิในเิงวกี่มีตอซึ่งนําไสูกซื้อานั้นอางอเนื่อง ซึ่งเน
ลมาจากการููานั้ารวา (ณิศีจิน.
2553: 245; าิง Assael. 2004: 76)
ิฟานัค (Schiffman; & Kanuk. 1994: 658) ใความมายขวา
ภักดีตอตราสินคา ววา ายึง ามึงี่สม่ํานกั่งาจีการื้อาสินคาเดิใน
ผลิตภัณขิษัทิษัทนึ่ง ิ่งี่สําคัญี่ควาักีตอาสินคาคือ ื่อูกามีควาภักดีอ
ตราสินคาจําใเิดสวนคี่คี่แิ่มึ้นแาจายนทัพสิี่จับตองไมไดที่
สะทอนถึงราคาผิตัณขิษัท
(Lau. 1999: 573-587) ววนัาราดวาวคิดานควา
ภักดีเพราะามักีในตาสินคานววัามาใบสินคาปสิ่งที่
สรางประโยชนใหบริษัทในการซื้อซ้ําและบอกตอไปยังบุคคลอื่ารบริหรตสินคาเปนิ่งสาคั
ตรักภดี คิมชัทํหกิปศึค
ปฏิบัติงานได
จาโคบี และไคเนอร (Jacoby; & Kyner. 1973: 1-9) ไดทําการศึกษบวาความักดี
ในตราสินคาเกิดากปจจัยหกสวน คือ ความมีอคติ กาบสนอ ควาตอเนื่ การตสินใจซื้
การมีหลายทางเลือก และการซื้อซ้ํา
ต (Guest. 1944: 16-27: 1964: 93-97) ไดทําการศึกาพบว ควาภักดนต
สินคาสามารถวัดไดจากจํานวนหรือความถี่ในการซื้อแตละครั้ง หรือวัดไดจากยอดการสั่งซื้อโดรวม
50
บารแนนด (Barnand. 1938: 84) กลาววา ความ็มใจของบุคคลนปจจัยาคัญใน
งคกรรวทั้งความภั (Loyalty) ความปอันหึ่งอัเดียกั (Solidarity) ขวัญแะกําลังใ
(Esprit de corps) และความเขมแข็ง (Strength) เปนตน
บุริม โอทกานนท (2552: ออนไลน) กลาวาวามภัีตอสินคาหือวามภักดี
ตอแบรนด (Brand loyalty) นั้นทุกวันี้ถืปนงนสํคัญที่ทบทุบริษัทแวงหยิ่งลูกคามควา
ภักดีตอตราสินคามากเทาใ มูลคาโรวมงตสิคา (Brand Value) นั้นก็จะมีคาพิ่มากขึ้
ตามไปดวย และการที่ลูกคามีความภักดีสูงตอแบรนดใดแบรนดหนึ่งก็ยังหมายถึงโอกาสในการสราง
ความมั่นคงใหกับแบรนดๆนั้น ทั้งในแงยอขาย การบริหรตนทุนในการทําุรกิจที่ต่ําลงโาส
การทํากําไรที่มากขึ้นรวมถึงโอกในการขยายตลาดของ แบรนดใหกวางขวางมากขึ้น
(Aaker. 1991: 10) วว วาสิ (Brand loyalty) คื
ความผูกพันขูบิโี่มีตอาสินคานสิ่งี่บงี้ถึงวานไนผูบิโที่จะเปลี่ยนไป
ใชใหมและังีสวนในกนทุน
ามักีตอาสินาเนสิ่งี่วาึดั่ีู่าสิคาควา
ภักดีตตรสิาเนุณสิ (Brand Equity) ี่าคัญที่สุด
คุณคสิูสิปตุลใ
ผูบริโภคตัสินใือซื้อาสินาอื่น ถาผูบิโีคามักีตอินคาในรดับสูงผูบริโภค
มีการซื้อสินาอางอนื่อ ั้งังนอปักี่ทําใผูบิโิดารซื้อซ้ํา ผูบโภค
ที่มีประสบอสามารสิานั้น กิจการมี
อํานาจในกอับานาแวยาสารามู อัจะเปนสิ่
สะทอนใหเ็นถึงักาพางาสินคานั้น
นอนี้ความักีตอาสินคางน 5 ับ (Aaker. 1991) คือ
1. ับ ือ ูซื้อมีควาอาส (Non-loyal buyer) เปนควา
ภัดีตสิ่ํี่สุ าร
เปลี่ยนไปใตาสินคาื่นๆจามื่นชามวามสะวกือัดงตราสินา
คูแขง
2. ระดับที่สอง คือ ผูซื้อจาความเคยชิน (Habitual buyer) เปนกลุมลูกคาที่พอใจ
ในระับต่ําหรือเริ่มพึงพอใจกับตราสินคาที่ใชอยู แตคิดวาไมมีเหตุผลเพียงพอในการที่ลี่ไปช
ตราสินคาอื่นหรืออาจจะรียกวา ซื้อเพระความเคยชิน
3. ระดับที่าม คือ ผูซื้ที่คิงตนทุนในารเปลี่ยราสิคา (Switching-cost
loyal) การที่ผูบริโครูึกวาเมื่เปลี่ยไปใชตราสินคาอื่อาจหถึงตทุนองวล (Cost in
time) ตนทุนทากา (Money) ตนุนนคามเี่ย (Risk)ละตุนในการะทําการค
(Performance) หรือในการเปลี่ยนตราสินคา
51
4. ระดับที่ี่ คือ เปมิรกับาสคา (Friends of the brand) เปะดัที่
ผูบริโภครูสึกวาตราสินคาคือเพื่อนผูบริโภคะมีความรูสึกผูกพันโดยะใหความสําคัญของสัญลักษณ
(Symbol) มีความชื่นชอบตาสินคาอางแทจริงประสบการณที่เกี่ของกับสินคา (Set of
use experiences) หรือการรับรูตอคุณภาพในระดับสูง (A high perceived quality)
5. ระดับที่ห คือ ผูซื้มีควาผูพัน (Committed buyer) นระดัสูงสุด
ควภัดีตรสินคาโูริคกลุนี้คิดวาตสิามีควผูพัะตสิคาี่ช
สามารถสะทอนึงควาเปนตันขงเขาไดจนผูบริคเกิวามภภูมิใจเมื่อดซื้อตราสินคา
นั้นๆ
าพ 16 รามับามักอนคา
ที่มา: David A. Aaker. (1991). Managing Brand Equity: The Loyalty Pyramid. p. 40
ะดับของความภักดีของตราสินคานั้นสาารวัดดจากรูบการซื้ี่เกิดึ้นริ
งตาสิคนึ่งหรือวัจากอราในซื้อซ้ํา (Repurchase rates) ความนาจะเนที่ลูกค
กลัซื้ (Percent of purchases) นตราสิาคที่ถูซื้อ (Number of brand
purchased)
ารจะรางคามักดีตนดนั้นคงจะวาลูคาทุนั้นมีวาภั
เหมือนๆกันหรือมีควาภักดีที่อยูในระดับเดียันนั้นก็คงจะเปนการรุวบจนเกินซึ่งแทที่จริ
ลวาภักดสิคาขลูคนั้สาารบปายลุ (Loyalty
Segmentation) โดยควาภักดีองลูกคานั้นอาจจะสมารถบงอกเปกลุมลัก 4 กลุม (บุริ
โอทกานนท. 2552: ออนไลน; อางอิงจา เดวิด เอ เอเคอร) ดังนี้
52
1.ลุมที่มใชลูกคา (Non-customer) กลุมนี้เปกลุมผูที่ชสคาองบรด
คูแขงหรือไใชสินคาในรูปบบหรือชนิดที่บริษัทเสนอเขาสูตลาด
2.ลุมที่อนไตอราค (Price-switcher) ปกลุที่มีวาภักดีตแบด
สิคในะดต่ํ ื่จูจใสิจซื้คาแลูคในุนี้รที่จะ
เปี่ไปใชินคบรนดื่มื่อปรบเทีบแลวคาคูขงดูาะสกวรืางครั้ง
าจจะถูือกิดจากามเชินการซื้ินคมากวาที่จะใชเตุผลพิาราในารซื้
สินคา ดังนั้นราคาจึงเปนปจจัยสําคัญที่จะดึงดูดใหเกิดกซื้อซ้ําัวอยางของสินคที่จัดอยูในกลุมนี้
เชน กลุมลูกคาที่เติมแกสรถยนตนั้นอาจจะไมไดสนใจแบรนดขอกสซักเทาใดเพราะแบรนดต
แบรนดนั้นไมไดแตกตางอะไกันซึ่งถารานไหนลูกคาพบวากสมีราคาถูกก็พรอมที่จะเปลี่ยนไติ
แบรนดๆนั้นในทันท
3. ุี่ใ (Fence Sitter) สินคาที่ริษั
วางายอยูในทอไโนหือางากูแงว ูกาางุม็อจะมีความภักดี
ตอสินคาสึงนดใียวกันแอี่จี่ยนดไตวลหรอใช
แบรนดใดแนดหึ่งนกันไโไยึดิดับใหนึ่งาะวอา
ในกรณีที่เห็นไชัด ือน้ําัดาที่ลูกาหนพอี่จือื่มทั้ง-โคลาหรือเปป
ซี่ขึ้นอยูกัี่าลูนั้ํานู (ในรณีนี้
อาจจะพบลูกาี่มีควาักีตอนด Committed Loyalty นดโ-รื ด
เปปซี่ในรับี่ทนกันไไรวว)
4. ุี่หนันั่ (Committed Loyalty) ากลุมนี้ือป
ึ่มีคูสึกว
บรดั้ื่ นิ ู (My brand) ึ่งาที่วานักนน
มั่นงตนึ่นั้ซื้สิาเ ี่ซื้สินคานั้
และเกิดกาซื้อซ้ําๆ างอนื่อ ัวางสิุนี้ ุื่ชไฟฟาบร
โซนี่ (Sony) ซึ่งวาลูกาิเสธี่จซื้อสินคาแื่ะเจะจงไป
ที่แบรนดโซนี่เทานั้น ซึ่งการที่บรษัทสมารถสรงความภัีตอนดะดันี้ไดนั้นไมใชรื่อ
าย ตองอาศัยทั้งเวลาการเขาใจลูกคารวมทั้งการบริารบรนใหยูในใจองลูกคาอางตอนื่
ใหสานสัมพันธนั้นขาด สะดุด หยุดลง
วก เทง หลู (Geok Theng Lau.1999) กลาววา นักกาตลาดมีควาสนใจในคิด
ดานวามภักดีพราะ วาภัดีาสิคาเปนตวัดในารดึดูลูคามาใชริกาละ
สินคาเปนสิ่งที่สรางระโยใหบริษัทารซื้อซ้ําละบตอไปังบุคคลื่น ารบริรตราสินค
เปนสิ่งสําัญอความจงรักภักดี แตหากแนวคิดไมชัดเจนจะทําใหเกิดปญหาการศึษาคนคาแ
การปฏิบัติงา
จากโมเดลควาภักดีขงผูบริโภคและการเชื่อมโยงของความภีกดีในตราสินคา มีดังนี้
53
ภาพ 17 วาักูบารื่อวาักีใราสิคา
ี่มา: Lau, G.T; Lee, S.H. (1999). Consumers' trust in a brand and the link to brand
loyalty. Journal of Market-Focused Management. p. 25
วามหมายของการเลือกหัวขอในภาพประกอบ 17 มีดังนี้
1. บุคลิกของตราสินคา (Brand characteristics) เกิดขึ้นกอควมเชื่มั่ใน
สินคา ซึ่งบุคลิกของตราสินคาจะะทอนใหเห็นถึงกฎแหงความจําเปนที่สุดที่ทําใหเกิดความรับ
ในใจ ในขณะี่ผูบริโภคตัดสินใจที่จะไววางใจในตราสินคาหรือตรานั้นๆก็เหมือนกับการตัดสินใจของ
บุคคลไปยังผูอื่นกอนการตัดสินใจวาไดสิ่งที่เปนเพื่อนได ผูบริโภก็เชกั ตัสิราสิคากนที่
ะซื้อหรือการสรางความคุนเคยกับมันกอนั้นอง รูบบจากงาวิจัยรื่งความไววางใจระหวาง
54
บุคนั้มีปจจัยขึ้ยูกับวามีชื่สี(Zucher.1986) ะความสามาราสิคนั้
(Andaleep; & Anwar.1996)
1.1 Brand reputation ความมีชื่อเสีงขงตราสิคานั้นาจากความคิห็
ผูอื่ที่วาสิคนั้ดีะสรถชื่ถืด วใจ รืมสีงสิคาที่มีชื่สี
นอกจากสามารถเกิดขึ้นจาการโฆษณาประชาสัมพันธลวยงเกิดมาจากอิพลงคุณภพและ
การชงนหรืชบริกา (Creed; & Miles. 1996) บวาความีชื่เสีงขงตรสินคาจะนําสู
ความคังของลูกคาที่เปนบวกตอตราสินคา
1.2 Brand competence วามามารหรออําจแงตราสินคาเนึ่ง
เดียวที่สามารถนําไปสูการแกปญหาเพื่อบรรลุเปาหมายหงความตงกรของลูกคาความมาร
เปนทักษิที่นําไูาหายวาุายือปไป
ตามควาอาร (Butter; & Cantrell. 1984; & Butler. 1991)
2. (Company characteristics) ั่งถงระดัที่มี
ตอผูบริโภี่ไวาอาสินคา ามูขูบิโี่ยับิษัทายตานั้นมือนวาจะ
เปนกุญแื่อาไสูตาสินคาั้นๆ นั้นคุณวเกิลัพต
ควู นั้วามีชื่สีงบริษัทนั้
นั่นง (Yamagishi. 1994) ี่ (Scheer; & Steenkanp. 1995) ละเปน
การยอมรับานบูริษ
2.1 Trust in company ื่วาางวอกั้าซึ่เปน
หนวยเล็กกวา เนสินคาขก็จรับวาางวยนั้ลูคาที่ไวใ
เชื่อใจในบิษัท็ยอววางนสินคาขิษัทนั้นๆวย
2.2 Company integrity บัทิบาลี่ลูกาจดนั้คก
ะดองปฏิบัติตามฎรียัญาที่วาวซึ่งนจาบ (Mayer; et al. 1995)
3. ุคาสู (Consumer - Brand characteristics) ลาวคื
ไมพียงแามวางวาิดูาสิาเทนั้
ควในสิคกาณใสิคาพึจใาสิคละกาไดรั
สนับสนุนจากตราสินคาเปนสิ่งที่สงผลตอความไววางใจในตราสินคา
3.1 Brand satisfaction เปนความพึงพใจในราสิคาเปนการตบสองที่
ะทําใหเกิวาไววาใจในินคานั้ มื่อลูคาเกิวามพึพอจจะเปการตอกย้ําทํใหกิด
การยอมรับตราสินคาซึ่งลูกคาจะมีความไววางใจในตราสินคามากขึ้น (Butler.1991)
3.2 Peer support ารกตเปางที่ําใหบุคลอื่นกิควมไววางใจ
จากลุนึ่ไปงอกลุนึ่งใหเห็คุณคาของสิคานั้ะกไวางใจจะถูกกาวจา
บุคคลไปยังบุคคลอื่นเชนเพื่บุคที่ติดหรอสาชิรืจากกลุมดังกลาวไงผูบริ
55
ผูบริโภคก็จะไววางใจในตรสินคาซึ่งเปิ่งที่ทําใหเกิวามชื่อถือดเร็ (Doney; & Canon.
1997)
4. ควาเชื่มั่นนตสินคา (Trust in brand) จากเตุดักลาขางตนําให
ลูกคาเกิดความไววางใจในตราสินคาจะําใหลูกคายังคงใชบริการตอไป
6.3 ารวัดความภักดีตอตราสินคา
ารภักดราคจะงใหห็ถึคิผูบิโคทั้ที่ป
เหตุผลและอารมณที่ผูบริโภคมีตอสินคาหรือบริการ (Auken. 2004) ซึ่งระกอบดวย
1. Bondingิดวาตราสินคาเปนของเรา
2. Advantage คิดวาตราสินคาของเราดีกวาตราสินคาอื่นๆ
3 Performance ิดวาาสินามีคุณาพนที่ยับ
4. Relevance ิดวาาสินคาี้สามารนอวามอด
5. Presence ูวาีตินคานี้
6. No presence เูวามีตินคานี้ในตาด
(2553: 245-246) วั(Approach to Brand
loyalty) วิาส ื่สบันทึกการซื้
สินคาผานื่ ีกนึ่วิานวาูวาานํามาใวัควภักดี
ดานทัศนคิอิก ากวิธีใวาั้ง 2 ารวาักีไดเ 4
ชนิด ดังภา 18 ังนี้
ภาพประกอบ 18 ชนิดของความภักี (Types of loyalty)
ที่มา: ปณิศา มีจินดา (2553). พฤติกรรผูบริโ: 245
56
1. ผูที่มีวาภักดต่ํา (Low loyalty) ผูริโคกลุมนี้จะมีคามม่ําเา
พฤติารซื้อะดับต่ําแะมผูพัดาจินระดั่ําด ช ผูหญิจะซื้
เครื่องสําอางตามที่ประกาศลดราคา และซื้อนานๆครั้ง
2. ูที่ีควากดีแซเร (Latent loyalty) ผูริภคลุี้จมี
สม่ําเสมอดานพฤติกรรมการซื้อในระดับต่ํา แมีควาผูกพันดานจิตวิทยาในระดับสูง เชน ผูริโ
หญิงที่ซื้อเครื่องสําอางนานๆครั้ง แตทุกครั้งที่ซื้อก็จะซื้อตรดิม
3. ผูบริโภที่มีความักดีสู (High loyalty) ผูบริกลุมนี้จะมีวามม่ําเ
ดานพฤติกรรมการซื้อในระดับสูง แลีควาผูกพันดานจิตวิทยาในระดับสูง เชน ผูบริโภคหญิงที่ซื้อ
เครื่องตราเดิมเปนประจําม่ําเสมอ แลีความผูกพันกับตรานั้นและมีทัศนคติที่ดีกับตรานั้น
4. ูบิโี่มีคามักีแ (Spurious loyalty) ูภคกลุมนี้จะมี
ความสม่ําเานซื้ ามาใะดัต่ํา ชน
ผูบริโภคหิงี่ซื้อื่อิมวยุผวารูจี่ยตาใ
ักูบิโี่ภักีตอ ีดังนี้ (1) ีความื่อั่นในกือกตรา (2) รับรู
ถึงระดับความี่ยนการซื้อ (3) ีคามักีตอานคาแีแนมี่จีความักดีตอตราดวย
6.4 ู (Customer loyalty and Brand
equity)
(Kotler; & Keller. 2006: G4) วาองวา
ภักดีของผูบิโ (Customer loyalty) วา ายึง วามูกันที่จื้อซ้ําแการนบสนุ
ผลิตภัณหือิกี่ผูบิโึง
สเซล (Assael. 2004: 598) ใคาม ุณา(Brand equity) ไววา
หมายถึง คุณาขาในจิตูบิโ ํามีการื้อซ้ําเนื่อากวาูกันตอตรา
ัวาุณาาสิน (Brand equity) าสส ( มีจินา. 2553:
247) ประกวย
1. ารูจัก(Brand awareness) นตาที่ผูบิโูจักนอาง
2. ารรับรูในคุณ(Percieved quality) ผูบริโครับรูถึงคุณภพของกา
สตารบัคสและสวนผสมในการชงกาแฟ
3. วาชื่งกับ (Brand associations)มื่ดยินชื่องสตารบัคส
ผูบริโภคจะนึกถึงกาแฟที่มีคุณภาพ การใหบริการที่เปนมิตรและบรยากาศของรานที่ผอนคล
4. วาภักดีใน (Brand loyalty) ูบคยินดีที่ะซื้อกาแฟสตารบัส
ถึงแมวาราคาจะสูงกวากาแฟทั่วไปก็ตาม
วามภักดีตอรานคา (Store loyalty) ผูบริโมีความภัดีตรนคจะมีควักดี
ตอตราดวย ซึ่งมีประเด็นจะอภิปรายดังนี้ (ปณิศา มีจินดา. 2553: 247-248)
57
1. ผูริคที่ักีตอานค(Store loyal consumers) มีสเหตุาจากควา
ตองการประหยัดเวลาในการซื้อตรา และประหยัดวลาในกาลือรานคา รืาจเกิจาการซื้
สินคาที่เปนตราเฉพาะของรานคาปลีกนั้น (Private brand)
พฤติกรรมของผูบริโภคที่มีความภักตอรานคา กิจากการงหาขมูลนอ
รูจักานคานอย และซื้อสินคาจากราคาอื่นที่ตนรูจักนอย ซึ่งการซื้อในรูบบนี้จะเกิกับผูริโ
ที่มีรายไดต่ํา เนื่องจากมีขอจํากัดจากการไมสามารถซื้อของเปนจําวนมากไ สรุปไดวาควมภัดี
ตอรานคาเกิดจากความไมมีประสิทธิภาพในารลือกซื้อสคา เนื่งจากผูบริคมีขอจํากัดละมี
รายไดคขงต่ํ ซื้คารที่ภัดีชี่ยงจาการซื้ากรานที่มรูจั
กลยุทธหนึ่งที่ใชเพื่อลดามสี่ยในกาเลือรานคคือ ารลือกรานคาจํานว 1-2 รานในก
เลือกซื้อ
2. ับวาาน(Level on store loyalty) วาวตอาคาข
ผูบริโภคที่เิ่ากึ้าจ่ํวรี่ 1980 ละ 1990 ทาให
ระดัคว ูซื้ี่ซื้สิซุรารเก็ที่
พอจไปยัสิาที่ายสิ .. 1991-1992 จตกต่ําทําใหมี
การเปรียียซื้อสินคามีกุนความักีตอานคาอีกอ
นวตี่ิ่ึ้ ที่
รายไดเพิ่ึ้ั้วาายากึ้ารลดเวลาใน
การเปรียียซื้อสินคา วัวที่มีผูหารายเีย กัดนเรื่
สํซื้สิ นั้ี่ิ่ึ้คื
ประหยัดเว
ากวามักีตอานคาทําใเิดนวม 2 าร ือ
2.1 ุนสํี่ามากึ้ ูรีเที
รานคา ทําคามักีตอานคาล
2.2 มาส ิ่ึู้ญิทํางานแ
ครครัวที่ีผูารดพียคนียวทําใหมีเลากัดารลือซื้ินคจึงนําไปูการพิ่
ความภักดีตอรานคา
3. ควาภัดีตเว็ไซต (Website loyalty) ารชอิรน็ตเนิติหม
พฤติกรรมผูบริโภค คือ ผูบริโภคจะมีการสืบคนขอมูล และเกิดควาภักดีตอเว็บไซ ทําใหเกิาร
เรียนรูโดยมีจุดมุงหมายมากขึ้น
การเรียนรูโดยผานเว็บไซต หมายความวา ผูบริโภคจะเาเยี่ยมชมเว็บไซตอยางมี
พื่หขี่จา ว็ตที่ผูบรขาเี่บนั้ มั
เว็บไซตเกี่ยวกับสุขภาพ การตรวจสภาพอากาศ ขาวทั่วไป ขอมูลการเดินท ตัวยงเชกา
ขอมูลแหลงทองเที่ยว รีสอรทหรือโรงแรมและงพื่อนํามาเปรียบเทียบความแตกางดนราค
58
และที่พัก โดยซื้อและจายเงินผานเว็บไซต นอกจากนี้ยังมีการสั่งซื้อสินคผานเว็บไตน นังสื
ซีดี ดอกไม ของขวัญ และตั๋วเครื่องบิน
จจัยที่ทําใหเกิดความภักดีตอเว็บไซตมีดังนี้
3.1 ผูบริโมีวโนที่จะมีควาภักดตรานคาปลีที่มีว็บไซตไลน
มากขึ้น ตัวยาง ผุบริโภคที่ซื้อสินคาในราน Gap ก็จะมีความภักดีมากขึ้นตว็บไขรา Gap
ดวย ดังนั้นบรษัทที่มีการดาเนินงาที่ดีก็จะเสาพลัและคุณคาตาผทาบไ
ดวย
3.2 ผูบริโภคมีแนวโนมที่จะเผิญกับขจํากัดงปะโยนดาเวาในก
คนหาขอมูล ทําใหผูบริโภคจะตองเรียนรูวิธีการสืบคนขอมูลผานทางเว็บไซตซึ่งเปนวิธีที่ดีกวาในก
คนหาแบบื่น
3.3 าการี่ (Switching cost) ใชว็บไซตอื่
เปกาาแ วอ ู Amazon.com พื่
แนะนําหนังสือุบิโตอารี่ยนไเว็บซตอื่น ูสึัยมื่อใช
เว็บไซตขอ Amazon ตอารดอูลสวนตัวกับ็บซตอื่นอีกอ
6.5 จัยําัญี่สงอัก
จัยสําคัญี่สงอวาักีม5 าร ังี้ (ีรันธหทํา. 2547)
6.5.1 วามึงูกา (Customer satisfaction) ลวลูกคามักจ
พัฒนาควื่อิมี่มีอูใกายนควาาดวังสิ่ี่ึ้ารตันใ
ทําอะไรลง ามึงูกาเนสิ่งี่ซื้สิาาระเมินผล
ากการซื้อินคาไ ามซื้ับสิ่ี่จริงๆมื่อซื้อ
สิคไป นั้ในาร
ระสบาผาสิสิาอกานี่สิานักาลาต
พยายามที่จานเื่อนี้โสรางามางววาวัาราขสินคานั้
ใหมีชองวาอี่สุดาที่จํา ายามางามาสิ่งี่นอนืวามคาดวั
กอนการซื้อสินคา ึ่งจะสงผลตอความภักดีของลูกคาที่มีตอตราสินคาปกติแลว ชองวางดังกลาวของ
แตลบุคคลนั้นมักะมีความแตกตางกันซึ่งนัารลาายาบดวาลูกคามีความต
ความคังและความพึงพอใจยางจํากั ากจะถมวาลวทํไมผูภกดเหลานั้จึงตงเปลี่
ตราสินคาทั้งๆที่มีความภักดี อาจเกิดจากเหตุผลหลายอยาง เชน วามพอใจที่ไดรับจากราสินคาที่
องดีนั้นมาๆกับคูขขัติรรดักลวขึ้ยูกัสัพันะหางลูคกับ
องคกรวาีมากนอยแคไหน โดยปกติแลวลูกคามักชอบอะไรที่หลากหลายและมีคลายคลึงกันบสิ่งที่
เคยมีอยู คนทั่วไมักจะวงหาปะสบกใหมเสมอพราะวาเขามักไดรับอะไรที่นอละมี
ความพึงพอใจนอยจาสินคาเดิมๆ ดังนั้นนักการตลาดองสรางความแลกใหมะสรางความพึ
พอใจกับลูกคาใหไดอยางตอเนื่องตลอดเวลา
59
6.5.2 ความเชื่อถือและความไววางใจ (Trust) เปนปจจัยที่สดถึงความัมพัธ
ระหวางกันและกัน ความสัมพันธจากอารมณ ความไววางใจจะยังคงอยูก็ตเมื่บุคคมีคามมั่นใ
ความไวใจจะชวลดความไมแนนอนความเสี่ยงและความระมัดระวังของกระบวนกรความคิดในการ
ตอบสนองอยางทันทีันที่มีตตราสิคาหรืาจมาถึงการที่ลูกคามีความชื่ถือตนัก
ตลาดวาเปนคนที่นาเชื่อถือแลีควาซื่อสัตย สําหรับพนักงานขายนั้นลูกคามีความเชื่อมั่นในความ
ริงใจตรงไปตรงมาและมีความรับผิดชอบตอคําพูดที่มีตอลูกคถมีการจัดสงสิคาก็มีความมั่นใ
วาสิคถูกสถึงมืวลที่กํ ังนั้นัลาตวกัลูค
ะตอักษาและซื่อสัตยตอคําพูดขอนเอง ตลอดจนยึดมั่นในคําสัญญาที่มีตอลูกคาใหได
6.5.3 วามชื่งผูกพักับอรม (Emotional bonding) ารที่ผูบริโภคมี
ทัศนคติที่ดีตอินคานั่นหายึง วามูกันี่มีตอสินคาือีการิดอนปะจํากับองคก
และทําใหเานั้นมีคามื่นอกนั่นเสิ่งานี้จสะสมนคุณาหรือทรัพยสิน
ของตราสินา (Brand equity) ซึ่งากสิาี่นนืจากบทบ
หนาที่ของาสินคาียําพังําการามสัาตามบทบาละมี
อิธิููสึี่กค
ววางใจนั่น ิหารามสัมันธกับูกาพายามสรางามื่อางรมณกับะบ
ื่สั (Customer Relationship
Management: CRM) ารี่านควาสัพันธ
และผลขอิกาง็มี่จื้อสินาควานมิติสัมันธคลมีลตอตร
สินคาและอก
6.5.4 างือนิสัย (Choice reduction and habit) กคามีวโน
ของธรมี่างือูซึ่ 3 ูามสุับควา
คลายคลึงในเื่อาสินาแี่ีู่ ซึ่ากจจุบัน
ส ี่ี่ ื้านงก
ประสบการตวยําซ้ําับาสินคาานคาแิษัทารวยพัฒนานิสยซึ่ง
เปนผลที่เกิดอยางตอเนื่อง เชน การไปซุปมารก็ตมๆบรั้ง กาทําอะไที่เลี่
แปลกใหมนั้นยอมนํามาซึ่งนทุนและควาเสี่ยง โดเฉพาะความเสี่ยงอันเกิดจากการื้อสินคาที่ไม
คุนเคยลูกคามักจะคิดวาราสินคาใมไมดีเทาตราเดิมๆที่เคยใชมากอนและก็เชื่อวาเพื่อนขเขก็
คิดเหมือนๆกันกับเขาใเรื่องดังกลาว
6.5.5 ระวัติบริษัทผูลิตนค (History with the company) ารสราง
ลักษณะที่แตกตางประกอบกับสิ่งอื่นๆซึ่งเกิดะหวางพติรรารซื้สินคาและระวัติการิดตอ
กับองคกรและภาพลักษณนั้นสงผลตอความภักดีในตราสินคาทั้งสิ้น ภพลักษณที่ดีงองคกรก็คื
การรับรูเกี่ยวกับองคกรในภาพรวมซึ่งามารถมีภาพักณที่ชื่ชอบบนวาภักดีขงลูกคาร
การตอบสนองเปนนิสัยตอองคกรและตราสินคา การรับรูเกี่ยวกับภาพลักษณแะปะวัติองงค
60
มีผลตอความตั้งใจ ความภักดีและการซื้อสินคาของลูกคา การบริารความสัมพักับลูคาติจะ
เนนที่ประวัติการซื้อที่แทจิงของลูกคาซึ่งรวมถึงปจจัยที่เกิดากการสงผานขอมูลาวสรและควา
เชื่อจากรุนหนึ่งไปอีกรุนหนึ่ง เชน ในวัยเด็กเมื่อเห็นพอแมใชนตยี่หใดี่หหนึ่เมื่ึ้นก็มี
แนวโนมจะใยี่หอดังกลาวดวย โดยปกติแลวประสบการณครั้งกนั้มักจะมีนวโนนบวกอยู
แลว ดังนั้นการสรางความประทับใจในครั้งแรกจึงเปนสิ่งจําเปน อาจรางเปนรูปแบบการใหบริการก็
 การรับฟงปญหาของพนักงานก็ทําใหเกิดความพึงพอใจกับลูกคาไดวยและจะนําไปสูควมภักดี
ตอตราสินคาในอนาคตไดเปนอยางดี
ดยสรุปแลววามภักดีอาสนคเปนงคะกบที่ําคญที่สซึ่งกิดจากการที่
ผูบริโภคเกิดการรับรูในองคประกอบหรือสิ่งที่เกี่ของกับินคารือบริารลวกิดศนคติที่ดีต
ตราสินคา ีความึง วาววาินคา วาสัี่ะทั่งเกิดควา
ผูกพันธกับาสินานั้น ึงําู วาักีตอาสินคา ี่สุด
7. ขอมูลั่วเกี่ยับราบัค
7.1 ัตบัค
ารบัคสไเิ่มอั้งนป.. 1971 ื่อื่อนนักียนรวมุน 3 ดก ครูสอน
ภาษาอังกฤี่ าลวิน ูสนปัติศาสตเซฟ ซีเนักียนกดบวเคอร ไดเปด
รื่สี่ ื่ี่นัี่มื
ซี ื่ว
ซานานซิ ุวเ 1,350 ูีก 5,000 เหจา
ธนาคารเพื่อดานไเ วิน ซีเ เไเือื่อสตารบัคสดวความชใน
ตัวละครสตารบัคสูาแนัสืี้ าคิวาชื่นี้
สามารถสราสุนีในือาโนทวาูคา สัญักณบริษัทไดถูก
ออกแบบโื่อนหนึ่งี่เนิตนรูปนาือสอางอวยื่อา
61
าพ 19 ัติศสตัญักขสตารัค
ี่มา: Akaihane (2011: Online)
รงบันดาลใจในารกอั้งบริษัารบัคสมาจากผูพยาวดัช ลเ พีท ผู
ริเริ่มนําเขาาแฟอาราบิกาชั้นดีมาในสหรัฐอเมริกาในชวงป.ศ. 1950 พีเลือกาฟใพื้นที่
ปลูกไปจนถึงการเก็บกี่ยว พีทไดเปดรานเล็กๆชื่อวารานพีทส คอฟฟ อนดที ในยาเบิรคลียในรัฐ
แคลิฟอรเนียในป ค.ศ. 1966 รานพีทสไทําใหการนําเขากาแฟและชาชั้ีเปความพิเศษจําเาะ
คั่วดดวยวิธีแบบชาวุโรปเพื่อใหไดรสชาติเต็มที่และยังไสอนลูกคาใหรูถึงการบดเมล็ดกาแฟและ
ตมกาแฟที่บานใหสดไดอยางไบาลดวิน ซีเกล และบวเคอรเปนผูไดรับการถายทอดควาชํานา
นั้นจารานของพีทส โดใชเวลาในการฟงพีทหลายชั่วโมงพูดถึงคุณภาพขอกาแฟแลความสําคัญ
ของเทคนิคการคั่วบดอยางเหมาะสม ทั้งสามคนเปนแฟนตัวยงของพีทและกงเจนถึงขั้มี
การสั่งาแฟสงทางไรษณียเปนการสวนตัวจากรานพีท
62
าไพค ตงแเรียาะดับดอุปรณดินเรืที่ทํดวยมือ นั
ดานหนึ่งของรานตกแตงดวยเมล็ดกาแฟลวน สวนอีกดานนึ่งมีชั้วางลิตภัณฑกาแ ซีลเป
พนักงานประจํารานคนแรกที่ไดรับคาจาซีเกลสวมผากันเปอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยกยองคุณา
ของกาแฟคั่วบดชั้นดีและทําหนาที่เปนผูชํานาญการคาปลีก หุนสวนอีกสองคนทํางานประจําแลแว
มาที่รานในตอนเที่ยงหรือหลังเลิกงาเพื่อชวยกัน ในชวงเริ่มเปดราน บาลดวินเก็บเรื่องงานเขไว
ละหันมาพัาความรูเกี่วกับก บวเอรดูในรื่องงเล็ดลับะความนทย รา
ประสบความสําเร็จทันทีและยอดขายเกินความคาดหมายซึ่งวามําเร็จสวหนึ่งมาจากบทความใน
นัสืพิพซีติส ชงสงสผูกตั้งรตยั
เบิรคลียเพื่อเรียนรูเกี่ยวกับกาแฟใหมากขึ้นจากพี ซึ่งใหวกเขาไดเรียลึกลงไปเกี่วกับช
กาแฟ ในกั้งาแสตบัคสสั่งาแากาีทสนัุ้สวนทั้งหก็
ซื้อเครื่อั่วี่ใงานิ่ั่ว วิวอรเปูทํ
การทดสอบาแากับาแากวิัล ี่ติกฟต
แบบฉบับขวกานสารบัคสแงี่สอเดึ้นตอาในป.. 1972
นถึงนชว.. 1980 บสซีิล 4 ะมีกําไรทุป
นับตั้งแตเปดาากวาบาทวาูวมั้านี่ไป เซ ซีกล
เหนื่ยลาตานาอําื่ รี่ ลดวินดูงา
บริหารประนี่วหาูวย วงคงมีสนเป
เจาขอกิารวลสิาแ ั้งริษัทลิ
หนังสือพิมรายัปาหแมียขนาด็ก
7.1.1 ุณาแัการ
นชวแารอั้ง ูบิหารับูงสที่จะสดแ
คุณคาหลัสึ้าร ํางคุณคาทา
ธุรกิจของสบัคสที่พายามางึ้ ารึ้าจากวิญญาณ ซึ่งก็
คือ บริษัทหุดั้งนการี่จไมาซึ่งาแี่มีควาสมูรซักว มจําหนายเมล็ด
กาแฟที่มีรสชาติเพี้ยนไปจากเดิม ผูบริหารของสตารบัคสยังคงเนนการตอบสนองความตองการ
ลูกคาเปนอยางดี พนักงาทุกคนไดรับการอบรมใหดําเนินไปตามแนวทางมีความกลาที่จะตรวจอบ
กับลูกคาวาลูกคาไดรับการสนงในระดับที่ใจหรอไม ที่สําคัญคื “Just say Yes” กับอ
เรียกรองทุกขอของลูกคาใหได พนักงาทุกคนตองกลาพูดละแสดงออกความคิดที่มีอยูโดไมต
กลัวผูบริหารระดับสูงเพราะวาผูบริหารตองกาใหมีเสีสะทอนกลับาวาสารบัคสไดทําอะไรถู
หรือทําอะไรผิดไปบางละอะไที่ารบัคสวรจะเปลี่ ผูบริหารระดัสูงของบริษตงการให
พนักงานทุกคนมีสวนรวมในการี่จะสรางใหสตารบัคสเปนบริษัทที่ดีกาเดิม
63
7.1.2 สตารบัคสกลายมาเนบริษัทมหาชน
ารบัคสนําบริษัเขาตาดลักทรัพยในอนมิุนาย .ศ. 1992 ละกลา
เปนหนึ่งในลุมผูที่ไดรบควสําเร็จยางสูงในารนําหุเขาสนายนตาดหลักรัพยแงป
ดวยเงินทุนที่มีมากขึ้น โดยการเปนบริษัทมหารั้งนี้สารบัคสไดเรงทํการายครืารา
ความสําเร็จของสตารบัคสเปนผลมจากผลิตภัณฑกาแฟที่พิศษามรถาใหารบัคสยึพื้นที่
ทั้งอเมริกา คูแขงบางลุมมีการเลียนแบบในรูปแบบขอตารบัคสไดเกิดขึ้นทั่วไปในหลายแหง
7.2 ะวัติสตารบัคส คอฟฟ ประเทศไทย
าสตารบัส ฟไเปวคั้งรกใน มื่อเดืรกฎาค พ..
2541 ณ. หางเซ็นทรัล ชิดลม โดยบริษัท คอฟฟ พารทเนอรจํากั อันนบริษัรวมทุะหว
บริษัท สตาบัค ํากัด ิษัทซ็นัลัฒนาเนผูิ่นํสใหกลูกค
ชาวไทย
.. 2543 บส  เขาถืสิิ์
กิจารทั้ าก าระเศไ
ดําเนินงานิษัท ารบัคส  ํากัด ับากั้นเนตนม
จุบันมีรานกาแบัคสใั้ 137 ั้งนี้ปนสาขาที่
อยูในเขตกุงนคั้งิ้น 93 ูใ 31 ังาราง 1
ตาราง 1ุปายื่อสาขาราาแสตบัคสตามางนกุงานค
ื่อ
1.ขตปุมัน ซ็นทัล ิด
B2S ิด
ัง
ัมินทพา
ออลซีซั่น เพลส
จามจุรี สแควร
เซ็นทรัลเวิลด
สยาม เซ็นเตอร
สยาม ดิสคัฟเวรี่
มาบุญครอง
ศ ซ็นทรัลเวิลด
าม าร(ตรีท เลเวล)
าม าร (ว คอนเซพ)
าม าร (เจร)
เซ็นทรัลเวิลดพลาซา - B2S
เซ็นทรัลเวิลด พลาซา - ชั้น 3
ยามโพโมโดโร
ยาม พารากอน ชั้น 1
มาบุญครอง ชั้น 7
ยามสแควรบลอค แอ
64
ตาราง 1 (ตอ)
เขต รายชื่อสาขา
2
.
เขตคลองเตย
เพลินจิต เซ็นเตอร
ศูนยประชุมแหงชาติสิริกิตติ์
าคามาลีนนท
คารฟูร พรราม 4
เอ็มโพเรี่ยม ทาวเวอร
เอ็มโพเรี่ยม มอลล
แคมปเดวิส
บางกอกเมติเพล็กซ
อาคารเอ็กเชน ทาวเวอร
ไทมสสแควร
3. เขตติ่งัน ซอเิล าช
4
.
เขตบา
บ
5. เขตหวาง ิตัล
็ม ียเ
นดนดพาซา
ือัท ็กซ
ัลซิตี้ นิว
าบาลุง
านารด
6. เขตคันนายาว ั่น สแนด
7
.
เขตบา
ซ็นทัล ามินท
8. เขตป ีคสแ
ารซพค
9. เขตธุร า
รอยัลการเดนเจริญนคร
10
.
เขตพญาไท
SF
พหลโยธิน
11. เขตวังทองหลาง ฟารแม็ก
12
.
เขตพระโขน
เซ็นทรัลบางนา
ยะรมณ
13. เขตหลักสี่ SF แงวัฒนะ
65
ตาราง 1 (ตอ)
เขต ราชื่อสาขา
14
.
เขตบางกอกนอย
เซ็นทรัลปนเกลา
เมเจอร ปนเกลา
15. เขตราชเท ไอดีโอพญาไท
โรงพยาบาลรามาธิบด
16. เขตดสิต สุพรีมสามเสน
17
.
เขตนค
นนขาวสาร
18. เขตุน ซ็นทัล 2
19
.
เขตยานนาว
ซ็นทัลซิี้รัช
าม
3
Belle Park นโิเีย
20
.
เขตัก
าคาร ื่อ ื่อีย
วนต
าคาราวเ
านสีล
ุญิต
21. เขตุจัก ซ็นทัล าดา
SCB Park Plaza
SFX Cinema ซ็นท าซา าว
SF ัชิน
22. เขต าง(ั้น 1)
เดอะมอลล 8 (บาง)
โรงพยาบาลเวชธานี
23. เขตลาพราว เดอะคริสตัล
SF นวมินทร ซิตี้ (เกษตร นวมินทร / เสนา)
24
.
เขตดินแด
โรบินสัน รัชด
25. เขตบึงุม สยามฟวเจอร นวมินทร
66
ตาราง 1 (ตอ)
เขต ราชื่อสาขา
26
.
เขตสวนหลวง
เดอะไนน
27. เขตสุรงศ มณเฑียรพลาซา
28. เขตสาทร บางกอกซิตี้
เอ็มไพรทาวเวอร
ซ็น
29
.
เขต
ิเวอไซดเน
30. เขตสสูง ียวเามํา
31. เขตัฒนา าคารี่
าคาริศ
อ 1
(วางอ 13 15)
อ 2
(็อส ารเ )
าบาลําุงาษฎร
ูนยการานา สแควร
าบาลิตเวช
The 49 terrace
SFX ัย
ิตี้รีสอท
าบาลํางราษฎ 2
ี่ม: ารบัค (2554, ฎา).
7.3 ําินื่อังขบัค
ากจะพูดถึงแบรนดที่ปรบความสําเร็จมากที่สุดบรนดหนึ่งในการทําการตลาบน
สื่องคออนไนั้คงนีไมพรานกชื่ดังอยงสารบัคสกยอนลังป พ.ศ.
2551 สตารบัคสเริ่มตนเขาสูสื่อสังคมออนไลนในรูปแบบของ Blog คือ MyStarbucksIdea.com โ
รูปแบบสะทอนคุณคาในเื่องของการนอมรับคําจารณอยางเปกวางลาวคือ Blog ดังกลาวเปด
โอกาสใหลูกคาสามารถนําเสนอแนวคิดไมวาจะเปนในสวนของสินคา ะสบกรณภายในรารื
การเปนสังคมนอกจากนี้ยังเปดโอกาสใหเพื่อนๆ เขาารวมทําการหวตความคิดที่ชื่นชอบตลอดจน
แสดงความคิดเห็น เทานั้นยังไมพอสําหรับบางความคิดเห็นจะถูกนําไฏิบัติเพื่อใหห็นลถป
การนําคําวิจารณไปใชปะโชนที่ยบยิ่คืที่คําวิจารณนั้นๆจะสางภพลตกลับถู
เปดกวางใแสดามคิดไดอยางสรางรรคผูที่เขารวมก็รูสึกยินดีที่ควาคิดห็นขงตไดรบกา
67
รับฟจนงขั้นําไมืบัติจริอีกทั้พูคุทนาแลี่กัมืวาพวกเ
เหลานั้นไดเขามาีสวนรวมในการสรางสังคมใเกิดขึ้นภายใน Blog
พควาปชุดัลมีวาชัดยิ่ขึ้มื่อรบัคสาสู Facebook
Page ซึ่งปควมสํเร็จยาากพรถือเปรนแรกที่เปนประสินคือริกา
(Consumer Brand) มีจําวนสมาชิก (Fans) มากกวา 10 ลานคน (Brand Channel. 2010: Online)
ละในปจจุบันตารบัสมี Fans ใน Facebook Page มากถึ 23,649,919 ลานค (นัถึงวันที่ 8
กรกฎาคม พ.ศ. 2554) สาเหตุที่สตารบัคสประสบความสําเร็จบนสื่อสังคมออนไลนนี้ บางคนาจจะ
บอกวาเพราะสตารบัคสนั้นเปนแบรนดที่รูจักกันดีอยูแลว คนเลยแหมาเปน Fans นั่นถูกเพียแคครึ่
เดียว แอีกครึ่งหนึ่งเปนกลยุทธในการใช Facebook Page ไดอยางชาญฉลา (ภิเ ชันิรันด.
2553: 173) สตบัคสซึ่งนแนดที่มีลูกาักากูแสตารบคสก็ไมไดเลือ
ที่จะนิ่งเฉยสารบัคสใFacebook Page างีปน สราวามูกันธอยางตอเนื่อง
กับลูกคา Facebook Page บัคสจึงอนขาือือนกับนื้อาที่นใจและขาวสา
ของสตารบัคสเ ารบัคสใเื่อือี่ Facebook Page ีใอางวนทําใ Fans ที่อยาก
คุยกับแบรนดสามิดอับไเื่อาตอาร ีกั้งังัพ Fans ทาบถ
โปรโมชั่นแนูใที่มีอูตวลาพอันกับารสดามิด็นจากูกาในทันทีเชนกั
นอากี้บส Followers Twitter 1,544,965 (นัถึงวัที่ 8
กรกฎาคม .. 2554) ิ่มากึ้นอีกุกวัน ิธีการี่สสาาบTwitter นั้
นวาาวาแสิ่ี่สิ่มเติมลงไป
กลยุทธแีจุดืนม ือ ารพูดุย วั้งําถาม ําับกคา แลงตอ
ขาม (Retweet) ิ่ี่ ืู่สึกัด
ลอวล นี้สื่น YouTube กั
ผูบริโภคอีางึ่งว
าหไ Starbucks Thailand Fan Page บน
Facebook ั้งปพ.. 2552 Fans ิ่ึ้วง 7 ดื
นับตั้งแตเปดตัวมามี Fans อยูที่ 86,675 คน (Positioning Magazine. 2553: อนไลน) โดยจจุบัน
มี Fans คนไทยอยูที่ 140,607 คน (นับถึงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) โดมุงเนนที่การทาให
เกิดเปนชุมชน (Community) มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นะปะสบการณงลูกคาารบัคส
เปนการสรางความสัมพันธกับลูกคาคนไทย พื่ออกย้ํบรดาแอันดับนึ่งในจคนทั่ลกที่
ประสบความสําเร็จอยางมากในการสื่อสารกับลูกคาอยางใกลชิด
จากตัวเลขมามายขนาดนี้ ทําใหเราอยากรูวาสตบัคสมีวิธีเขาถึงและกลยุทธในการ
ครองใจลูกคาบนสื่อสังคมออนไลนแตละประเภทใหประสบความสําเร็จไดอยางไร
68
7.3.1 สตารบัคสบน Twitter (http://twitter.com/#!/Starbucks)
วิธีที่สตารบัคสเขาึงลูกคาบ Twitter เปนการสงขาวสารและกิจกรรมใหกับลูกคาแต
สิ่งที่สตารบัคสเพิ่มติมในกลุทธ คือารต พูดคุวยารตั้งคํถา ตอคําถมกับลูกค
และสงตอขอความ (Retweet) ในสิ่งที่ลูกคาพูดถึงแบรนด แลเพื่อใหลูกคารูสึกมีสวนรวมกับบรนด
ตลอดเวลา
20 เว็บซตTwitter ารบัคส
7.3.2 สตารบัคบFacebook (http://www.facebook.com/Starbucks)
ําับารบัคสซึ่งนนดที่มีลูการักากูแว ตสตารบัคสเอง
ก็ไมไดเลือกที่จะนิ่งเฉยและมี Facebook Page เพียงเพื่อ “Just Me หรือคมี” โดยมตอทําะไ
ตสตารบัคสไใFacebook Page อยางมีระโชนละสรางามผูกพัธยงตอเนื่กั
ลูกคา Facebook Pageงสตารบัคสจึงคอนขางตื่นตัว (active) กับเนื้อหาที่นาสนใจ และขาวสา
รบัคสเ เครื่อมืที่สารบัใชมีทั้ Wall, Video, Photo, Notes, Events
Discussion ทํหชิ (Fans) ที่คุกัสามรถติตกัดมื่
ตองการ สวนสตารบัคสก็ไดอัพเดทขาวสารถึงมาชิก (Fans) ตลอเวลาทั้งโชั่นหมละเนู
ใหมๆที่มีพรอมทั้งรับฟงามคิดเห็นจากลูกคาในทันทีเชนกัน
69
21 ารFacebook Page ารบัคส
ําับารบัคสป (Starbucks Thailand) อนหนาี้ .ศ. 2552 เ
เคงสัยวาสาร ื่สื่ไลน ดังเช
สตรบัค (Starbucks America) าะารั้นอั1
บรดที่มางวางูี่สุ (No.1 Engagement
brand) ในื่อสังนไในป .. 2552 ี่ผานมียวาไเ็นแนดกาแฟรสชาติตางๆ
ของสตารบัคสพอับาร Facebook ียึงวงลังสาชิใหม
(New fans) Facebook วานิอนยางรวิลล
(Farmville) นั้สื่สันย
ตอเนื่อง
Starbucks Thailand Fan Page (www.facebook.com/StarbucksThailand) จจุบั
มีจํานวนสมิก (Fans) มาที่สุดแบรนดหนึ่งเมื่อเทีกับบรอื่นๆในปะเทศไท กับจํานวน
สมาชิกทั้งหมด 140,607 คน (นับถึงวันที่ 8 ฎาค.ศ. 2554) แยังเน Facebook Pages
เดียวที่ไมตองคอยหาเรื่องราวหรือขอความมาแชรบนหนากระาน (Page) เนื่องจากบรรดาสมาชิก
ตัวจิงองสตารบัคสนั้นชอบที่จะนําเรื่อองสตารบัคสมาแชรกันเอง ทําให Facebook Pages ง
นี้ดูเหมือนเปนชุมชนออนไอน (Community) หงหนึ่งของคอาแฟสารบัคส นื่อจากลูกคาข
สตารบัคสนั้นมีตั้งแตเด็กที่เรียนมหาลัยจนถงคทํางานทุะดับ ะแนนนเลานี้ก็
เปนสมาชิกของเครือขายสังมออนไลน Facebook เชนเดียวกัน
70
าพ 22 ารFacebook Page บัคสป
7.3.3 สตารบัคบYouTube (http://www.youtube.com/user/Starbucks)
ารําู (Subscribers) 10,724 (บถึงวันที่ 19
กรฎาค .. 2554) (Channel) YouTube ซึ่นนึ่สื่สังคออนไลนที่
สตารบัคสใอัพงนภาพนตโาทิ้ารื่ดีเกี่วกั
กาแฟ งานีเวนท(Event) ุศี่ัดึ้ ี่รสตรบัคส
อีกหนึ่งกลุทขารบัคสก็คือ วาวาง ี่จนุญิใใ็ไนําวิดีโงสตารบัคสไป
แชร (Share) นําไาก(Embed) ี่เ็บไนก็ไ าับนดอื่นหลบรด
ที่รูสึกังี่วิี่นุญาติให
ว แตสตบัคไไคิดนนั้นกับิดาการี่วิดีโูกมากึ้นาไก็จถึงการเขาถึ
กลุมลูกคามาขึ้นเทานั้น และทั้งสตารบัคสละเดล (Dell computer) องก็ปะสบความสํเร็จกั
กลยุทธเชนนี้มาแลว
71
าพ 23 ารเ็บซตYouTube ารบ
7.3.4 าย สตบัคส ีย (My Starbucks Idea)
My Starbucks Idea (http://mystarbucksidea.force.com/) ูกางึ้มามือนเป
เครือขายสังสตบัคส (Starbucks social network) นึ่ ี่ารางึ้นเพื่หลูกคา
เขามาแ ี่ ละนู
สตารบัคส ุกวามิด็นที่สงาก็ไไถูก็บาไดูกันเีมส เปหกั
ลูกคว็ นั้าร (Vote) วามเ
(Comment) ดวสตารบัคจนําไียี่มีคี่สุารรุสินคาใหดี
ขึ้ My Starbucks Idea นส ั้ลุลูกค
ติดตอสื่อสาร จํานวสมาชิกและขอมูลสวตัว (Profile) องลูกคาไรับความคิดเห็นและไอเดีย
ลูค ซึ่มีมูมนสํรับสรบัสหว็ไซหงนี้ ปื่สั
อนลนของบรด (Branded social media) ที่เยี่ามารถสรางสาัมพันธกบลูกคาได
เปนอยางดีและเปนตัวอยางที่ดีสําหรับแบรนดอื่นๆยางาก
นอกจากนี้ลูกคายังรูสึกวาไดมีสวนรวมกับแดที่พวกเรัมื่อางสารบัคสได
นําไเดียองพวกเขาไพันาตใหกิขึ้จริง เช สูกาแบบใหม การตแตงราือ
กิจกรรมที่นาสนใจจากการเสนอแนะ เปนตน
72
าพ 24 ็บMy Starbucks Idea บัค
7.3.5 สตารบัคีย ิน ั่น (Starbucks Ideas in Action)
Ideas in Action น็บ Blog สตารบัคแที่นี่ไใBlog าๆ ทั่วไปที่มี
ผูบริารร CEO นี่ขสิื่ราวองริษั
ดนั้ Blog นี้ื่าก “My
Starbucks Ideas วารนัานสาม ื่องาวในสู
าย (Inside Out) วาาเี่วกวา ี่บัคสดรับจา
ลูกคาละนํามาใจิงับสินคาแิการารซึ่น าคการูวาไอเดี
ของตนไดเนสวนหนึ่งสตารบัคแอากิดามานขัวางนนอน
73
25 ว็บ Blog Starbucks Ideas in Action
7.3.6 สตารบัคบFoursquare
ารัคสในสาจ Foursquare ื่างความักีข
ลูกคา (Customer Loyalty Program) ี่ั่วปสิ Mayor มอ
สวนลดให 1 ากับูกาปําลานเื่อสั่งาแ Frappucino
สื่สันี่รบั ทํห
สามารถเขาถึงูกาอางี่าก ี่นาแใจเลวาทําไม
สตรบัคี่ามาเากี่สุนึ่ารื่อสัคมไลนได
ยางมีสิาพั้นี้าร (Brand loyalty)
ความสัมพันธระยะยาว (Long term relationship) ไดอยางสมบูรณ
74
าพ 26 ารเว็บซต Foursquare สตารัคส
ุทการางนใสื่อสังนไ(Social media Plan) ารบัคสโดยรวม
แลวไดถูกางนมาง วยารนําือายังนไน (Social network) ทุก
เว็บไซตมาื่ออัน สราึ้นภคนเซ็ปแิศียัน ึงแใจที่สตารบัคส
จะครใจูก ี่าสี่สุ .. 2009 (The Worlds most valuable
brands of 2009) (Marketing Oops. 2553: น)
ณ ช
สื่องคมนนึ่สิ่ี่สํารวลื่ะสบการณ
ดังกลาวางื่ ื่วยัน าใหลคกิ
ทัศนคติที่ดีตอแบรนดและรับรูถึงบุคลิกภาพของแบรด (Brand Personality) ี่สรางขึ้ละเมื่
ลูกคารูสึกใกลชินิปควูกพัธ ก็ทํใหกิามกดต (Brand
loyalty) ในที่สุดนั่นเอง
8. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ
นภัสนันท ื่น (2550) ไดศึกษาความคิดห็ผูบริที่มีตรบริหรงนลูกคา
สัมพันธขอานสตบัคสในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตัวแปรอิสรไดแก เพายชีพ ายไดเฉลี่
ตอเดือน ระดับการศึกษาสูงสุด ะความรูความเขใจที่เกี่ยกับการิหงานลูกคาสัมพันธ ตั
แปรตาม ไดแก ความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัพันธขงรานารบัคส
75
ดานตางๆดังี้ การสรางสัมพันธดวยรางวัล การสรางสัมพันธดวยงื่อนสัญญา ารรางสมพัธ
ดวยคุณคาเพิ่ การสรงสัมพันดรใหคมรูเฉพาะดา ากการวิจยพวาผู
แบบสอบถามสวนใหญเปนเศหญิงมีอายุต่ํกวาหรืเทกับ 29 มีาชีเปนนักงานบริษั มี
รายไดเฉลี่ยตอเดือนระวาง 20,001 – 30,000 บาท และมีระดับการศึาสงสุริญญาตรี ูตอบ
แบบสอบถามสวนใหญมีระับความรูความเาใจที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธอยูในระดับมา
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความคิดเห็นตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธของรานสตารบัคสอยูใน
ระดับดี เมื่อพิจาราตามลักษณะการสรางสัมพันธพบวาผูตอบแบบสอบถมเห็นวาการริหารงาน
ลูกคาัมพันธดานการสรางสัมพันธดวยคุณคาเพิ่าน ารางสัพันธดวารใหความรูเฉพา
ดาน ดานการสรางสัมพันธดวยรางวัล และดานการสรางสัมพันธดวยเงื่อนไขสัญญาอยูในระดับด
สอสมิฐานพวา
1. ูี่างารารสัมพันธของรา
สตรบั าง วธวงื่อ
สัญญา ดานกางสัมันดวยุณาเิ่ม านกสรางสัมนธดวยารคามรูเฉพาะดาน
แตกตางัน
2. ูี่ายางวาารารสัพันขอรา
สตารบัคสดาารางสัมันดวยางวัลาัน สวนดานการสราัมันธดวเงื่อนไขัญ
ดานารางสัิ่ สัวยารามูฉพาะดานม
แตกตางกัน
3. ูบิโี่มสัพันงราน
สตารบัคสดาารางวาสัมันธดวยวัล านกสรางสัมันธดวยื่อญญา ดานาร
สรางสัมพันดวุณาิ่ม าารางสัมันดวยความูเาะาตกตางกัน
4. ูบิโี่มีรเี่ยางันมีคามิด็นตอาริหารคาสัมพัข
รานสตารบัคสดานกสรางสัื่ วาสัมพันธดว
กาหู สสัวั รสร
สัมพันธดวยคุณคาเพิ่มไมแตกตางกัน
5. ผูบริโภคที่มีะดับการศึาสงสุตงกันมีวามคิห็นตอการบรหางานลูกค
สัมพันธขอานสตบัคสดานการสรางสัมพันธดัวยรางวัล ดานการสรางสัมพันธดวยเงื่อนไขสัญ
ดานารรางสัพัดวคุณคาเพิ่ละดานรสรางสัพันดวยารใหามรูฉพาะดานม
แตกตางกัน
6. รูผูที่กี่กัริลูคสัพัธมี
ความสัมพันธกับความคิดเห็นที่มีอารริหรงนลูคาสมพัของราสตารบัคสดานการราง
สัมพันธดวยรางวัลในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับต่ํา สวนดานดานการสรางสัมพัดวยื่สัญญา
76
ดานารรงสัพันธดวยคุณคเพิ่ ะดนการสรางสัมพัดวยารหวารูเฉพาะดาน
ทิศทางเดียวกัน ที่ระดับคอนขางต่ํา
พรทิย กียิภภูมิ (2551) ไดศึกษการบริหารลูกคาสัพันธที่สผลตอิกรร
การซื้อของผูบริโภคกาแฟสตบัคสในกรุงเทพมหานคร ผลจากการวิจัยบวาผูบแบบบถ
สใหญปญิยุ 20-29 มีรศรี ปนั
บริษัทเอกชน มีรายไดตอเดือน 15,001-30,000 บาท มีวัตถุประสงคารซื้อาแฟสรบัสมาจา
บรรยากาศภายในรานีผูที่รวมซื้อกาแฟเปนกลุมเพื่อน มีคามถี่ในกาซื้อกาฟนกวาสัาห
ละ 1 ครั้งละมีคาใชจายในกาซื้อตอครั้งต่ํากวา 150 บาท มีความรูสึกตอการบริหารลูกคาสัมพันธ
ในดารรงคามะทัใจองนักงานะกรางควาใจจากคุคาเพิ่ยร
ระดับปานกาง าราัศิที่ดีดวารับิดอังวมนรับ
สอสมิฐานพวา
1. สัซืู้รบัส
กรุงเทพมหานคนดานคาจายนกซื้ออั้ง
2. สัืู้บัส
กรุงเทพมหานคนดานคามี่ในกซื้อาแสตบัคส
3. ับารึกามีคามัมันธกับิการซืู้าแฟสารบัคส
ในรุซื้ส ี่ซื้
สตารบัคส านคาจายนกซื้ออั้ง
4. ซืู้รบัส
กรุงเทพมหานคนดานผูที่รวมซื้อาแสตบัคส านคาใจานการซื้ออรั้ง
5. สัืู้รบัส
กรุงวัซื้ส ี่ซื้
สตารบัคส
6. ักวาสักาซื้อ
ผูบริโภคกาแฟสตารบัคสในกรุงเทหาครนดานวัตถุปะสงคารซื้าแฟสรบัคส ดนผูที่
รวมซื้อกาแฟสตารบัคส ดานความถี่ในการซื้อกาแฟสตารบัคส ดานคาใจายในการซื้อตอครั้ง
7. ารจาคุณคพิ่มีวาสัพักัติซื้
ผูบริโภคกาแฟสตารบัคสในกรุงเทหาครนดานวัตถุปะสงคารซื้าแฟสรบัคส ดนผูที่
รวมซื้อกาแฟสตารบัคส และดานคาใชจาในการซื้อตอครั้ง
8. การสรางทัศนคติที่ดีดวยการรับผิดชอบตอสังคมมีความสมพัธกับติกรกา
ซื้องผูริคกรบัคสนกรุงเทพมหารในดานวัถุะสงคการซื้อการบัคส
ดานผูที่รวซื้อกาแฟสตารบัคส และดานความถี่ในการซื้อกาแฟสตารบัคส
77
วัชรี กาเซ็นติ(2553) ไดศึาการรัรูตอสื่าอไลนบนเว็บรือขาสังค
Facebook
ผลการวิเคราะหขอมูลพบวา ลูกคาสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุ 25-34 ปสําเร็จารศึ
ระดับปริญญาตรี มีอาชีพเปนพนักงานบริษัทเอกชน มีรายไดฉลี่ยตเดื 10,001 – 20,000 บาท
มีการใชเว็บเครือขายสังคม Facebook ทุกวัน มีระยะเวลาในการใชนอยกวาหรือเทากับ 1 ชั่วโมงตอ
วัน ชื่นชอบกิจกรรมพูดคุยหรือคอมเมนทกับเพื่นหือรูจัชวงวลาที่เาใชว็บคือ 20.01.-
24.00 น. และมีการใเว็บครือขายสังคม Facebook ที่บาน
ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา
1. การรับรูตอสื่อโฆษณาออไลนนเว็บเครือายังค Facebookดานารอา
หรือการคลิกูสื่อาอนไนในรับนอ ดับื่อนวมูในระดั
ปานกลาง ารําสื่อาอนโวมูในรับาง
2. ิการิโสินคาูว็บสั Facebook ใ
ขอกซื้อสินคาหือิกังชาอนบนเว็บือายสัง Facebook ในชว
เวลา 1 ปนอี่สุดือเื้อ ากี่สุด 20 ั้ ี่ารซื้มาณ 1 ครั้ง
ตอป
3. ูใเ็บือายัง Facebook ี่มีเ ารบรูตอสื่อ
โฆษณาออนไนบ็บือายัง Facebook แางัน
4. ูว็าย Facebook ี่ าร ไดตือ
แตกตางกัน ีการับูตอสื่อาอนไนบนเ็บือายัง Facebook ตางัน
5. ูว็ Facebook ี่ี่ี่ว็ตห
ระวลี่ว็ ว็ี่ื่าง ารรัรูตสื่
โฆษณาออนไนบ็บือายัง Facebook างัน
6. ับูตอสื่อนว็ Facebook ีความัมพันธ
กับพฤติกราริโินคาหือิการูใายสั Facebook ยงมีนัสําคั
ทางถิติที่ระดับ 0.01
ปฐมพงษ บําเริบ (2550) ไดศึกษาโปรแกรมการบริหารงาลูกคาสัมพันธที่มีความสัมพันธ
กัทัิพติวารัะคพึจขผูริธุห
เครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ในเขตกรุงเทพมหานคร โเลืผูใหบริการครืาย 3 เครือาย คือ
DTAC, AIS, TRUEMOVE
ผลการศึกษาวิจัยพบวาูบริโภคที่ตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิงายุ 15-23 ป
มีระดับการศึกษาต่ํากวาปริญญารี อาชีพนักเรียนนักศึกษ มีายดตเดือนอกวารือเทกับ
10,000 บาทป มีความคิด็นงผูบริที่มีอรูแบบการทําโกาบริหารงา
ลูกคาัมพันธของเครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่โดยรวมอยูในระดับปานกลาง พิจารณาในรานแลว
78
พบวาผูบริโภคมีความคิดเห็นอยูในระดับมากในเรื่องเครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ที่ใชบริการอูมีกา
ใชเทคโนีมชวยในการติตอกัลูกคาารวิเคาะหทัศนติงผูบริในารใชบรกา
เครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่โดรวมอยูในระับดี เมื่อพิจาณาเปนรายขอบวามีทัศติในะดับดี
ในเรื่องบริการเสริมตางๆของเครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ ผลการวิเคราะหพฤติกรรมการใชโศัพท
ของผูบริโภคพบวายอดคาใชบิการตอเดือนมีคาเฉลี่ย 567.71 บาท ระยะเวลาในกใชศัพทใน
แตลครั้ง 19.76 นาที และมีการการปรับเปลี่ยนโปรโมชั่น 1.71 ครั้งตอป ชวงเวาที่ใโทรศัพทมาก
ที่สุดคือชวงเว 18.00-24.00 น. เครือขายที่ผูบริโภคโทรเขามากที่สุดคือ AIS ผูบริโภคเลือกการใช
บริกาเครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ประเภทฟรีเพด ผลการวิเคราะหวาจงรักภักดีในารชบริกา
ของเครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ของผูบริโภคพบวาผูบริโภคสวนมากมีเบอรโทรศัพทหรือซิมการด 1
ระบบมี่สุด วลาที่ใเือายัพเื่อี่ที่ใอูในปจุบัน 3-4 ูบริโภคสวนมาก
เคยเปี่ยือายัพเื่อนที่ภายนรวล 3 ามักักีใรใบริการ
เครืขาื่ี่วมู ื่าราเวามีควา
งรักภักดีในรับตอนนอนในเื่อนมารบิกือายี่ใอูปจบัน นอคต
ผลการวิเคคามึงนการบิการือาัพเื่อนที่โมอยูในระบพึ
พอใจ เมื่อิจาราเนรอาามื่ามพึพอจในาร
ใชบริการือายัพเื่อนที่ที่ใใจุบัน
ากิฐานสามารสรุปดังนี้
1. ูบิโี่มีอายับึก ีพ ปาต ี่ตางกันมี
ตอการทําโาริหานลูกาัมันธแางัน
2. สัามทัติ
ผูริสักัมีดั
ความสัมพันธในรับอาง่ํา
3.ารําโาริหูกาัมันธกับวลาใศัพทนแ
ละคั้งมีควสัมันธไนทิศียันแีรับามัมันธในรับอางต่ํา
4. ความสัมพันธระหวางการทําปรแกรมการบริรงานลูกคาสัมพันธกบจํานวนครั้ง
ในารรับเลี่รโชั่นตอมีความัมพันธไในทิงเียวกันแมีับความสัพั
คอนขางต่ํา
5. วาสัพัะหทํารบริงาลูคสัพักวา
งรักภักดีของผูบริโภคในการใชบริกาของแตละเครือขายมีความสัมพันธไปในทิศทางเียวกนแ
มีระดับควาสัมพันธในระับปานกลาง
6. วามสัมพัระวางกาทําโมการริหารงาลูกคาสัพันกับความพึ
พอจขผูบริโภในกรใชบริกงแตะเรือขามีความสัพันไปในิศางเดีวกันะมี
ระดับความัมพันธในระดับปานกลาง
79
พัชริร ะภธิติ (2550) ศึกากบริารามสัพัธลูคาปจัย
บริหารงาที่มีตอความจงรักภักดีของลูกคาธนาคารธนชต จํากัด (มหาชน) ในเขตกรุงเทพมหานคร
ลการวิเาะหขอูลบวา ลูกคาสวนใหเปนเพศหญิง มาย25-34 ป มีานาพ
โสมีการศึกษาในระดับริญญาตปนนักนบริษัชน/หางราน มีไดเลี่อเดือ
10,001 – 20,000 บา แลนิยมใชธุรกรรมประเภทเงินฝาก
ลูกคากลุมตัวอยางมีความคิดเห็นโดยรวมเกี่ยวกับกาบริหารความสัพันธลูคาในะดับ
ดี เมื่อพิจารณารายดานพบวาลูกคามีความคิดเห็นดานการสรางความสัพัธลูกคาในระดัตมี
ควาคิดเห็ดนการรักษวามัมพันธกับลูกคาแะการายควาสัมพันธลูกคในระดับป
กลาง
ูกากุมัวางีควาิด็นี่านารารองาคาร
ตอลูกคาธนนรับื่อิจาราย ามวาานากในงค
ดานคาธรนียนการบิการ นทัพวั ามคิห็นใ
ดานการจัดนรับานก
ูกากุมัวอ ีควาวมวาาคารชาต จํากัด
(มหาชน) ใุง ู ื่าร ามวามเห็า
ความสัมพันธันดีกับนา านแนวมี่จบิกนาคาริ่มึ้น านความภูมิใจที่
ไดลื
ประสบการามับอนาคารกับูอื่น านการนะนําใผูอื่นมาใบิการของธนาคาร
อยูในระดับานกาง
สุวอางายี่กตางมีผต
ความจงรักักีตอาต ําัด (าช) นเุงานค
สัดีต
ธนชาต จําัด (าช) ุงนรับางนไนทิศางเดียัน
ื่ีคสัจงรักภัดีต
ธนาคาร ธนชาตํากัด (มหาชน) ในเขตกรุงเทพมหานครในระดับสูงและเปนไปในทิศทางเดียวกัน
ดิฐวัฒน ธิปตตดี (2551) ไดศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอควางรักักดีในสินคาน้ํดื่
บรรจุขวดตราสิงหของผูบริโภคในกรุงทพมหานคร
ผลการวิจัย สรุปไดดังนี้
1. ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง 21-30 ป มีการศึกษาระดับปริญญา
ตรี มีอาชีพปพนกงานริษัเอ มีรดเฉลี่ยตเดือ 5,001-10,000 บาทติกรกา
บริโภคน้ําดื่มบรรจุขวดสวใหญใหความสําคัญในเรื่องความนาเชื่อถือของตราสินายี่อขอน้ําื่ม
บรรจุขวด ที่ซื้อบอยที่สุดคือน้ําดื่มบรรจุขวดตราสิงห เหตุผลสําคัญที่สุดที่ซื้อน้ําดื่มยี่หอดังกลาวสวน
ใหญใหเหตุผลสําคัญที่สุดในเรื่องคุณภาพดี/สาด นาดงน้ํดื่มบรจุวดที่ซื้ประจําสวน
80
ใหญซื้อน้ําดื่มบรรจุขวนาด 0.5 ลิตร ประเภทบรรุภัณฑของน้ําดื่มรรุขวดที่ซื้ปนประจําคื
ขวดพลาสติกใส สถานที่ที่ซื้อน้ําดื่มบรรจุขวดบอยที่สุดคือซื้อที่รานสะดวกซื้อเชน 7-11 แะสนที่
ที่ดื่มน้ําดื่มบรรจุขวดบอยที่สุดคือดื่มที่บาน
2. ผูบริโภคมีควางรักภักดีในตราสินคาน้ําดื่มบรรจุขวดตราสิงหในระดับปานกลาง
3. ผลการเปรียบเทียบควาตางระงขูลสวบุคคลองผูบริกับวาม
งรักภักดีในตราสินคาน้ําดื่มบรจุาสิงหพบ ขมูลสนบุคคงผูริคประกอบดวย
เพศและอายุที่แกตางกันมีความจงรักภักดีในตราสินคาน้ําดื่มบรรุขวดตราสิงหไมแตกตางกัน
4. ผลการเปรียบเทียบควาตกตางระงขูลสวบุคคลผูบริกับวา
จงรักภัดีนตสิคาน้ําื่มบรจุาสงหบวมูลสบุลปะกดวยกาศึ
อาชีพและรายเี่ยอือนที่แางันมีคามักักีใาสินคาน้ําดื่จุขาสิงห
แตกตางกันางีนัยสําคัญางิติที่รับ 0.05
5. ารวาวาน้ํดื่มบ
ของผูบริโภับวามักสิาน้ําดืุ่ขวดสิว วามสาคัญใน
การซื้อน้ําดื่มุขนาด้ําื่มุขวดี่ซื้อนปํา ี่ที่ซื้อน้ําดื่มบรจุขวดบอ
ที่สุดและสนที่ที่ดื่มน้ําดื่มุขวดอี่สุดาันมีความักักีในตาสินคาน้ําื่มบรรจ
ขวดตราสิงไแางัน
6. ารวาวาน้ํดื่มบ
ของผูบริโภับวามักักีในตาสินคาน้ําดื่มุขวดิงพา ี่หอน้ําดื่มที่ซื้อบอย
ที่สุตุี่ซื้น้ํื่ี่น้ํื่วดที่ซื้บที่สุ
แตกตางกันีความักักีในตาสินคาน้ําดื่มุขวดิงแางมีนัสําคัญท
สถิติที่ระดั 0.05
7. ารับูตาสินาน้ําื่มุขวดาสิงไมีคามัมันธกจงรักักดีใน
ตราสินคาน้ําดื่มุขาสิง
8. าพักตินคาน้ําดื่มาสิงมีควาัมันธกับมจงรักภักดีใน
ตราสินคาน้ําดื่มบรรุขวดตราสิงหอยางีนัยสําัญางสถิติที่รับ 0.05
มีนา อองบางนอย (2553) ไดศึกษาคุณคาตราสินคาวามไวางใจแะความพึงพอจที่มี
ผลตอควาภักดีตอตราสินคา CAT CDMA (แคท ซีดีเอ็มเอ)
ลการวิจัพบวาผูบแบบสอามสวนใหเปนเพศช มีายุรวาง 25-34 มี
การศึกษาระดับปริญญาตรี เปนพนักงานริษัเอกช มีราไดเฉลี่ตดืยูระวาง 20,001-
25,000 บาท และมีภูมิภาคที่พักอาศัยอยูในภาคตะวันออกเฉียงเนือปสวนใหญ การอบ
สมิฐาพบความภักดีตาสิคา CAT CDMA (แคท ซีดีเอเอ) ดานวาเหนืวา
สินคาอื่มีวามัมพันธกัพศ การตนักรูาสินคาดานกาจดจําด คุณาพที่ถกรบรูดา
ความนาเชื่อถือแลการตอบสนองการเชื่อมโยงกับตราสิคาดานคณสมบัติะความพึงพใจดา
81
กระวนการบริการ ลักษณะทางกางบรกาละพนักงนผูใหบริกา ควมภัดีอ
สินคา CAT CDMA (แคท ซีดีเอ็มเอ) านการยมรับคุณภาพของตราสินคามีความสัมพักับเ
การตระหนักรูตราสินคาดานการจดจําได คุณภาพที่ถูกรับรูดานควาเปนรูปธรรรม ความนาเชื่ถือ
ละารงการเชื่อมโงกัสิาดคุบัตละควมพึงพจดานบว
บริาระพนังานผูใหบราร ามภักดีตาสคา CAT CDMA (แ ซีดีเอ) า
ควาสารถบสองควตองการไดมีคามสัมพันกัเพ กาเชื่มโกับราสินาดา
คุณสมบัติและดานทัศนคติและความพึงพอใจดานกระบวการบริการและพนักงาผูใหบริการ
รัตน พินักุ (2549) ไดาปจัที่มีอิตควรักภัราสิค
ศกรีม Swensen’s ขอูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
วิจัยาผูตสอามสวนใเนิง ายุต่ํากวาหทากั25
ระดับกา่ํ นั/นั มเกิน 10,000
บา ผูบริโีทัศนคิดานสวนปารู ื่ารณาราา
พบวาผลิตัณแ ี่/ี่ั้ง ูีทาก สงผิตณฑ
ะกรสู ูวาสินคาศก
Swensen’s สู ูี่าไรี
Swensen’s แางัน ูบิโี่มีอ ับารึก าชีพ ายตออนแตกตางกัน
มีควางรักักีในตินคาไีม Swensens าัน
สิครี
Swensen’s ื่อิจารารานพวาิตัณแ ิตารสเสริ
การตลาดมีความสัมันธกับวาักักีในตินคาไีม Swensens มในระดับปาน
กลาสวนี่/ี่ั้ีควาสัวาสิาไ Swensen’s
โดยรวมในับนอ
ากึกนวคามิด สาริจัยี่เี่ยอั้ง ผูวิจัยสามารถ
สรุปและนําาทางี่าขาื่างสมมตฐานแ
การสรางแบบสอบถ ไดดังนี้
1. วความคิกี่วกับดลักสวนบุคคผูวิจัยดใชแความคกี่ยกับดา
ประชากรศาสตรของธนัสถ เกษมไชยานันท (2544) นํมาชในการเคะหหความาง
ลักษณะสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ อาชีดับการศึกษาสูงสุ ายไดฉลี่ตดื ละขมู
ดานการใชสื่อสังคมออนไลนของรานสตารบัคส ฟฟ าใชใกาวิเคะหหความางข
ลักษณะสวนบุคคล ดานเว็บไซตสื่อสังคไลนงสารบัคสที่ใชมากที่สุ ซึ่งปจจัยตางๆที่ได
กลาวมานั้นเปนปจจัยที่มีผลตอความสัมพันธอันดีระหวางาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
ทั้งนี้ ผูจัดอางองงวิจัองัสนัท รื่(2550) ะพทิพยกียรตคภูมิ
(2551) มาชในกรางบบอบามดนลกษะสวนบุคค คื พศยุะดารศึก
82
สูงสุด รายไดเฉลี่ยตอเดือน และงานวิจัยของวัชรี กาเซ็นติมะ (2553) มาใชในการสรางแบบสอบถาม
ในดานอาชีพ เพื่อทดสอบสมมติฐานขอที่ 1 ในการวิจัยครั้งนี้ดวยเชนกัน
2. แนวคิดเกี่ยวกับกาบริารานลูกคาสัมพัน (CRM) บนสื่องคมอไลนงก
สตารบัคส ใชแนวคิดของภิเษก ชัยนิรันดร (2554) ที่กลาวถึงรูปแบบของการใชสื่อสังคมออนลน4
ประการ ไดแก
1. การรับขอมูลปอนกลับ
2. การใหบริการลูกาเชิงรุก
3. การใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง
4. การสรางูกคาที่ซื่อสัตย
ูวิจัยนํอี่ 1 3 4 นํามาใารสมิฐาใน
วิจั สี่ 2 ั้นํ นื่าก
สตารบัคสยังไมีการบิการูกาเิงุกาใใสื่อังนข
นวิดนุช ิศสุวริจ ุงน ิริพ (2554) ี่กาวถึบันได 8
ขั้น ในการิหารานลูกาสัมันผานสื่อสังน แ
1. ับงสียูบิโ
2. ามสในขอูลายียูกา
3. สนับสนุนที่ดารงนกับีมาน ื่อัฒนาโสราางาน
4. สออูลายายนอถูกอ
5. สรางึดือาตาริการ
6. ีสวนรวมนมุมาง
7. ําควาาใับสิ่งี่เี่ยอับามสัมันธ
8. าใสลูกาอางสม่ําเ
ี่ 1 2 5 8 ามนําใารวิมสัมพันธกั
สัวสู สี่นั้ผูวิจัมด
นํามาใช ะเปกรบวนารายในององคกรที่งปบัติ ทํใหูบริมมาทร
ขั้นตอนการปฎิบัติในสวนนี้แลไมามารบบบถในสวนี้ได จากนวคิดทั้หมที่ได
กลาวมานั้น ผูวิจัยไดนํามาใชการทดสอบสมมติฐานขอที่ 2 และใชในารรางบบบถในา
การบิหารงานลูกคาสัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาฟสตารบัคส
ทั้งนี้ ผูวิจัยไดอางอิงแบบสอบถามเพื่อการวิจัยของปฐมพงษ บําเริบ (2550) และพัรินทร
ประภากรธิติ (2550) มาประยุกตใชในสรางแบบสอบถามดานการริหางานลูกคาสัพัธ (CRM)
บนสื่อสังคมออนไลนของกาฟสตารบัคสในการวิจัยครั้งนี้ดวยเชนกัน
3. แนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค ใชแนวคิด
ศิริน (2550) ที่ลว รงคามพัธปุนที่
83
ความสัมพันธระยะยาวกับูกคา ทําใหลูกคารูสึกดีกับบริษัทและสรางความสัมพันธสวตัวระยาว
ตุรกิจ พื่อสรางามซื่สัยละามผูพัองผูบิโที่มีตอลิฑะบริการ
วคิงเนกาบไธสง (2554) ที่กลาวถึรตลาดแบบมุงเนวามัมพันธะกอบด
การสื่อ ใสจแะรูจักลูกค สัญญาใวา รสายวาัดยงและสา
ความเชื่อมั่น
ซึ่งแนวคิดทั้งหมดที่ไดกลาวมานั้น ผูวิจัยไดนํามาใชใการทสอบสมมติฐานขอที่ 3
ใชในการสรางแบบสอบถามดานความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสารบัคสผูบริโะใชใ
การวิเคาะหหาความสัมพันธกับความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภคในกาวิจัยครั้งนี้
4. คิเกี่กับคมภตตรสิคารบัคส (Brand loyalty) ชวคิดข
Geok Theng Lau (1999) ี่าว ามูารื่ภักดใน
สินคา จากนวคิดังาว ูวิจัยนํานวิดนเื่อุคิกสิ าสิคา
ผูบริโภ ามื่ั่สิาง วคAsseal
(2004)ี่กาววา ูบิโี่มีคามักีตอาสินา ีกซื้นื่ง และวคิ
ของ Aaker (1991) ี่กาววา ูบิโุมี่ามนันสิกับตราสินา
นั้นๆ และไซื้อินคาจาสินคาอื่น
ึ่งนวคิดั้งี่ไกาวนั้ ูนํามาใใารามดควา
ภักดีตอตราสินคาสตบัคสขูบิโ
ั้ี้ ูวิื่วิ (2551) มี
อองบางนอ (2553) นั (2549) างบถดาน
ความภักีตอินคาสตบัคขูบิโนการิจัยั้งนี้ วยนกัน
84
บทที่ 3
วิธีดําเนินการวิจัย
ในกาศึกษวิจัเรื่ “การริหารงาลูกคาสพัื่สังมอนไลน
สตรบัสที่มีควาสัมพันธกับวามสัพันอันดะความักีตอราสินคาของผูบริโใน
กรุงเทพมหานคร” ผูวิจัยไดดําเนินงานตามขั้นตอน ดังนี้
1. การกําหนดระชากและการเลือกกลุมตัวยาง
2. เครื่องมือและขั้นตอนการสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย
3. าร็บวบอูล
4. ารัดําารวิเาะขอูล
5. ิติที่ใวิเาะขอูล
1. การกําปรชากรกาเลือกกลุมตัวา
ี่วิูี่รบัส
กรุงเทพมหานค นผูที่สื่นาร 1 ปที่านม
ซึ่งไมทราบํานปากี่แนนอ
ุมัวาี่ใใิจัย
ุมัวอางี่ใในกวิจั้นี้ ูี่าแฟสรบัสใ
เขตกรุงเทนคนผูที่ใแสื่อสังนไขาแารบัคสใ1 ปที่ผานมา
เนื่องจากี่นารวนาก n = Z2 / 4E2
(กัลยา วานิชบัญ. 2545: 26) ี่รับวาื่อั่นรอ 95 าความิดาดสูงสุดที่จะเกิดขึ้น
0.05 ขนาดตัวอยางจํานวน 385 คน
n = Z2 / 4E2
เมื่อ n แทน จํานวนสมาชิกกลุมตัวอยา
E แทน วามคลาดเคลื่อนในการประมาณสัดสวนประชาก = 0.05
Z แทน คามาตรฐานที่ไดจากตารางจกแจงบบปกติมรฐาน
ึ้นอยูกับระดับความเชื่อมั่นที่กําหนดโดกําหนดไวที่รอยล 95
ดยที่ α = 0.05 หรือ 1- α = 0.975 ซึ่งจะทําให Z = Z0.975 = 1.96
85
ังนั้นจึงสามารถแทนคาไดังนี้
n = 1.962 = 384.16รือ 385 คน
4 (0.05)2
การเลือลุมตัวอยาง
ผูศึกษาวิจัยใชวิธีการสุมตัวอยางโดยมีขั้นตอนในการสุมตัวอยางดังี้
ขั้ที่ 1 ทําการสุลุมัวอยางบบงา (Simple Random Sampling) การ
ากลือกที่ตั้สาาราแรบัสนกงเพมซึ่งมีทั้งหมด 31
ดังตาราง 2ดยารจับลาึ้นาจําวน 5 เขดก วัฒ เขบางรักทุวั
เขตคลองเ สาท
ตาราง 2 เขี่ตั้งสาขารานกสตารบัคในกุงานค
ี่ตั้งา
บัคใ
ําดับ ําับ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
ุมัน
วยาง
ิ่งัน
าง
ันนาาว
วศ
นบุร
เขตพญาไท
เขตวังทองหลาง
เขตพระโขนง
เขตหลักสี่
เขตบางกอกนอย
เขตราชเทวี
เขตพระนคร
1
7
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
างุนเทียน
นนาวา
าง
ุจัก
าง
ินแ
าดาว
ึงุม
สวนหวง
เขตสุรงศ
เขตสาทร
เขตบางคแหลม
เขตสะพานสูง
เขตวัฒนา
เขตดุสิต
ที่มา: สตารบัคส ระเทศไท (2554, กรกฎาคม)
86
ั้นที่ 2 ทําการสุมลุมตัวางแบโวตา (Quota Sampling) ามนว
เขตในกรุงเทพมหานคที่บสลากไดในขั้นที่ 1 ดวยรกําหสัดวนขงกลุมัวอาง 385 ค
ะไดสัดสวนของกลุมตัวอยางจํานวน 77 คน ตอเขตํานวนเทาๆกัน ดังาราง 3
ตาราง 3สดงสรุปผลการจับสลากเลือกเขตองที่ตั้งสาขารานกาแฟสตารบัคสในกรุงเทพมหานคร
และจํานวนตัวอยางที่จะเก็บขอมูลในแตละแหง
ลําดับ เขตของที่ตั้งสาขารานกาแฟสตารบัคสที่จับสลากได จํานวนกลุมตัวอยาง
1
2
3
4
5
เขตวัฒนา
างัก
ุมัน
สาท
77
คน
77 คน
77 คน
77 คน
77 คน
วม 385 คน
ั้ี่ 3 ุุม (Purposive Sampling) เพื่ก็
รวบรขากูี่ส ็บขมูที่รา
กาสตสี่ัู้ าหที่
ํานวนกลุมัวอางี่เ็บวบอูล ังอี้
3.1 ี่ ี่ 27 าข
ทองหลอ 1 25 สาขาทอ 2 25
3.2 ี่ ต 38 ค
สาขาอื่อ จื่อ ีย 39
3.3 วั ี่ ซ็ 25
เซ็นทรัลเวิลดิ์ พลาซา 25 คน และสยามพารากอน 27 คน
3.4 เขคลเตที่เก็บแบบสอบถา ดก าขศูนยปชุมหชาติ
สิริกิตติ์ 38 คน และสาขาเอ็มโพเรียม มอลล 39 คน
3.5 เขตสาทร สถานที่ก็บแบสอบถา ไดาไลฟซ็นอร 38 คละ
สาขาเอ็มไพร ทาวเวอร 39 คน
ั้นที่ 4 ทํกาุตัวอยางบบะดวก (Convenience Sampling) พื่อก็
รวบรขมูใหไดครามวนที่ตอง กลุมตัวอยางจะตองผูที่มาชริร
กาแฟสตารบัคแลเปนผูที่เคยใชสื่อสังคมออนลนขงกาแฟสตารบัคสใน 1 ปที่ผามา ดยใชก
สอบถามกอนะใหตอบแบบสอบถาม
87
2. เครื่องมือและขั้นตอนการสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย
เครื่มือและารรางเรื่งมืือบสถาที่ชใกาเกรวบรอมู มีาร
ดําเนินการสรางตามลําับ ดังนี้
1. ศึาควมรูเกี่วกับการบริรงานลูกคาสัมพัน(CRM) นสื่สังคมไลน
ของกาแฟสตารบัคส เอกสารตางๆและงานวิจัยที่เกี่ยวของ เพื่อนํามาใชในการสรางแบบสอบถาม
2. สรางแบบสอบถามใหครอบคลุมวัตถุประสงค
3. ูปบบงแบบที่ใชนกก็บรวบรวมขมู บงออก 4 ว
ดังตอไปนี้
สที่ 1 คํกี่กัลัะสวนบุูามมีลัป
แบบสอบถายด (Close-ended questions) ํานวน 6 อังนี้
อี่ 1 ามบัญญัติ
(Nominal scale) ักําี่มีคําตเือ 2 าง (Dichotomous question)
อี่ 2 าย รับวัดอูลียําับ (Ordinal scale) ลักษณะคําถาม
แบบหลายัวเือ (Multiple choices question) ซึ่งารํานดวงายุผูตบถาม ีการ
แบงเกณฑเนชว างว 10 [าิงาก คภู(2551) ที่
ศึกษาเรื่อง สัี่สิกซืู้าแสตรบคสใน
กรุงเทพมหานค วาูบิโาแบัคสสวนใมีอุอูรวา 20-29 ] ไดดังนี้
1. ่ํากา 20 2. 20-29
3. 30-39 4. ั้ง40 ขึ้นไ
อี่ 3 าส าด (Ordinal
scale) ลักําถามายัวือ (Multiple choices question) ังนี้
1. ่ํากาปิญ 2. ิญาต
3. สูงวาิญ
อี่ 4 าช าร (Nominal scale) ลกษณะ
คําถาแบบหลายตัวเลือก (Multiple choices question) ดังนี้
1. นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา 2. พนักงาบริษัทเอกชน
3. ขาราชการ / รัฐวิสกิจ 4. ธุรกิจวนตัว / อาชีพอิสระ
5. พอบาน / แมบาน 6. อื่นๆ โปรดระบุ ……………
อที่ 5 รายไดเฉลี่ยตอเดือน ใชระดับการวัดขอมูลประเทเรียงลําดับ (Ordinal scale)
ลักษณะคําถามแบบหลายตัวเลือก (Multiple choices question) ซึ่งการกําหชงรายดฉลี่ต
เดนขงผู มีารบงเฑชว าชว 15,000 าท [ออิ
ลกาวิจังพทิพยกียรติคภมิ (2551) ที่ศึาเรื่ารบริหรลูกคาสัมพัที่สผลตอ
88
พฤติกรรมการซื้อของผูบริโภคกาแฟสตารบัคสใกรุงเพมหานคร พบวาผูบริโาแฟสารบัคส
สวนใหญมีราไดอยูระหวาง 15,001–30,000 บาท] ไดดังนี้
1. ต่ํากวาหรือเทากับ 15,000 บาท 2. 15,001–30,000 บาท
3. 30,001–45,000 4. ตั้งแต 45,001 บาทขึ้นไป
อที่ 6 เว็บตสื่อสังคมอนไลนงสารบัคสที่ใชมาที่ส ใชะดับการวัขมูล
ระทนามบั (Nominal scale) ลักะคําถามบหายตัวลื (Multiple choices
question) ดังนี้
1. www.facebook.com/StarbucksThailand
2. http://twitter.com/#!/Starbucks
3. http://www.youtube.com/user/Starbucks
4. http://mystarbucksidea.force.com/
5. ื่นๆ …………
ี่ 2 ามีู่ี่ารานลูกคาสัพัธ
(CRM) บนื่อสังนขสตบัคีลักนคําถามาตวนปะมาณคา
(Rating scale method: Likert scale question) วัอันาคชั้
(Interval scale) ํา15 อ ูป 5 ดั
โดยกําหนน้ํานักวามสําคัญลับังนี้
ับ 5 ายึง ็นดวยาิ่ง
ับ 4 ายึง ็นดวย
ับ 3 ายึง แนใ
ับ 2 ายึง เ็นดวย
ับ 1 ายึง เ็นดวยาิ่ง
าราริจัยักามี่ใในรับารวัดอูลอัาคชั้
(Interval scale) เปนการวัดแบบมาตราสวนปมาณคา (Rating scale) ของลิเคิรท (Likert scale)
ในแบบบถ ผูวิใชเณฑคาเลี่ในารภิายซึ่งจากการคํานใชสูตาร
คํานวนความวางของอันตรภาคชั้นดังนี้ (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. 2548: 193-194)
ควากวางของอันตรภาคชั้น = อมูลที่มีคาสูงสุด – ขอมูลที่มีคาต่ําสุด
ํานวนชั้น
= 5 – 1 = 0.8
5
ดังนั้น สารถแปลความหมายของควาคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอการบริรงานลูกค
สัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคส ไดดังนี้
89
คะนนฉลี่ย 4.21 5.00 ายถึง ูบริโคมีวามคิห็นตอการบรหางานกคา
สัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสอยูในระดับ ดีม
คะนนฉลี่ย 3.41 4.20 ายถึง ูบริโคมีวามคิห็นตอการบรหางานกคา
สัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสอยูในระดับ ดี
คะนนฉลี่ย 2.61 3.40 ายถึง ูบริโคมีวามคิห็นตอการิหรงานลูกคา
สัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสอยูในระดับ ปานกลาง
คะนนฉลี่ย 1.81 2.60 ายถึง ูบริโคมีวามคิห็นตอการบรหางานกคา
สัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสอยูในระดับ ไมดี
คะนนฉลี่ย 1.00 1.80 ายถึง ผูบริโมีวามคิห็นตอการริารงานลูกคา
สัมพันธ (CRM) สื่อังนไนขาแารบัคสอูในรับ ดีอาง
ี่ 3 ี่วกสัอวสะผูริ มี
ลักณะเามาสวนา (Rating scale method: Likert scale question)
วัั้ (Interval scale) 10 ข ผูวิด
กําหนดกาคนควาิด็นงน 5 ับําน้ําหามาคัญของตละ
ระดับดังนี้
ับ 5 ายึง ็นดวยาิ่ง
ับ 4 ายึง ็นดวย
ับ 3 ายึง แนใ
ับ 2 ายึง เ็นดวย
ับ 1 ายึง เ็นดวยาิ่ง
าราริจัยักามี่ใในรับารวัดอูลอัาคชั้
(Interval scale) นารวัดาตาสวน (Rating scale) (Likert scale)
ในแบบ ูวิาเี่าราย ซึ่านใชสูตรการ
คํานวนความวางของอันตรภาคชั้นดังนี้ (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. 2548: 193-194)
ควากวางของอันตรภาคชั้น = อมูลที่มีคาสูงสุด – ขอมูลที่มีคาต่ําสุด
ํานวนชั้น
= 5 – 1 = 0.8
5
ดังนั้ สัพัธอัวรบัส
ผูบริโภค ไดดังนี้
90
คะแนนเฉลี่ย 4.21 5.00 หมายถึง ผูบริมีควาสัมพันธอัีกับกาแารบัคสยู
ในระับ ดีมาก
คะแนนเฉลี่ย 3.41 4.20 หมายถึง ผูบริมีควาสัมพันธอันดีกับกาสตารบัคอยู
ในระับ ดี
คะแนนเฉลี่ย 2.61 3.40 หมายถึง ผูบริมีควาสัมพันธอันดีกับกาสตารบัคอยู
ในระับ ปานกลาง
คะแนนเฉลี่ย 1.81 2.60 หมายถึง ผูบริมีควาสัมพันธอันดีกับกาสตารบัคอยู
ในระับ ไมดี
คะแนนเฉลี่ย 1.00 1.80 หมายถึง ผูบริมีควาสัมพันธอันดีกับกาสตารบัคอยู
ในระับ ไมดีอาาก
วี่ 4 ําี่วกวาสิสู มีลักณะเปน
คําถามแาสวนาณ (Rating scale method : Likert scale question) ะใชรดั
การวัดขอูลั้ (Interval scale) าน 8 ูารใหคะแ
ความคิดเห็นแงน 5 ับําน้ําหนักามําัญับังนี้
ับ 5 ายึง ็นดวยาิ่ง
ับ 4 ายึง ็นดวย
ับ 3 ายึง แนใ
ับ 2 ายึง เ็นดวย
ับ 1 ายึง เ็นดวยาิ่ง
าราริจัยักามี่ใในรับารวัดอูลอัาคชั้
(Interval scale) นารวัดาตาสวน (Rating scale) (Likert scale)
ในแบบ ูวิาเี่าราย ซึ่านใชสูตรการ
คํานวนควาางันั้นดังนี้ (ิริว ีรัต. 2548: 193-194)
ควากวางของอันตรภาคชั้น = อมูลที่มีคาสูงสุด – ขอมูลที่มีคาต่ําสุด
ํานวนชั้น
= 5 – 1 = 0.8
5
ดังนั้น สามารถแปลความหมายของควาภักดีตอตราสินคาสตบัคสของผูบริโภคไดดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 4.21 5.00 หมายควาวา ผูบริโภคมีความภักดีตอตราสินคาสารบัคสยู
ในระับ มากที่สุด
91
คะแนนเฉลี่ย 3.41 4.20 หมายควาวาผูบิโภคมีความภัดีตสินคาารบัคสยู
ในระับ มาก
คะแนนเฉลี่ย 2.61 3.40 หมายควาวา ผูบริโภคมีความภักดีตอตราสินคาสารบัคสยู
ในระับ ปานกลาง
คะแนนเฉลี่ย 1.81 2.60 หมายควาวาผูบิโภคมีความภัดีตสินคาารบัคสยู
ในระับ นอย
คะแนนเฉลี่ย 1.00 1.80 หมายควาวา ผูบริโภคมีความภักดีตอตราสินคาสารบัคสยู
ในระับ นอยที่สุด
ั้นาื่อือ
ูวิจัยดําเนินกสรางื่อือี่ใในการิจัยามําับั้นตังี้
1. ึกาควาจาการ าร ฎี านี่ี่ขงตางๆ ละ
อินเทอรเน็ต ี่เี่ยวขอับัวี่จึก ื่อนแนวงการวิจั
และการสรางสอาม
2. ี่ศนําม ด็
ขอบเขตขอําถสออับวัตุปสงที่ตั้งว
3. ําเนินารางสอ (Questionnaire) ี่ใในก็บวบวมขอมูล
4. นํี่ึ้าจี่ปธพื่พิจารณา
ตรวจสอบคามี่ยสนิ่มิมื่อนํามาปับุงไ
5. ามั้ี่ 4 นั้นํตาจารยที่
รึกาสนิามวาี่ามนื้ (Content validity) พื่อ
ปรับปรุงแกไื่อามูรคั้งุดายอนนําไ(Try Out)
6. นํี่วไ (Try Out) กลุตัวอยา
ํานวน 40 วนําผี่ไมาวิเาะหาควาื่ั่ (Reliability) ามธี
คาสมปะสทธิ์ฟา (α - Coefficient) งคนบั (Cronbach) (กัลย านิชยบัญช. 2548:
445) คาแอลฟาที่ไจะแสดงถึงระดับของควาคงที่ของแบบสอบถาม มีสูตรดังนี้
Cronbach’s Alpha = k covariance / variance
1 + ( k-1 ) covariance / variance
เมื่อ Cronbachs Alpha แทน คาสัมประสิทธิ์ของความเชื่อมั่น
k แทนํานวนคําถาม
Covariance แทน คาเฉลี่ยของคาแปรปรนรวมระหวางคําถามตางๆ
92
Variance แทน คาเฉลี่ยขอารปรวนของคําถาม
วิเคราะหหคาความเชื่อมั่จากบบสอามที่ผานการคัดเล ที่ดจะ
งถึะดับความงที่งแบบสอบถะมีคารวาง 0 < α < 1 คาที่ใกลเคีงกั 1
แสดงวามีความเชื่อมั่นสูง
เกฑการแปลผลคาความเชื่อมั่น (เกียรติสุดา ศรีสุข: 144) มีดังนี้
0.00 - 0.20 หมายึง มีควาเชื่อมั่นต่ํามาก / ไมีเลย
0.21 - 0.40 หมายถึง ีควาเชื่อมั่นต่ํา
0.41 - 0.70 หมายึง มีควาเชื่อมั่นปานกลาง
0.71 - 1.00 หมายึง มีควาเชื่อมั่นสูง
าามื่ั่ สัสิิ์ (α -Coefficient)
ของครอนัค (Cronbach) ี่ยับอีคามากาหือากับ 0.70 ึ้นไ มีคาดังตอไปนี้
ตาราง 4สดารวิเาะหาคามื่อั่น (Reliability) สอามธีหา
สัมประิทิ์แา (α - Coefficient) นบัค (Cronbach)
ตัวแี่ใวิเคาื่อั่น าัมิทธิ์อัลฟา
การบริหาานลูกาสัมันธ
(CRM)
สื่อังนไนขาแ
สตารบัคส ํานกนายา
การรับงียูบิโ
การรับอูลอนกับ (Feedback)
การใบิกนึ่งอนึ่ง
ควาสม่ําเสมนการูแาใลูกา
มาตานการบิการ ามิงามง
ควาาใในขอูลายียูกา
โปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตย
ความสัมพันธอันดีระวางกาแฟสตารบัคสแลูบริโภ
ความภักดีตอตราสินคาสตารบัคส
0.711
0.750
0.749
0.717
0.718
0.735
0.838
0.838
0.893
93
3. การเก็บรวบรวมขอมูล
การเก็บรวบรวมขอมูลเพื่อนํามาวิเราะหผูวิจัยดําเนินการเก็บขอมูลลําดับขั้นอน
ดังนี้
1. ขอมูลปฐมภูมิ (Primary data) เปนขอมูลที่ผูวิจัยไดจากการใชแบบสอามเก็บขมูล
ากกลุมตัวอยาง 385 คนที่บริโภคและเคยบริโภคกาแฟสตารบัคสในเขตกรุงเทพมหานคร ะเป
ผูที่ใชแะเคชสื่สังคไลนขงกาแฟสารบัคส 1 ปที่ามา ผูวิจัยทําการก็
ขมูจาลุตัวอาทํากจกหกัุตัวอราน
สตารบัคสทั้ง 5 เขตตามที่กําหนดไว แลวรอรับคืนดวยตนเอง
2. อมูทุิยูมิ ( Secondary data) เปกานวาหขูลกเสาวา
หนังสือทิช วารารี่าง วิาง ี่ี่วข วมถึงลงขมู
ทางอินเตอเน็ต ื่อารนควาสรางาม
3. ูวิจัยรวลาในการ็บอูลนร 1 ือ
4. การจัดกรําอมูลกาิเคขอมูล
ี่ไั้าการวจวาอ (Editing)
คัดแยกแสอามี่ไส ากนั้ (Coding) ามี่ไกําหไวล
ลวงหนาแลียขอูล (Data Entry) ิวสําเ็จูป SPSS (Statistical Package
for the Social Science) ื่อําิเขอูล (Data Analysis) ังนี้
1. นําขอูลามนสวี่ 1 ี่เี่ยวกับอูลานลักวนบุคล อ 1-6
มาาคาความี่ (Frequency) ารอ (Percentages)
2. นําขอูลามนสวี่ 2 ี่เี่ยูที่มีตการ
บริหางาสัสื่นาแสาคาเี่ (Mean) ะคา
เบี่ยงเบนมาน (Standard Deviation)
3. นําขวนี่ 3 ี่ี่ยวกับวาันะหวางกาแ
สตารบัคสและผูบริโภคมหาคาเฉลี่ย (Mean) และคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
4. การทดสอบสมมติฐานขอ 1 คือ ดานลักษณะสวนบุคคลอ 1-6 ประกอบดวย เพศ อาย
ระดับกาศึกษาสูงสุด อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน และเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใช
มาี่สุตางกัมีวาสัมพัอันดีะหวางรบัคสะผูบตงกั ึ่ง
สามารถทดสอบไดดังนี้
4.1 ชสถิวิเาะหคาที (Independent Sample t-test) อบควาตกา
ระหวางตัวแปรตน 2 กลุมที่มีตอคามสัมพันธอันดีระหงกาแรบัสแผูบริโภค นื่อจาก
เพ ปขเภนาบัญญั (Nominal Scale) ะคมสัพันอัดีะหว
สตารบัคสและผูบริโภคเปนขอมูลประเภทอันตรภาคชั้น (Interval Scale)
94
4.2 ใชสถิติวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way Analysis of Variance
: ANOVA รือ F-test) บความแกตางะหงตัวแรตนตั้งต 3 ลุมึ้นไปที่มต
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค เนื่องจาก อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด อาชีพ
ราไดเี่ยอ ะเว็บไตสื่สังคมนไลนของสรบัคสที่ชมากที่สุ ดังกลวเปนทั้
ขอมูลประเภทนามบัญญัติ (Nominal Scale) และขอมูลประเภทการเรียงลําดับ (Ordinal Scale) ที่มี
ตพัธันระวางกาตารบัสะผูริซึ่ปขมูระอัชั้
(Interval Scale)
5. การทดสอบสมมติฐานขอ 2 คือ การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่องคมอไลน
กาแฟสตารบัคมีความสัมพันธกับควาสัมพันธอัีรหวากาสตรบัคสะผูบรโภ ใช
สถิติสัมพันสหัมันธแียสัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) ในการ
สอควสัันั้ 2 ื่ั้ 2 ออันตรคชั้
(Interval Scale)
6. 3 วารบัสแ
ผูริโวาสัสิสู ชสถิติสัมพัธ
สหสัพัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) การทดอบ
ควาสัมั้ง 2 อื่ั้ 2 อคชั้ (Interval
Scale)
5. สถิติที่ใชวิเคขอมูล
ารวิเาะขอูลสิติแักอังนี้
5.1 ถิติเิง (Descriptive Statistics) ว
5.1.1 ารอ (Percentage) (ัลวาิชบัญ. 2546: 36) ีสูตังนี้
P =
F
n
เมื่อ P ทน คาสถิติรอยละ
F ทน ความถี่ของขอมูล
n ทน นาดของกลุมตัวอยาง
5.1.2 คาคะแนนเฉลี่ย (Mean หรือ
X
) (กัลยา วานิชยบัญชา. 2546: 36) มีสูตรดังนี้
X
=
X
n
95
เมื่อ
X
ทน คาคะแนนเฉลี่ย
X ทน ลรวมของคะแนนทั้งหมด
n นาดขอลุมตัวอยาง
5.1.3 คาความเบี่ยงเบนมาตรฐา (Standard Deviation หรือ S.D.)
(กัลยา วานิชยบัญชา. 2546: 36) มีสูตรดังนี้
S.D. =
2
2
n X - X
n (n-1)
ื่อ S.D. าามี่ยนมาต
(X)2 นทั้งําลัง
X2 นแลัวยําลัง
n นาดุมัวาง
5.2 ถิ (Inferential Statistics) ที่ะดัควา
เชื่อมั่นรอ 95
5.2.1 t-test านี่ 1 ามกตางะหว
คาเฉลี่ยขอุมัวอา 2 ุม ื่วาวนุมี่ 1 ะกลุมี่ 2
(กานดา พูนลวี. 2539: 162)
าพวากีคามวนขั้งุมเากัน (S12 S22)
t =
1 2
2 2
1 2
1 2
X - X
S S
+
n n
df =
2
2 2
1 2
1 2
2 2
1 2
1 2
1 2
S S
+
n n
S S
n n
+
n - 1 n - 1
2 2
96
รณีความแปรปรวนของทั้งสองกลุมเทากัน (S12 = S22)
t =
1 2
2
P
1 2
X - X
1 1
S +
n n
Sp =
2 2
1 1 2 2
1 2
(n -1)S +(n -1)S
(n -1)+(n -1)
ื่อ t าิติที่ใพิจาราใt distribution
X1 าี่ยุมัวอาี่ 1
X2 าี่ยุมวอาี่ 2
S12 าามวนขุมัวางี่ 1
S22 าามวนขุมัวางี่ 2
n1 นาดุมัวางี่ 1
n2 นาดุมัวางี่ 2
df ั้นควานอิสร (degree of freedom)
Sp าี่ยนมวมัวอาง 2 ุม
5.2.2 ิเาะควานทาง ามางวางคาฉลี่ย
กลุมตัวอยางี่มากวา 2 ุมึ้นไ ื่อสอสมิฐานขอี่ 1 ี่วาื่มั่นอ95
(กัลยา วานิชัญ. 2546: 293) ีสูตังนี้
5.2.2.1 F-test
ลุทกั
(กัลยา วานิชัญ. 2546: 293) ีสูตังนี้
F =
b
w
MS
MS
97
ตาราง 5รุปผลการวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
แหลงควมแปรปรวน df SS MS F
ระหวางกลุม
(b)
k
-
1
SS
b
MSb =
b
SS
k - 1
b
w
MS
MS
ภายในกลุม (w)
n - k SSw MSw =
w
SS
n - k
ทั้งหมด
(T)
n
-
1
SS
t
ื่อ F าิติที่ใพิจาราใF-distribution
df ั้นควานอิสร (degree of freedom)
k ํานวุมัวางี่นํามาทสอสมิฐ
n ํานวัวางั้ง
SSb ําลังสอางุม (Between Sum of Square)
SSw ําลังสอายุม (Within Sum Of Square)
MSb าาณารวานรางุม
(Mean Square between groups)
MSw าาณารวานภายุม
(Mean Square within groups)
ีพวามางางีนัยําคัญิตอีการสอควาแตกตาง
เปนรายคูตอี่รับามี่อั่นอ 95 ือับนัยําัญางสถิตี่ 0.05 ใชสูตรต
วิธี Fishers Least Significant Difference (LSD) ื่อียียาี่ยากรายคู
(กัลยา วานิชัญ. 2546: 333) ีสูตังนี้
LSD = t 1-α/2 ; n-k =
i j
1 1
MSE
n n
ดยที่ ni nj
r = n – k
เมื่อ LSD ทน คาผลตางนัยสําคัญที่คํานวนไดสําหรับประชากร
กลุมที่ i และ j
t 1-α/2 ; n-k แทน คาที่ใชพิจารณาในการแจกแจงบบ t-test ที่ระดับความ
เชื่อมั่นรอยละ 95 และชั้นหางความเปนอิสระภายในกลุม
98
MSE ทน คา Mean Square Error จากตารางวิเคราะหความ
แปรปรวน
k ทน จํานวนกุมตัวอยางที่ใชทดสอ
n ทน จํานวนขอมูลตัวอยางทั้งหมด
ni ทน จํานวนขอมูลของกลุม i
nj ทน จํานวนขอมูลของกลุม j
α ทน คาความเชื่อมั่น
5.2.2.2 ใชคBrown Forsythe (
) กรณีควารปวนตะกลุมไม
เทากัน (กัลวานิชัญ. 2546: 335) ีสูตังนี้
=
( )
( )
B
W
MS
MS
า
( )
W
MS
=
1
1
1
k
i
i
n
S
N
ื่อ
าิติที่ใพิจารBrown Forsythe
( )
B
MS
าาณวานรวาุม
(Mean Squre Between Group)
( )
W
MS
าาณวานภนกุม
(Mean Squre Within group)
K ํานวนขุมัวอาง
i
n
ํานวนขุมัวอางี่ i
N นาาก
2
1
S
าามวนขัวางี่ i
นัสํ ะทรอ
แบบทดสอบเปนรายคู เพืู่วาคานแางกัน ใชวิธDunnett’sT3 (กัลยา วานชยบัญช.
2546: 335) มีสูตรดังนี้
t =
( )
1 1
i j
W
i j
X X
MS
n n
เมื่อ t แทน คาสถิติที่ใชพิจารณาใน t-distribution
( )
W
MS
แทน าระมาณองความแปรปรนภายในกลุม
i
X
แทน าเฉลี่ยของกลุมตัวอยางที่ i
99
j
X
แทน าเฉลี่ยของกลุมตัวอยางที่ j
i
n
แทน จํานวนตัวอยางองกลุมที่ i
j
n
แทน จํานวนตัวอยางองกลุมที่ j
5.3ารทดสอบสมมติฐานขอที่ 2 แล3 โดยวิเคราะหความสัมพันธระหวางัวแปรการ
บริหารงาลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคส ควาสัมพันธอันดีระหวางกา
รบัสู ภัดีตคบัสผูริ ชถิติค
สัมประสิทธิ์สหสัมพันธแบบเพีรสั (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) พื่ใช
หาคาวามสัมพันธของตัวแปร 2 ตัวแปรที่เปนอิสระตอกัน (กัลยวานิยบัญชา. 2546: 311-312)
มีสูตรดังนี้
r =
2 2 2 2
n XY - ( X)( Y)
n X ( X) n Y ( Y)
ื่อ r าสัมสิทสหัมันธ
X วมX
Y วมY
X2 วมนชุด X ลัวําลัง
Y2 วมนชุด Y ลัวําลัง
XY วมูณางนนชุด X Y
n นาดุมัวอาง
ี่สิสัว
- r
1 1
วาหมงค r
(กัลยา วานิชบัญ. 2546: 437) นดังนี้
1. คา r เปนบวก (มากกวา 0ึง 1) แสดงวา X และ Y มีความสมพัธในิศาง
เดียวกัน นั่นคือ ถา X เพิ่ม Y จะเพิ่ึ้นวยตถา X ล Y จะลลงด ซึ่งถา r มีคาขาใกล1
แสดงวาตัวรทั้งสองมีความสัมพันธทางบวกในระดับสูงมาก
2. คา r เปนลบ (นอยกา 0 ถึง -1) แสดงวา Xะ Y มีความมพันธในิศาง
ตรงกันขามกัน นั่นคือ ถา X เพิ่ม Y จะด แตถ X ลด Y จะเพิ่มึ่งถ r มีคาเขาใกล -1 งวา
ตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธทางลบในระดับสูงมาก
3. คา r เขาใกล 0 แสดงวา Xละ Y มีความสัมพันธกันนอย
4. ถาคา r = 0 แสดงวา X และ Y ไมมีควาสัมพันธกัน
100
เกณฑการลขงคัมสิทธิ์ัมพันธ: r (ชูศรี วงศรั. 2534: 316) ด
ดังตอไปนี้
าระหวาง 0.81 – 1.00 หมายถึง มีความสัมพันธกันสูงมาก (Very Strong)
าระหวาง 0.61 – 0.80 หมายถึง มีความสัมพันธกันคอนขางสูง (Strong)
าระหวาง 0.41 – 0.60 หมายถึง มีความสัมพันธกันปนกลาง (Moderate)
าระหวาง 0.21 – 0.40 หมายถึง มีความสัมพันธกันคอนขางต่ํา (Weak)
าระหวาง 0.01 – 0.20 หมายถึง มีความสัมพันธกันต่ํามาก (Very weak)
101
บทที่ 4
ผลการวิเคราะหขอมูล
การวิรั้งนี้มุงศาควาคิห็นขงผูริที่มีตารริารงานลูคพัธ
(CRM) บนสื่อสังคมออนไลน (Social media) ของกาฟสตารบัคสในกรุงเทพมหานคร การวิเคราะห
ขอมูลและกาปลผลความหมายของผลการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยไดกําหนสัญลัษณะตัวแ
ตางๆที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ดังนี้
n แทน ขนาดกลุมตัวอยาง
X
าเี่ย (Mean)
S.D. าควาี่ยาน (Standard deviation)
r าสัมสิทิ์สหสัมันธ (Pearson correlation)
t าสถิติที่ใพิจ t-distribution
F าสถิติที่ใพิจ F-distribution
Sig. ับนัยําัญสถิติจากสอี่โ SPSS
ํานวณใในการุปิฐาน
SS ําลังสอนน (Sum of squares)
MS าเี่ยวกําังนน (Mean of squares)
df ั้นขวานอิส (Degree of freedom)
Ho สมิฐัก (Null hypothesis)
H1 สมิฐ (Alternative hypothesis)
* ีนัยสําคัญางิติที่รับ 0.05
** ีนัยสําคัญางิติที่รับ 0.01
การนําเสนอการวิเคราะหขอมูล
การนําเสนอผลการวิเราะหขอมูะการแปกาวิเคระหอมูลขงกาวิจัยครั้งนี้
ผูวิจัยไดนําเสนอผลตามความมุงหมายของการวิจัยโดยแบงการนําเสนอออกเปน 2 ตอน ดังตอไปนี้
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะขอมูลเชิงพรรนา
1.1 กาวิเะหขอมูดานลักษณะสนบุคลงผูอบบสาม ไดแก
เพ ยุ ะดับการศึษาสูสุด อาช รายไดเฉลี่ตอือ ะเว็ไซตสื่สังคมอไลนข
สตารบัคสที่ใชมากที่สุด
1.2 การวิเคราะหขมูลเกี่วกับความคเห็นงผูบริโภคที่มีตกาบริารงา
ลูกคาัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไลน (Social media) ของกาแฟสตารบัคส
102
1.3 การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอความสัมพัอัน
ดีระหวางฟสตารบัคสและผูบริโภ
1.4 การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอความภักดีตอตรา
สินคาสตารบัคส
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะขอมูลเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน
สมมติฐานขที่ 1 ผูบรโภที่มีลักณะสวบุคคล ซึ่งปะกไปวย เพยุ
ระดับกาศึกษาสูงสุด อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน และเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใช
มาที่สุดแตกตางกันมีความสัมพันธอันดีรวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน
มตฐาขที่ 2 ารริหารงาลูคาสัพับนสื่อสงคไลนงกา
สตารบัคสมีควาสัมันธกับัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโ
ี่ 3 สัสะผูริมี
ความสัมพันธกับวามักีตอาสินคาารบัคสขูบิโ
ตอนที่ 1 กาิเคขอมูลเชิง
1.1 ิเขอูลาักวุคูบิโ
อสู าย ารศึกษาสูงสุ
อาชีพ รายเี่ยอือ ว็บซตสื่อสังนขสตารบัคสี่ใากี่สุนําเ
ในรูปของจํานวน (ามี่) อ ังนตาร
ตาราง 6สดําารอี่ยวกับักวุคูิโ
ขอูลา
วุค
ูบิโ
ํา
(
)
รอยละ
1.
เพศ
ชาย
หญิง
140
245
36.40
63.60
รวม
385
100
.
00
2. อายุ
ต่ํากวา 20 ป
20–29 ป
30–39 ป
ตั้งแต 40 ปขึ้นไป
31
221
118
15
8.10
57.40
30.60
3.90
รวม
385
100
.00
103
ตาราง 6 (ตอ)
ขอมูลดานลักษณะสวนบุคลของผูบริโภ จํานวน (คน) รอยละ
3. ระดับการศึกษาสูงสุด
ต่ํากวาปริญญาตร
ปริญญาตรี
สูงกวาปริญญารี
80
240
65
20.80
62.30
16.90
รวม
385
100
.
00
4. อาชีพ
นักเรีย/นิสิต/นักึก
พนักงานบิษัท
ขาราช/ัฐิสิจ
ธุรกิจสวนตัว/าชีพิสร
พอบาน/บาน
99
202
6
72
6
25.70
52.50
1.60
18.70
1.60
385 100.00
5. รายไดเี่ยอือ
ต่ํากวาือาับ 15,000 าท
15,00130,000
30,00145,000
ตั้งแต 45,001 ึ้นไ
130
112
76
67
33.80
29.10
19.70
17.40
385 100.00
6.
เว็บไซตสื่อสังนขสตารบัคสที่ใมากี่สุด
www.facebook.com/StarbucksThailand
http://twitter.com/#!/Starbucks
http://www.youtube.com/user/Starbucks
http://mystarbucksidea.force.com/
อื่นๆ ไแก www.starbucks.com, starbucks application
305
49
11
12
8
79.20
12.70
2.90
3.10
2.10
รวม 385 100.00
จาการ 6 ลกรวิเคราะหขมูลลักษณะสวนบุคคลขผูบริโภคจํา385
สามารถอธิบายไดดังนี้
104
เพศ ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิงจํานวน 245 คน คิเปนรอละ 63.60 และปนเ
ชายจํานวน 140 คน คิดเปนรอยละ 36.40
อาย ผูบริโคสวใหญมีอยุะหวา20-29 จําวน 221 คน คิดเปนร 57.40
รองลงมาปนผูที่มีอายุรหวาง 30-39 ปจําวน 118 คน คิปรอยะ 30.60 ผูที่มีายต่ํากวา 20
ปจํานวน 31น คิดเปนรอยละ 8.10 และผูที่มีอายุตั้งแต 40 ปขึ้นไปจําวน 15 คน คิดปนรอ
3.90 ตามลําดับ
ะดับการึกษาสูงสุด ูบริโภคสวนใหญมีระดับการศึกษาสูงสุดอยูในระดับ ริญญาตรี
านวน 240 เปนร 62.30 รงลงมปนผูระดับกาศึกษสูงสุ่ํากวาริญญาต
ํานวน 80 คน คิดเปนรอยละ 20.80 ละเปนผูมีระดับการศึกษาสูงสุดสูงกวริญญาตรีจําน 65
คน คิดเปนอ 16.90 ําดับ
ีพ ูบิโวนใมีอาชีพนพานาน 202 ิดเปร
ละ 52.50 รนผูมนั/นิสิ/นัาน 99 นรอยละ 25.70
ูมี/ 72 18.70 ปูมีชี
ขาราชการ/ัฐวิสาหิจํา 6 ิดนรอ 1.60 ากันกับูีอาชีพอาน/แมบานจํานวน
6 คนคิดเปนรอ 1.60 ําดับ
ี่ ูี่่ํรือทกั
15,000 บาวน 130 33.80 ูี่ยือนระหวาง
15,001–30,000 112 29.10 ูี่ยเดือะหวาง
30,001–45,000 าน 76 19.70 ูายี่อเดืนตั้ต
45,001 บาึ้นไํา 67 ิดนรอ 17.40 ามําดับ
ื่ัคี่ี่ ูสมีกาช
เว็บไซต www.facebook.com/StarbucksThailand ํานวน 305 ิดนรอ 79.20 รองลงมา
เปนผูใช http://twitter.com/#!/Starbucks าน 49 12.70 ปผูใช
เว็บไซต http://mystarbucksidea.force.com/ ํานวน 12 3.10 ผูใชว็บไซต
http://www.youtube.com/user/Starbucks ํานวน 11 คน คิดเปนรอยล 2.90 และเปนผูใชเว็บไซต
อื่นๆดก www.starbucks.com, starbucks application จํา 8 ิดปอ2.10
ตามลําดับ
จาการวิเาะหขมูลุมตัวยาวาานวน (วาถี่) ายชีพ
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุดของกลุมผูบริโภคมีการกระจายยูมาังนั้
ในการดสอบสมมติฐานผูวิจัยจึงําเนินการจัดกลุมตัวอยางใหมใหมีจํานที่เหมาะสม ดังนี้
105
ตาราง 7สดงจํานและคารอยลกี่ยวกับลักษณะวบุคคลขอูบริโภคที่จัดใหม
ขอมูลดานลักษณะสวนบุคลของผูบริโภ จํานวน (คน) รอยละ
1. อายุ
**
*
ต่ํากวา 20 ป
20–29 ป
ตั้งแต 30 ปขึ้นไป
31
221
133
8.10
57.40
34.50
รวม 385 100.00
2. อาชีพ***
นักเรีย/นิสิต/ักึก
พนักงานบิษัท/าราร/ัฐิสาหิจ
ุรกิจสวนตัว/ีพิส/อาน/บาน
99
208
78
25.70
54.00
20.30
385
100
.00
3. เว็บสื่อสังนไขบัคสที่ใมี่สุด***
www.facebook.com/StarbucksThailand
http://twitter.com/#!/Starbucks
เว็บไซื่นๆ แ
http://www.youtube.com/user/Starbucks,
http://mystarbucksidea.force.com,
www.starbucks.com, starbucks application
305
49
31
79.20
12.70
8.10
385 100.00
าราง 7 ิเาะสูี่จัดมจํานวน
385น สามาริบายดังนี้
ยุ***ูบริสวใหญมีอยุะหว 20-29 ปจําวน 221 คน คิดเปนรอละ
57.40 รองลงมาเปนผูที่มีอุตั้งแต 30 ปขึ้นไปจํานวน 133 คน คิดเปนรอยละ 34.50 แะเปนผูที่มี
อายุต่ํากวา 20 ปจํานวน 31 คน คิดเปนรอยละ 8.10 ตามลําดับ
*** ูสญมีชีนัริ/ข/
รัฐวิสาหกิจจํานว 208 ิดปนร 54.00 งลงมปผูมีพปนัรียน/นิส/
นักศึกษาจํานวน 99 คน คิดเปนรอยละ 25.70 และเปนผูมีอาชีพธุกิจสวนตว/อาชีพอิะ/พบา/
แมบานจําวน 78 คน คิดเปนรอยละ 20.30 ตามลําดับ
เว็บไซตสื่อสังคมออนไนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุด*** ผูบริโภคสวนใหญมีการ
ใชว็บ www.facebook.com/StarbucksThailand 305 คนิดปร 79.20
106
รองลงมาเปนูใชบไต http://twitter.com/#!/Starbucks จํานวน 49 คิเปรอยล 12.70
และเปนผูใชเว็บไซตอื่นๆ ไดแก http://www.youtube.com/user/Starbucks, http://mystarbucks-
idea.force.com, www.starbucks.com, starbucks application จํานวน 31 ิดเปร8.10
ตามลําดับ
1.2 ารวิเคราหขอมูเกี่กัามคิห็นองูริโภี่มีตารริหารง
ลูกคาสัมพันธ (CRM) บนสื่อสังคมออนไน (Social media) ของการฟสตารบัคส
ามคิดห็นงผูริโภที่มีตอการริารงานลคาสัมพันสื่สังมอนไน
ของกาแฟสตารบัคส ประกบดวย 7 ดาน ไดแก ดานการรับฟงเสียงของผูบริโภค ดานการรับขอมูล
ปอนกลับ (Feedback) านกบิการนึ่งอึ่ง านวาสม่ําเสมนการดูแลและอาใจ
ใสลูค วา าใจใสในขมู
รายละเอียูกา านกางูกาที่ซื่อัตีรายียดังนี้
ตาราง 8สดาเี่ยาเี่ยาตานขามิด็นี่มีตอิหารานลูกคา
สัมพันบสื่อังนไขาแารบัคสาารับงสียูบิโภค
การบริหูกาัมันบื่อัง
บัค
X
S.D.
ะดับความ
ิดเห็น
การบิหาานลูกาสัมันธบสื่อังนไน
ของกาแฟารบัคสวม
3.63
0.49
ดี
ดาน
การรับงสียูบิโ
1.านสาอิดอับาแารบัคส
ผานสื่อสังนไนไโาย
3.97 0.71 ดี
2.านสานะนํา/ิชาริกือินคาข
ทางรานผานสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคส
3.96 0.66 ดี
ระดับความคิดเห็นโดยรวม
3.96
0.62
ดี
าการง 8ารวิเคราะหามคิดเห็งผูบริคทั้งห 385 นที่มีตาร
บริหางานลูคาสัมพันธนสื่ังคอนไลนงกาแฟสารบัคบวา ผูริมีคาเฉลี่
ความคิดเห็นตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนลนขกาแฟสตารบัคโดยรวมอยูใ
ระดับดี โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 3.63 เมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวา
107
1. ดานการรับฟงเสียงของผูบริโภ ผูบรคมีวาคิด็นอารริหงาน
ลูกคาัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานการรับฟงเสียงขผูบริ
อยูในระดับดี โดยมีคาเฉี่ยเทากับ 3.96 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา ผูบริโภคมีระดับความคิดห็น
ในขอทานสามารถหาชองทางติดอกับกาแฟสตารบัคสผนสื่สังคมออนไลนดงาะทา
สามารถแนะนํา/ติชมการบริการรืสิคางทงรานผนสื่ังคไลนงสารบัคสยูใน
ระดับดี โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 3.97ะ 3.96 ตามลําดับ
ตาราง 9สดงคาเฉลี่ยและคาเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคิดเห็นที่มีตอกบริหารงานลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานการรับขอมูลปอนกลับ (Feedback)
การบิหูกาัมันบื่อัง
ขบัค
X
S.D. ระดับความ
คิดเห็น
านการรับอูลอนกับ (Feedback)
3. เว็บไซสื่อังนไนขสตารบัคสามาร
ตอบขอสัยาอาง็ว
3.50 0.71
4.
เว็บไซสื่อังนไนขาแารบัคสใ
ควานกันนการตับาน
3.59
0.6
7
ับามิด็นโ 3.55 0.62
2. (Feedback) ูคิเหตกา
บริหารงาูกาัมันธนสื่อสังนไนขสตารบัคใานการับอลปอนกลับโดย
รวมอยูในี่าก 3.55 ื่าร ูมีระดัวาม
คิดเห็นในขอ็บซตสื่อังนไนขาแารบัคสใคามนันเนกโตบกับทาน
และเว็บไซตสื่ังคไลนงสตารบัคสามารอบขงสังทาไดางรวดร็ยูใน
ระดับดี โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 3.59ะ 3.50 ตามลําดับ
108
ตาราง 10 แสดงคาเฉลี่ยละคาเบี่ยงเบนมาตรฐาของความคิดเห็นที่มีตอการบริหารงาลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานการใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง
การบริหารงานลูกคาัมพันธบนสื่อสัง
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
X
S.D. ระดับความ
คิดเห็น
ดาน
การ
ใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง
5. เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนขอาแฟสตารบัคสมี
การโตตอบกับทาเฉพาะบุคคล
3.36 0.76 านกลาง
6. เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนขอาแฟสตารบัคสมี
การนํานอสินาหือั่นสินคาไต
ความอาราน
3.78 0.72
ับามิด็นโวม 3.57 0.63
3. ึ่ึ่ ูห็
บริหารงาูกาัมันธนสื่อสังนไนขสตารบัคใานการบิกรแหนึ่ต
นึ่งโูี่ 3.57 ื่าเวา ผูบริโภคมี
ระดัความอื่สันาแสนํสิครื
โปชั่นามาู ี่กั3.78
ผูบริโภคมีรับวาม็นใื่สัขสการโตตบกับ
ทานเฉพาะุคูใับนกาง ีคาี่ยาับ 3.36 ามําับ
109
ตาราง 11 แสดงคาเฉลี่ยละคาเบี่ยงเบนมาตรฐาของความคิดเห็นที่มีตอการบริหารงาลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใส
ลูกคา
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนื่อสังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
X
S.D. ะดับความ
คิดเห็น
ดาน
ความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใสลูกคา
7. เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาฟสตารบัคสมี
การโตตอบกับทาอยางสม่ําเสมอ
3.41 0.76 ดี
8. เว็บไซสื่อสังนไนขสตารบัค
ูแลเาใสทานอา
3.37 0.70 นกลาง
ับามิด็นโ
3.39
0.6
6
านกลาง
4. า่ําูแลูกา ูบิโมีความคิดเห็น
ตอการบริหารานลูกาสัมันธนสื่อสังนไนขาแารใานวามสม่ําเใน
การดูแลแลาใสลูกาโูาง าเี่าก 3.39 เมื่พิจารณา
เปนรายขอา ูบิโีรับามิด็นในขอว็บซตสื่อสังนขาแารบัคส
มีการโตตับานอาง่ํูใ ี่าก 3.41 ูริคมีระดับ
ความคิดเห็นใอว็บซตสื่อังนไนขาแสตบัคสดูแสทานเนอยางดยูใน
ระดับปานกาง ีคาี่าับ 3.37 ามําับ
110
ตาราง 12 แสดงคาเฉลี่ยละคาเบี่ยงเบนมาตรฐาของความคิดเห็นที่มีตอการบริหารงาลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานมาตรฐานการใหบริการ ความจริงใจ
และความโปรงใส
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
X
S.D. ะดับความ
คิดเห็น
ดานมาตฐาารใหริการ ความจริงใจะคว
โปรงใส
9.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสมีความ
รับผิด สนออออียนขา
เปนอา
3.47
0.6
8
ดี
10.
ขอมูลี่ทานไรับาก
ว็บซตสื่อสังนไน
องสบัคสมีคามนาเื่อือ
3.91
0.6
5
ดี
ับามิด็นโ 3.69 0.56 ดี
5. ผูบริมี
ควคิารสัสื่นารบัสา
มารฐา วาวาวมู าเฉลี่ทากั
3.69 มื่ว ูามี่ทานดรับจา
ว็ตสื่นสนื่ ว็สื่น
สตรบั ูะดั มี
คาเฉลี่ยเทากับ 3.91 3.47 ามําับ
ตาราง 13 าเี่ยาี่ยนมาตวามิด็นี่มีตอาริหงาลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสในดานความเอาใจใสในขอมูลรายละเอียดขอ
ลูกคา
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนื่อสังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
X
S.D. ระดับความ
คิดเห็น
านความเอาใจใสในขอมูลรายละเอียดขูกคา
11. เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาฟสตารบัคส
จดจําทานไดเมื่อมีการโตตอบกับทาน
3.28 0.76 านกลาง
111
ตาราง 13 (ตอ)
การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
X
S.D. ระดับความ
คิดเห็น
12.
เว็บไตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสม
การมอบของขวัญหรือโปรโมชั่นในวันพิเษใแก
ทาน เชน วันเกิด
3.44
0.96
ดี
ระดับความคิดเห็นโดยรวม 3.36 0.79 ปานกลาง
6. าใอูลียูกา ูิโมีความคิดเห็น
ตอการบริหารานลูกาสัสื่นสามเอาใจใสใน
ขอมูลรายลียูกวมูาน ี่ากับ 3.36 มื่อพิจารณา
เปนรายขอา ูบิโีรับามิด็นในขอว็บซตสื่อสังนขาแารบัคส
มีการมอวัั่ วัู มีคาเฉลี่
เทากับ 3.44 ูบิโีรับามิด็นในขอว็บซตสื่อสันาแฟสรบัคส
ดจําทานไเื่อีการตับานูในรับาง ีคาเี่ยากับ 3.28
ตาราง 14 าเี่ยาี่ยนมาตวามิด็นี่มีตอาริหงาลูกคา
สัมพันบสื่อังนไขาแารบัคสาารสราูกาที่ซื่อสัตย
การบิหูกาัมันบื่อัง
ขบัค
X
S.D.
ระดับความ
คิดเห็น
ดานโปรแารางูกาที่ซื่อัต
13. ทานทราบขอมูลรายการสงเสริมการายในแตละ
เดือนากสื่อสังคมออนลนขตารบัคส
4.00 0.84
14. ทานไดรับโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อทานเปนสมาชิก
องสื่อสังคมออนลนสตารบัคส เชน สวนลด
สินคา
15. เว็บไตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสจัด
กิจกรรมตางๆที่ทําใหทานสามารถมีสวนรวมได
อยางสม่ําเสมอ
3.69
3.66
0.94
0.88
ระดับความคิดเ็นโดยรวม 3.78 0.75
112
7. ดานรแรมารรางลคาที่ซื่อสัตยูริมีวาคิห็น
บริหารงาลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาฟสตารบัคสในดานโปรแกรมการสรางลูกคาที่
ซื่อสัตยโดรวมอยูในระดัยมีคาเฉี่ยทากับ 3.78 เมื่อพิจาราเปราขพบวา ผูบริโภคมี
ระดับความิดเห็นในขอทานทราบขอมูลรายการสงเสริมการขายในแตละเดือนจาสื่อสังมออนไลน
ของสตารบัคส ทานไดรับโปรโมชั่นพิเศษเมื่อทานเปนสมาชิกงสื่สังคมไลนสตารบัคส ชน
สวนลดสินคา และเว็บไซตสื่อสังคมออนลนตารบัคสจักิจกรรมตางที่ทําใหทานามารมี
สวนรวมไดอยางม่ําเสมออยูในระดับดี โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 4.00, 3.69 และ 3.66ามลําดับ
1.3 การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอความสัมพันธอันดี
ะหวางกาบัคแูบิโ
ูี่รบัส
ผูบริโภคมีรายียังนี้
ตาราง 15 าเี่ยาี่ยนมาตวามิด็นี่ยับวาัมพันธอันด
ระหวาาแสตบัคแูบิโ
ความสัมันอันีราบัคแ
ูบิโ
X
S.D.
ระดับความ
สัมพันธอันดี
1. ทานตอับอูลาวสาร วาื่อนไ
โปรโมั่นตางากสตารบัคอางสม่ําเสม
2. ทานแสวาิด็นเี่ยวกับสินคาแิการ
กาแฟสบัคสอาสม่ํา
3. ทานคิดากาแารบัคสจีคุณาพึ้นจาการ
รับคําแนะนําจากาน
4. ทานมีความสุขที่ไดดื่มกาแฟสตารบัคส
5. ทานเขาวมกิจกรม รายการสงเสริมการขายตางๆกับ
รานกาแฟสตารบัคสเปนปรจํา
6. ทานรูสึกพึงพอใจตอสินคาและการใหบิการของราน
กาแฟสตบัคส
7. ทานตอเปน Fan, Follower หรือ Subscriber บน
สื่อสังคมออนไลนของสตารบัคส
8. ทานตอเปนลูกคาระจําของรานกาแฟสตารบัคส
4.15
3.30
3.63
4.14
3.57
4.08
3.91
3.92
0.73
0.91
0.82
0.69
0.89
0.74
0.82
0.82
ดี
ปานกลาง
ดี
ดี
ดี
ดี
ดี
ดี
113
ตาราง 15 (ตอ)
ความสัมพันธอันดีระหวางกาฟสตารบัคสและ
ผูบิโภค
X
S.D. ระดับความ
สัมพันธอันดี
9.
การเปนลูกคาประจําองรานกาแฟสตารบัคสนี้จะเปน
ประโยชนตอทานในการซื้อสินคาในอนาคต
10. ทานมีความรูสึกผูกพันกับรานกาแฟสตารบัคส
4.00
3.84
0.80
0.77
ระดับความัมพันธอันีโดยรวม 3.85 0.55
าการ 15 ูั้ 385 นที่ีต
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโว ูี่ความคิห็น
ตอควาวางสูิโู คาเลี่
เทากับ 3.85 ื่อิจาราเนายอว อีู่ามูระดับด ไดแก
ทานตองการับอูลาวาร ามื่อั่นตาาแารบัคสอยางสม่ําเ
ทานมีควาสุขี่ไดื่มาแารบัคส านรูสึกึงสิาแารองรากา
สตารบัคส ารนลูกาปําานกสตารบัคนี้จนนตอาการซื้อสินคา
นาคต าปานาแส Fan, Follower
หรือ Subscriber นสื่อสังนไนขารบัคส าีควาูสึกูกันกับานกาแฟสตารบัคส
ทานคิดวารากึ้าการนําจ ละทาเขารว
กิจกมรารสาร ีคลี่เทากั
4.15, 4.14, 4.08, 4.00, 3.92, 3.91, 3.84, 3.63 3.57 ีู่ริคมีรดั
ความคิู ามี่ละริาร
กาแฟสตบัคอาสม่ําีคาเี่ยากับ 3.30
1.4 การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผูบริโภคี่มีตอามภัดีตอตร
สินคาสตารบัคส
ความคิดเห็นขูบริโภคที่มีตอความภักดีตอตราสินคาสตารบัคส มีรายละอียดังี้
114
ตาราง 16 แสดงคาเฉลี่ยละคาเบี่ยงเบนมาตรฐาของความคิดเห็นในขอมูลเกี่ยวกับความักดีตอ
ตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภ
ความภัดีตอตราสินคาสตารบัคส
X
S.D. ะดับ
ความภัดี
1.
เมื่อนึกถึงกาแฟ ทานนึกถึงกาแฟสตารบัคสเปนอันดับ
แรก
2. ทานดื่มกาแฟสตารบัคสเปนประจํา
3. ทานยังงดื่มกาแฟสตารบัคสแมวาจะมีราคาสูงึ้น
4. ทาซื้อสตบัคในคั้งอี่ทานตอารื่ม
กาแฟ
5. ทานยังื่มาแารบัคสแวาีบุคื่นนะนํา
ใหทานื่มาแี่หอื่น
6. ทานจะนะนําคนอื่นใื่มาแสตบัคสเื่อานม
โอกาส
7. ทานมีควาึงนคุณาพาแสตบัคส
8. ทานมีควาื่อั่นในตาสินคาขาแสตบัคส
4.01
3.52
3.30
3.50
3.53
3.66
4.15
4.23
0.89
0.98
1.04
0.93
0.86
0.83
0.70
0.77
มาก
มาก
ปานกลาง
มาก
มาก
มาก
มาก
มากที่สุด
ับามัก
วม
3.74
0.6
9
มาก
าราง 16 าริเาะควาิด็นูบิโั้ง 385 คนที่มีตอความ
ภักดีตอตรินคาสตบัคส วาูบิโี่ยามอามดีตอราสินา
สตารบัคสโูในรับาก ีคาเี่ 3.74 ื่ายขพบวา อที่
ผูบริโภคมีรับวามิด็นอูนรับากี่สุด แาีควาื่อั่าสคากา
สตารบัคส โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 4.23 ขอที่ผูบริโภคมีระดับความคิดเห็นอยูในระับมาก ไดแก ทาน
มีความพึงพใจในคุณาพงกาแฟสตารบัคส เมื่อนึถึงกทานึกึงกาแฟสรบัสเป
อัดับแ ทจะนําคอื่หดื่การสเมื่ทานมี ทื่
สตารบัคสแมวาจะมีบุคคลอื่นะนําใหทาื่าแี่หอื่น านดื่กาสตรบัคสเปนระจํา
ทานจะซื้อกาแฟสรบัคสในครั้งตที่ทานตงการดื่มกา มีคเฉลี่ยเทากับ 4.15, 4.01,
3.66, 3.53, 3.52ละ 3.50 ตามลําดับ แลอที่ผูบริโภคมีระดับความคิห็นอูนระดัานาง
แก ทานยังคงดื่มกาแฟสตารบัคสแมวาจะมีราคาสูงขึ้น โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 3.30
115
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหขอมูลเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐา
สมมติฐนขอที่ 1 ผูบริโคที่มีลักณะสวนบุคล ซึ่งะกบไดายุ ะดับ
การศึกษาสูงสุด อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน ละเว็บซตสื่สังคออนไลนงสารบัคสที่ใชาก
ที่สุกตงกัมีความสพัอัวางกาแรบัสแะผูิโตกัน โดกา
ทดสอบสมมติฐานผูวิจัยไดพิจาราความคิห็นที่มีตวามสัมพันธอัดีะหวงกฟสารบัส
และผูบริโภค จํานวน 6อ เพื่อใชทดสอบสมมติฐาน ดังตอไปนี้
มติานขอที่ 1.1 ผูบคที่มีากันความัมพัอันดีระหวา
สตารบัคสและผูบริโภคตกตางกัน สามารถเขียนเปนสมมติฐานทางสถิติไดดังนี้
Ho: ูบิโี่มีเาันควัมารบัคสแล
ผูบริโภไมแางัน
H1: ูบิโี่มีเาันควัมารบัคสแล
ผูบริโภแตางัน
วิาะั้นี้ ี่าม Independent Sample
t-test ซึ่งใชทามางวางัวแ 2 ุ ื่ั่นที่รอละ 95
ดังนั้ Ho ื่ Sig. นว 0.05
แปรปรุมัวอางกสอ Levenes test for Equality of Variances ดังตอไปนี้
ตาราง 17 ารสอวาวนขุมัวอางานเับวาสัมันธอันดีระหวา
กาแฟารบัคสแูบิโ
Levenes test for
Equality of Variances
F
Sig.
ความสัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโ 2.08 0.150
จากตาราง 17 ผลกทดสอบความแปรปวนกลุมตัวอางมีคา Sig. เทากั
0.150 ซึ่งมีคามากกวา 0.05 แสดงวา ความแรปรวนดานเพศของกลุมตัวอยางกับความสัมพันธอัน
ดีระหวางฟสตารบัคสและผูบริโภคมีความแวนมแางกัน ดังนั้นกรพิจารณากา
สอ Independent Sample t-test จึงพิจารณาที่กรณี Equal Variance assumed กา
ทดสอบสมมติฐาน แสดังตารางตอไปนี้
116
ตาราง 18 แสดงการทดสอบควาคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและ
ผูบริโภคจําแนกตามเพศ
t-test for Equality of Means
เพศ
X
S.D. t Sig.
(2-tailed)
สัพันธอัดีะหว
สตารบัคสและผูบริโภค
ชาย
หญิง
3.83
3.87
0.57
0.55
-0.62 0.534
ากาง 18 วิเี่ยามคิดห็นที่อ
ควาสัมพัอันีราบัคแูบิโวาSig. (2-tailed) กับ 0.534 ซึ่
มีคามากกา 0.05 นั่นคือ ับสมิฐนหัก (Ho) ายามวา ูบิโี่มีเศแตกตางกันมี
ควาสัมพัอันีราูาง นัสํคัญางสถิติที่
ระดับ 0.05
ี่ 1.2 ูี่มางดีะหวา
สตารบัคสแูบิโภคาัน สามารียนเนสมิฐสถิติไดังนี้
Ho: ูบิโี่มีอายาันมควัมารบัคส
ผูบริโภไมแางัน
H1: ูบิโี่มีอายาันมควัมารบัคส
ผูบริโภแตางัน
วิาะั้นี้ ี่นํามาใาร One-Way Analysis of
Variance: ANOVA ซึ่งทวามางวางั้ 3 ุึ้ชรดั
ความเชื่อมั่นี่รอ 95 ังนั้นจิเสธสมิฐานหัก Ho ื่อา Sig. ีคาอา 0.05 โดยทํา
การอบความปรวนงกลุตัวยงโชกสอ Levenes test for Equality of
Variances ดังตอไปนี้
117
ตาราง 19 ผลการทดสอบความรปรวนของกลุมตัวอยางดานอายุกับความสัมพันธอันดีระหวา
กาแฟสตารบัคสและผูบิโภค
Levene’s test for Equality of
Variances
Levene
Statistic
df1 df2 Sig.
ความสัมพันธอันดีระหวางกาารบัคส
และผูบริโภค
1.62
2
382
0.199
จากตาราง 19 ผลกทดสอบความแปวนขอกลุตัวอางมีคSig. ทากั
0.199 ซึ่งมีคาา 0.05 สดวา ามวนดานอุขุมัวอาับามสัมพันธอัน
ดีระหวางสตารบัคแูบิโีคามาง ั้จารณากา
ทดสอบ F-test ึงิจารี่ตาร ANOVA ิฐานแังารางตอไปนี้
ตาราง 20 ารสอวาิด็นี่มีตอควัมันอันีราบัคสและ
ผูบริโภําแนกาย
ANOVA ง
SS df MS F Sig.
ความสัมพันอีรวา
กาแฟสตาบัคูบิโ
วาุม
2.00
2
1.00
3.30
*
0.038
ายนกุม 115.78 382 0.30
117.78 384
*ีนัยําัญสถิที่รับ 0.05
จากตาราง 20 ผลการวิเคราหกรเรีบเทียบคเฉลี่ยงความคิดห็นที่ีต
ควาสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสแะผูบริโภบวา มีคSig. เทกับ 0.038 ซึ่งมีคาน
กว 0.05 นั่คื ฎิสมิฐานลั (Ho) ละรัติฐา (H1) ควว
ผูบริโภคที่มีอายุแกตากันมีวามสัพันธนดีะหวางฟสตาบัคสแะผูบริภคตกางกัน
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้นะทําการทดสอบ Least Significant Difference (LSD)
เพื่อหาวาคาเฉลี่ยคูใดที่แกตางกัน ดังตารางตอไปนี้
118
ตาราง 21 สดงผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยรายคูของผูบริโภคที่มีอายุแตกตางกันดานความสัมพันธ
อันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
อายุ ต่ํากวา 20 ป 20-29 ป ตั้งแต 30 ปขึ้นไ
X
3.62 3.89 3.85
ต่ํากวา
20
ป
3.62 -
-0.27*
(0.011)
-0.23*
(0.039)
20
-
29
ป
3.89
-
0.43
(0.473)
ตั้งแต
30
ขึ้น
3.85
-
*ีนัยําัญสถิที่รับ 0.05
21 วูี่ี่ามคิห็ด
ควาสัมพัอันีราบัคแูบิโางัน 2 ู แ
ูี่่ํว20 ูี่ายั้ 30 ึ้น Sig. เทกับ
0.039 ซึ่น 0.05 ั่ (Ho) ติฐาน(H1)
หมายความา ูบิโั้ง 2 ุมัมันอันีราบัคแูบริโภคแตาง
กัน อยางมีนัยําัญางสถิติที่รับ 0.05 ูบิโี่มีอายุตั้ง30 ขึ้นไ วามสัมพันธอัน
ดีระหวางบัคสแูบิโวาผูี่่ํว20 คาเฉลี่เทกับ
0.23
ูบิโี่มีอายุต่ํากวา 20 ับูที่ 20-29 Sig. ากั0.011 ซึ่
มีคานอยกวา 0.05 นั่คื ฏิติฐานลั (Ho)อมรับสติฐาน(H1) ายวาวา
ผูบริโคทั้ง 2 ลุมมีวาสัมันธอันดระวางารบัคสแะผูบริภคตกตางกัน างมี
นัยสํคัญางสถิติที่ะดับ 0.05 โดผูบริโคที่มีายุ 20-29 มีามสัมพัธอัดีระหกา
สตารบัคสและผูบริโภคมากกวาผูที่มีอายุต่ํากวา 20 ป และมีผลตางคาฉลี่ยเทากับ 0.27
สวนคูอื่นๆไมพบความแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางถิติที่ระดับ 0.05
สมมติฐานขอที่ 1.3 ผูบริโภคที่มีระับการศึกษาสูงสุดแกตางกันควาัมพันธันดี
ระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางัน สามารถเขียนเปนสมมติฐานทางสถิติไดดังี้
Ho: ผูบริคที่มีระดับรศึกษาสงสแตตางกันมวาสัมพันธอัดีหวาง
กาแฟสตารบัคสและผูบริโภคไมแตกตางกัน
119
H1: ผูบริคที่มีระดับรศึกษาสงสแตตางกันมวาสัมพันธอัดีหวาง
กาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน
นกรวิเคาะหรั้งนี้ ถิิที่นํามาใชในการทอบ คื One-Way Analysis of
Variance: ANOVA ซึ่งใทดสอบความแตกตางระหวางตัตตั้งแต 3 ลุขึ้นไชรดั
ความเชื่อมั่นที่รอยล 95 ดังนั้นจะปฏิเสธสมมติฐานหลัก Ho เมื่อคา Sig. มีคาอยกวา 0.05 โดยทํา
การอบความปรวนงกลุตัวยงโชกสอ Levenes test for Equality of
Variances ดังตอไปนี้
ตาราง 22 ผลการทดสอบความรปรวนของกลุมตัวอยางดานระดับการศึกษาสูงสุดกับ
ความสัมันอันีรวางสตบัคแูบิโ
Levenes test for Equality of
Variances
Levene
Statistic
df1 df2 Sig.
ความสัมพันอีรวาสตารบัค
และผูบริโภ
6.23
**
2
382
0.002
**ีนัยสําคัญางสถิที่รับ 0.01
ากาง 22 ามวนุวอีคSig. ทากั
0.002 ซึ่งมีคาอา 0.01 ามารสูสุงกลุมตัวอยาง
กับความสัันธอันดีรางาแสตบัคแูบิโีความางกัน ังนั้นจึงใช
Brown-Forsythe นกิฐาน ิฐานแังรางตอไปนี้
ตาราง 23 ารสอวาิด็นี่มีตอควัมันอันีราบัคสและ
ผูบริโภคจําแนกตามระดับการศึกษาสูงสุด
Brown-Forsythe Statistic
a
df1 df2 Sig.
ความสัมพันธอันีระหวางาแฟสตารบัคส
และผูบริโภค
2.55 2 188.90 0.081
จากตาราง 23 ผลการวิเคราหกรเรีบเทียบคเฉลี่ยงความคิดห็นที่ีต
ความสพัธันดีวาแฟารบัูริบวมีคSig. ทกั 0.081 ซึ่งมีค
120
มากวา 0.05 นั่นคือ ยอมรับสมมติฐานหลัก (Ho) หมายความวา ผูบริโภคที่มีระดับการศึกสูงสุ
แตกตางกันมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถิติที่ระดับ 0.05
สมมติฐานขอที่ 1.4 ผูบริโภคที่มีอาชีพแตกตางกันมีความสัมพันอันดีะหาง
สตารบัคสและผูบริโภคตกตางกัน สามารถเขียนเปนสมมติฐานทางสถิติไดดังนี้
Ho: ูบริโภคที่มีอาชีพแตกตางกันมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและ
ผูบริโภไมแตกตางกัน
H1: ูบริโภคที่มีอาชีพแตกตางกันมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและ
ผูบริโภแตางัน
วิาะั้นี้ ี่นํามาใาร One-Way Analysis of
Variance: ANOVA ซึ่งทวามางวางั้ 3 ุึ้ชรดั
ความเชื่อมั่นี่รอ 95 ังนั้นจิเสธสมิฐานหัก Ho ื่อา Sig. ีคานอว0.05 ดยทํา
การามุ Levenes test for Equality of
Variances ังอนี้
ตาราง 24 ารสอวาวนขุมัวอางานอาชีพับวาสัมันอันดีระหวา
กาแฟารบัคสแูบิโ
Levenes test for Equality of
Variances
Levene
Statistic
df1 df2 Sig.
ความสัมพันอีรวาสตารบัค
และผูบริโภ
5.34
**
2
382
0.005
**มีนัยสําคัญทางสถิิที่ระดับ 0.01
จากตาราง 24 ผลกทดสอบความแปวนขอกลุตัวอางมีคSig. ทากั
0.005 ซึ่งมีคานอยกา 0.01 แสดงวา ความแปรปรวนดานอาชีพของกลุมตัวอยางกับความสัพัธ
อัวารบัสูริมีกั ดันั้ช Brown-
Forsythe ในการทดสอบสมมติฐาน โยผลการทดสอบสมมติฐานแสดงดังตารางตอนี้
121
ตาราง 25 แสดงการทดสอบควาคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและ
ผูบริโภคจําแนกตามอาชีพ
Brown-Forsythe Statistic
a
df1 df2 Sig.
ความสัมพันธอันีระหวางาแฟสตารบัคส
และผูบริโภค
0.06 2 239.38 0.945
จากตาราง 25 ผลการวิเคราหกรเรีบเทียบคเฉลี่ยงความคิดห็นที่ีต
ควสัมูวา Sig. 0.945 ซึ่มีา
มากวา 0.05 นั่นคือ ับ (Ho) าม ูี่พแกตางกัมี
ควาสัมพัอันีราูาง นัสํคัญทางสิติที่
ระดับ 0.05
ิฐอี่ 1.5 ูบิโี่มีรเี่ยอือาันความสัมพันธอันดี
ระหวางกาบัคแูบิโภคางัน สามารียนเนสิฐานทางติไดดังนี้
Ho: ูบิโี่มีรายเี่ยอือางันมควัมันอันดีระหวางกาแฟ
สตารบัคสแูบิโภคแาัน
H1: ูบิโี่มีรายเี่ยอือางันมควัมันอันดีระหวางกาแฟ
สตารบัคสแูบิโภคาัน
วิาะั้นี้ ี่นํามาใาร One-Way Analysis of
Variance: ANOVA ซึ่งทวามางวางั้ 3 ุึ้ชรดั
ความเชื่อมั่นี่รอ 95 ังนั้นจิเสธสมิฐานหัก Ho ื่อา Sig. ีคาอา 0.05 โดยทํา
การามุ Levenes test for Equality of
Variances ังอนี้
122
ตาราง 26 ผลการทดสอบความรปรวนของกลุมตัวอยางดานรายไดเฉลี่ยตอเดือนกับ
ความสัมพันธอันดีรหวางกาแฟสตารบัคสแลูบริโภค
Levene’s test for Equality of
Variances
Levene
Statistic
df1 df2 Sig.
ความสัมพันธอันีระหวางาแฟสตารบัคส
และผูบริโภค
3.63
*
3
381
0.013
*มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ากาง 26 ามวนุวอีคSig. ทากั
0.013 ซึ่ง 0.05 ว ายี่ลุัวางกั
ความสัมพันธอันดีรสูามกันังนั้นจึงใช
Brown-Forsythe นกิฐาน ิฐาน ังารางตอไปนี้
ตาราง 27 ารสอวาิด็นี่มีตอควัมันอันีราบัคสและ
ผูบริโภําแนกายเี่ยอือ
Brown-Forsythe Statistic
a
df1 df2 Sig.
ความสัมพันอีรวาสตารบัค
และผูบริโภ
6.24
**
3
314.12
0.000
**ีนัยสําคัญางสถิที่รับ 0.01
จากตาราง 27 ผลกวิเคาะหารเปรียทีบคาเลี่งความคิดห็นี่มีต
ควาสัมพันธอันดีระหวางารบัสะผูริโพบวามีคSig.ทากับ 0.000 ซึ่งนอกว
0.01 นั่นคือ ปฎิเสธสมมติฐานหลัก (Ho) และยอมรับสมมติฐานรอง (H1) หมายความวา ผูบริโภคที่มี
รายไดเฉลี่ยตอเดือนแกตางกันมีความสัมพันอันดีะหาฟสารบัแผูริโภต
กัน อยางีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ดังนั้นจะทําการทดสอบ Dunnett’sT3 เพื่อดูวาคาเฉลี่คู
ใดที่แตกตางกัน ดังตารางตอไปนี้
123
ตาราง 28 แสดงผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยรายคูของผูบริโภคที่มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนแกตางกัน
ดานความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค
ายไดเฉลี่ยตอ
เดือน
ต่ําวาหรือ
เทากับ
15,000 บาท
15,001
30,000 บาท
30,001
45,000 บาท
ตั้งแต
45,001
บาทขึ้นไป
X
3.78 3.77 3.90 4.09
ต่ํากวาหรือเทา
ับ
15,000
3.7
8
-
0.01
(1.000)
-
0.12
(0.610)
-
0.31*
*
(0.003)
15,001 30,000
บาท
3.77 - -0.13
(0.382)
-0.32**
(0.001)
30,001
45,000
บาท
3.90
-
-
0.19
(0.236)
ตั้งแต 45,001
ขึ้นไป
4.09 -
**ีนัยสําคัญางสถิที่รับ 0.01
28 วูี่ี่คิห็ด
ควาสัมพัอันีราบัคแูบิโางัน 2 ู แ
ูบิโี่มีรายเี่ยอือนต่ํากวาือาก 15,000 กับผูที่มราได
เฉลี่ยเดั้ 45,001 ึ้น Sig. 0.003 ซึ่นว 0.01 นั่นคื
ฏิ (Ho) ิฐ (H1) วาว ูทั้ 2 ลุมมี
ควาสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสแะผูบริโภแตกตางกัน ยางมีนัยสําคัญางสถิติที่ระ
0.01 โผูบริโภคที่มีายไดเฉลี่ยดืตั้งแต 45,001 บาขึ้นไ มีวามสัพัธอดีรหวาง
กาแฟสตารบัคสและผูบริโภคมากกวาผูที่มีที่มีรายฉลี่อดืต่ํกวารืเทกับ 15,000 บา
และมีผลตางคาเฉลี่ยเทากับ 0.31
ผูบริโภคที่มีรายไดเฉลี่ยอเดื15,001 – 30,000 บาท กัผูที่มีไดฉลี่อ
เดือตั้งแต 45,001 าทึ้น มีคา Sig. ทากั0.001 ึ่งมีคานวา 0.01 ั่นคืิเ
สมมติฐานหลัก (Ho)อมรับสมมติฐานรอง (H1) หมายควาวา ผูบริโทั้2 กลุมีวามสัพันธ
อันดีระหวางกาแฟสตารบัคสแผูบริโภตงกัยงมีนัสําคัญทงสถิติที่รดั0.01 โดย
ผูริที่มลี่ดืตั้ต 45,001 ขึ้ไป มีามสัพัธดีหว
124
สตารบัคสและผูบริโภคมากกวาผูที่มีที่มีายไดเฉลี่ยดือน 15,001 – 30,000าทละมีผาง
คาเฉลี่ยเทากับ 0.32
สวนคูอื่นๆไมพบความแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางถิติที่ระดับ 0.01
สมมติฐานขอที่ 1.6 ผูบริโภคที่มีการใชเว็บไตสื่อสังคมออนลนองสตรบัคสมา
ที่สุดแตกตางกันมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคกตางกัน สามารถเขีย
เปนสมมติฐาทางสถิติไดดังนี้
Ho: ผูบริโภคที่มีการใชเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสกทีุ่ดแตตาง
กันมีความัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคไมแตกตางกัน
H1: ผูบริโภคที่มีการใชเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนขอตารบัคสมากที่สตาง
กันมีความัมันอันีราบัคแูบิโภคางัน
วิาะั้นี้ ี่นํามาใาร One-Way Analysis of
Variance: ANOVA ซึ่งทวามางวางั้ 3 ุึ้ชรดั
ความเชื่อมั่นี่รอ 95 ังนั้นจิเสธสมิฐานหัก Ho ื่อา Sig. ีคาอา 0.05 โดยทํา
การามุ Levenes test for Equality of
Variances ังอนี้
ตาราง 29 ารสอวาวนขุมัวอางานเ็บสื่อสังไลนของ
สตบัคที่ใมี่สุดับวาสัมันอันีรวางสตารบัคแูบิโ
Levenes test for Equality of
Variances
Levene
Statistic
df1 df2 Sig.
ความสัมพันอีรวาสตารบัค
และผูบริโภ
1.02
2
382
0.360
จากตาราง 29 ผลกทดสอบความแปวนขอกลุตัวอางมีคSig. ทากั
0.360 ซึ่งมีคามากกวา 0.05 แสดงวา ความแรปรวนดานเว็บไซตสื่อสัคมไลนสตรบคส
ที่ใชมากที่สุดองกลุตัวอยงกัความสัพันอนดีระหงกาแฟสารบัคสะผูบริโภคมีควา
แปรปรนไมแตกตางกัน ดังนั้นจึงใช F-test ในการทดสอบสมมติฐาน โดยผลการทดสอบสมมติฐาน
แสดงดังตารางตอไปนี้
125
ตาราง 30 แสดงการทดสอบควาคิดเห็นที่มีตอความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและ
ผูบริโภคจําแนกตามเว็บตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสที่ใชมากที่สุด
ANOVA หลงความ
แปร SS df MS F Sig.
ความสัมพันธอันดีระหวาง
าแฟสตารบัคละผูบริโภค
ระหวางกุม
0.23
2
0.11
0.37
0.694
ภายในกลุม
117.53
382
0.31
รวม
117.78
384
ากาง 30 วิเาะี่ามคิดห็นี่มีต
ความสันู Sig. 0.694 ซึ่งมีค
มากกว 0.05 นั่ าน (Ho) าม ูี่ใชเว็บไซสื่อ
สังคมออนขสตบัคสมากี่สุดางันมีคามิด็นตอควัมันอันดีระหวาแฟ
สตารบัคสแูบิโภคแาัน างีนัยสําคัญิติที่รับ 0.05
ิฐอี่ 2 ิหารานลูกาสัมันธบสื่อังนไนขาแฟสตารบัคส
มีสัู ขีป
สมมติฐานางสถิติไดังนี้
Ho: สัสื่สันรบัสมมี
ความสัมพันธกับัมันอันีราบัคสแูบิโภค
H1: สื่นรบัสมี
ความสัมพันธกับวามสัมันธอันดีรางาแสตบัคสแูบิโ
นกวิเคั้งนี้ สถิติที่นําในการสอ ือ ิติคาสัมิทธิ์สหสัมพันธ
แบบเพียรสัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) พื่อใชหาคาความสัมพัของ
ตัวแปร 2 ตัวแปรที่เปนอิสระตอกันโดใชระับควาเชื่อมั่นที่รอยละ 95 ดังนั้นจะปฏิเสธสมติฐาน
หลัก Ho เมื่อคา Sig. (2-tailed) มีคาอยกวา 0.05 ผลการทดสอบสมมติฐาน แสดังตารางตอไปนี้
126
ตาราง 31 แสดงการวิเคราะหความสัมพันธระหวางการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคสกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
ความสัมพันธอันดีระหวางาแฟสตารบัคสและผูบริโภ
r Sig.
(2-tailed)
ระดับ
ความสัมพันธ
ทิศทาง
ความัมพันธ
ารบริหารงานูกคาสัพันธนสื่
สังคไลนกาสตารบัคส
โดยรวม
0.517**
0.000
ปานกลาง
ทิศทางเดียวกัน
1. การรับฟงสียูบิโ
2. การรับขอูลอนกับ
3. การใหบิการึ่งอนึ่ง
4. ความสม่ําารูแ
เอาใจลูกา
5. มาตรฐาารบิก
ควาิงามง
6. ความเอสในขอูล
รายละเียูกา
7. โปรแกรารางูกา
ที่ซื่อสัต
0.417**
0.452**
0.308**
0.266**
0.461**
0.237**
0.475**
0.000
0.000
0.000
0.000
0.000
0.000
0.000
านกาง
านกาง
อาง่ํา
อาง่ํา
านกาง
อาง่ํา
านกาง
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
ศทางเดียวกัน
** ีนัําัญสถิที่รับ 0.01
จากตาราง 31 ผลการวิเคราะหความสัมพันธรหวางการริารงานลูคาสัมพับ
สื่อสังคมออนไลนของกาสตรบัคสกัควาสัพันธนดีระหวางกาแฟสารบัคสละผูบริ
สามารถวิเคราะหเปนโดยรวมพบวา มีคา Sig.(2-tailed) เทากับ 0.000 ซึ่งมีคานอยกวา 0.01 นั่นคื
ฎิเสมมติฐนหลั(Ho) ละรับสมมติฐานรอ(H1) ายวามวารบริหรงานลูกคา
สัมพัสื่อสังคออนไขาแารบัสวมมีวามสัพัธกัามสัพัอ
ระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบิโอยางมีนัสําคัญางสิติที่ระดั0.01 ีคาสัะสิธ
สหสัมพันธ (r) เทากับ 0.517 หมายถึง การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกา
สตรบัสโดวมมีความสัพันธกับวามสัมพัอันดีงกฟสารบัสละผูบริ
ทิศางดีกั ในระดัาง หมามวถาผูบริโภคมีดับคามคิดเห็กี่กักา
127
บริหารงาลูกคาัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตาบัคสรวดีขึ้ก็จะสงผใหระดั
ความัมพันธอดีะหวางกาฟสารบัคสะผูบริโดีึ้นนระดับานกาง ละเมื่พิจารณา
เปนรายดานพบวา
1. ดานการรับฟงเสียงของผูบริโภค พบวา มีคา Sig.(2-tailed) ทากั0.000 ซึ่งมี
คานอยกวา 0.01 นั่นคือ ปฎิเสธสมมติฐานหลัก (Ho) และยอมรับสมมติฐานรอง (H1)มายความว
กาบริารงาูกคาพัธื่สัคมนงกฟสารบัคสานรรับฟงเสี
ผูบริโภคมีความสัมพันธกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีคาสัมประสิทสัมพันธ (r) ทากั0.417 หมถึการิหงาน
ลูคสัพัสื่รบัสดรัฟสีผูริมี
ความสัมพันธกับวามสัมันธอันดีรางาแสตบัคสแูบิโนทิศวกัน ในระดับ
ปานกลาง ายามวา าูบิโีรับวาิด็นเี่ยารารานคาสัมพับ
สื่อสังคมนาแานารูึ้ สใหระ
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโีขึ้นใับานกาง
2. (Feedback) Sig.(2-tailed) ทากั0.000
ซึ่มีนว 0.01 นั่ ฎิ (Ho) (H1)
หมายความา ูกสัสื่สันาแสดการรั
ขอมูลปอนับีควาสัมันกับวาัมันวางารูริางมี
นัยสํคัญี่ 0.01 สัสิสสั (r) 0.452 หมายถึง การ
บริงาื่สันูลปอนกลับมี
ความสัมพันธกับวามสัมันธอันดีรางาแสตบัคสแูบิโนทิศวกัน ในระดับ
ปานกลาง ายามวา าูบิโีรับวาิด็นเี่ยารารานคาสัมพับ
สื่สันสึ้ หดั
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโีขึ้นในรับานกาง
3. บิกึ่งอึ่ง วา ีคา Sig.(2-tailed) ากับ 0.000 ซึ่งมีคา
นอยกวา 0.01 นั่นคื ฎิสธมมฐานลัก (Ho) แะยอมรัสมมติฐาน (H1)ายความวา
การบิหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมอนไลนงกาแฟสรบัสดานการใหริกาบบนึ่ง
ตอหนึ่งมีความสัมพันธกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภ ยงมีนัยาคัญ
ทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีคาสัมประสิทสัมพันธ (r) ทากั0.308 หมถึการิหงาน
ลูคสัพัธื่สันฟสารบัสาหริกานึ่ตนึ่มี
ความสัมพันธกับความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคในทิศทงเดียวกัน ในระดับ
ปานกลาง หมายความวาาผูบริโภคมีระับความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริารงานลูคาสัมพับ
สื่อสังคมออนไลนกาแฟสรบัคสดนกใหบริการนึ่งตหนึ่ีขึ้น ก็จะสงผใหระดั
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคดีขึ้นในระดับคอนขางต่ํา
128
4. ามม่ํดูเอสลูค วมีคSig.(2-tailed)
เทากับ 0.000 ซึ่งมีคานอยกวา 0.01 นั่นคือ ปฎิเสธสมมติฐานลั(Ho) ละยบสมมติฐานรอ
(H1) ความวา รบริรงลูกคาสัพัธบนื่สังคมอไลนาแฟสบัคสด
ควาสม่ําเในกาลแะเาใจใสลูกคมีความสัมพันธกับามสัพันธดีระวางกา
สตารบัคสและผูบริโภค อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดั0.01 มีคาสัมประสิทสหสัพันธ (r)
เทากับ 0.266 หมายถึง การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสารบัคสา
ควาสม่ําเในกาลแะเาใจใสลูกคมีความสัมพันธกับามสัพันธันดีระหวางกา
สตรบัสและผูบรินทิางเดียวกัน ดับปานลา มาามว าผูบริคมีระดั
ควาคิดเห็เกี่กับารริารงานลูกคสัมพันธบนสื่สัคมไลนกาแฟสรบัคสดาน
ความส่ําใสีขึ้ งามสัธอะหวา
กาแฟสตบัคแูบิโีขึ้นนรับอาง่ํา
5. บว มีค Sig.
(2-tailed) 0.000 ซึ่ว 0.01 นั่ ฎิ (Ho) ะยรั
สมิฐา (H1) าสสื่ไลนงกาแ
สตารบัคสดาาตานการบิการ ามิงามงีคามัมันธกบความสัมพันธ
อันดีระหวาาแารบัคสแูบ านัาคี่ร 0.01 มีคาสมป
สิทธสหสัมันธ(r) ากับ 0.461 ายึง ิหาราสสื่ออไลน
ัมพัธ
ควสัวางสูวก
หมายความ ูวาี่ารารานสันธนสื่สังคม
ออนไลนขบสาร ามามใสดีขึ้ ก็จะ
สงผลใหระับามัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโีขึ้นในรับนกลาง
6. Sig.(2-tailed)
เทากับ 0.000 ซึ่งีคานอวา 0.01 นั่นคือ ฎิเสธสม (Ho) มมติฐานรอ
(H1) ความวา รบริรงลูกคาสัพัธบนื่สังคมอไลนาแฟสบัคสด
ควาเอาใจใสในขมูราะเอของลูคามีคามสัมพักัามสพันธอะหวางกา
สตารบัคสและผูบริโภค อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดั0.01 มีคาสัมประสิทสหสัพันธ (r)
เทากับ 0.237 หมายถึง การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสารบัคสา
ควาเอาใจใสในขมูราะเอของลูคามีคามสัมพักัามสพันธอะหวางกา
สตรบัสและผูบรินทิางเดียวกัน ดับปานลา มาามว าผูบริคมีระดั
ควาคิดเห็เกี่กับารริารงานลูกคสัมพันธบนสื่สัคมไลนกาแฟสรบัคสดาน
ความเใจใสขอมูราะเอีงลูกีขึ้ก็จะสหดัามสัมพันธอะหวา
กาแฟสตารบัคแลูบริโภคดีขึ้นในระดับคอนขาง่ํา
129
7. โปรกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตย พบวา มีคา Sig.(2-tailed) เทกับ 0.000 ซึ่
มีคานอยกวา 0.01ั่นคือ ปฎิเสธสมมติฐานหลัก (Ho) และยอมรับสติฐาน (H1)ายวาม
วา การบริหารงานลูกคาสัพันธสื่สังคมออไลนกาฟสารบัคสดานโปรแรมการสราง
ลูกคาที่ซื่อสัตยมีความสัมพันธกัควาสัมพันธันีระหวางกาแารบัคสละผูบริางมี
นัยสํคัญางสถิติที่ะดับ 0.01 มีคาสัมปะสิทสหสัพันธ (r) เทกับ 0.475 หมายถึง การ
บริหารงาลูกคาสัมพันธบนสื่สังคออนไลนงกาแฟสรบัสดรแกรการสรางลูกคาที่
ซื่อสัตยมีความสัมพันธกับความสัมพันธอันีระหวางกาแฟสตารบัคสแลูบริโภคในทิศทางเดียวกัน
ในระดับปานาง หมาามวาาผูริโคมีระดับมคิห็ี่ยวกับการบริรงลูกค
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสดานโปรมารรงลูกคาที่ซื่สัยดีึ้น ก็จะ
สงผลใหระับามัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโึ้นในรับนกลาง
ิฐอี่ 3 ควัมันอันีราบัคสแูบิโมีวามสัพัธ
กับความภักีตอินาบัคสขูบิโภค สามารียนเนสมิฐสถิติไดดังนี้
Ho: ควัมันอันีราบัคสแูบิโมีคมพันธกับคาม
ภักดีตอตราินคาบัคสขอูบิโภค
H1: ัมูมพักัวา
ภักดีตอตราินคาบัคสขอูบิโภค
นกวิเคั้งนี้ สถิติที่นําในการสอ ือ ิติคาสัมิทธิ์สหสัมพันธ
แบบเพียรสัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) ื่อหาคาคามสัมพัของ
ตัวแปร 2 ัวี่เนอิสอันรับวาื่อั่นที่รอ 95 ังนั้นจเสธสมติฐาน
หลัก Ho เมื่อา Sig. (2-tailed) ีคานอวา 0.05 สอสมิฐานแสดังตารางตอไปนี้
ตาราง 32 ารวิเาะคามัมันธรวาัมันอันีราตารบัคสและ
ผูบริโภคกับความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภ
ความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภค
r
Sig.
(2-tailed)
ระดับ
ความสัมพันธ
ทิศทาง
ความัมพันธ
ความสัมพันธอันดีรวางกาแ
สตารบัคสและผูบิโภคโดยรวม
0.709** 0.000 คอนขางสูง ทิศทางเดียวกัน
** มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
130
จากตาราง 32 ผลการวิเคราะหความสัมพันธรหวางความสัมพันธันีระหวางกาแ
สตารบัคสและผูบริโคกับวามภดีตอสิคาารบัสผูบริโภควม พบวามีคา Sig.
(2-tailed) ทากั 0.000 ซึ่งมีคานยกว0.01 นั่นคือฎิสมิฐาัก (Ho) ะยรั
สมติฐาน (H1) วาวควสัพัธวางรบัคสและผูบรมี
ควาสัมพันธกับความภกดีอสินคตารบัคสของูบริโภ างมีนัยาคัญทาสถิติที่ระด
0.01 โดยมีคาสัมปริทธสหสัมพันธ (r) เทากับ 0.709 มายถึง ความสัพันธอันดีระหวางกา
สตารบัคสและผูบริโภคมีความสัมพันกับวามภัดีตราสิคาสตารบัขงผูบริโในทศท
เดียวกัน ในระดับคอนขางสูง หมายความวา ถาผูบริโภคมีระดับความคิดเห็นกี่ยวกับวามสัมพัธ
อันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคดีขึ้น ก็จะสงผลใระดับความภักดีตอาสนคารบัส
ของผูบริโภิ่มึ้นใับอนขาูง
ตาราง 33 ารุปิฐาน
ุปิฐ ถิติที่ใ ผลการ
ทดสอบ
สมมติฐาน
ติ 1: ูี่
ประกอบไปว าราสูงุด
ายี่ ว็ื่สั
สตารบัคสที่ใมี่สุดางวาสััน
ระหวางกาแสตบัคแูบิโางัน
1.1 เพศ
1.2 อาย
1.3 ระดับารึกาสูงสุด
1.4 อาชีพ
1.5 รายไดเฉลี่ยตอเดือ
1.6 เว็บไตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคส
ที่ใชมากที่สุด
สมมติฐานขอที่ 2: การบริหงานูกคาสัมพับสื่อ
สังนงกฟสรบัคสมีามพัก
ความสัมพันธอันดีระวางกาแฟสตารบัคสแลูบริโภค
t-test
ANOVA
ANOVA
ANOVA
ANOVA
ANOVA
Pearson Correlation
ไมสอดคล
สอดคลอง
ไมสอดคล
ไมสอดคล
สอดคลอง
ไมสอดคล
สอดคลอง
131
ตาราง 33 (ตอ)
สรุปสมมิฐาน สถิติที่ใช ผลการ
ทดสอบ
มมติฐาน
2.1 การับฟงเสียงของผูบริโภค
2.2 การับขอมูลปอนกลับ (Feedback)
2.3 กาใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง
2.4 ความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใสลูกคา
2.5 มาารบิกวามิง
ามง
2.6 ความสในขอูลายียูกา
2.7 โปารางูกาที่ซื่อัต
สมมติฐาอี่ 3: ามัมันวาง
สตารบัคสแูบิโีควาัมันธกับามัก
ตราสินคาสตารบัคขูบิโ
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
Pearson Correlation
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
สอดคลอง
132
บทที่ 5
สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ
การวิจัยครั้งนี้มุงศึกษาความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอการบริหารงาลูกคาสัมพันบื่อ
สังคมไลนขงกาแฟสารบัคสที่มีคามัมพันธกัความพันธีแะคมภดีต
สินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งขอมูลที่ไดจากกาวิจรั้งนี้จะเปนระชนอ
รบัส พื่ปพัสื่สั
บริหารงาลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนใหไดรงามปาห สอคลอกับความตกา
ของผูบริโภ ีกั้งูปารุริจานกาแ า ารารนําขมูล
ใชดําเนินงานดานการิหูกาัมันธสําหับารุริจนปจุบัน
ความมุงมากาิจัย
นการิจัยั้งนี้ ูวิจัยตั้งวาุงายื่อึกสัพันธบนสื่
สังคมนารี่ามามมภดีต
สินคาของผูบิโนเุงานค ังอนี้
1. ื่อึกาปจัยวนบุคูบิโุง แพศ ายุ อาชีพ
ระดับกาึกูงสุด ายี่ ว็สื่สันรบัสที่ใชม
ที่สุดที่มีผลอวามสัมันธอันดีรางาแสตบัคแูบิโ
2. ื่อึกามัมันธรวาาริหารานลูกาสัม (Customer Relationship
Management) สื่สัสัะหว
สตารบัคสแูบิโ
3. ื่อึกาควาสัมันธรวางามัมันธอันดีรางาแารบัคสและผูบริโภ
กับความภักีตอาสินคาารบัคสขูบิโ
ะชากรที่ใชในการวิจัย
ี่ชในวิจัั้นี้ คื ผูที่บรการบัส
กรุงเทพมหานครแลเปนผูที่ใชและเคยใชสื่อสังคมออนไลนขอกาแฟสตารบัคสใน 1 ปที่ผานมา ซึ่ง
ทราบจํานวนประชากที่แนนอน
กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย
กลุมตัวอยางที่ใชในการวิครั้งนี้ คื ผูที่บละเคยริกาสตารบัคสนเ
กรุงเทพมหานครแลเปนผูที่ใชและเคยใชสื่อสังคมออนไลนขอกาแฟสตารบัคสใน 1 ปที่ผานมา
133
เนื่องจากไมทรบจํานวประชากรที่นอจึงใชวิธีการคํานวนหาจากสูต n = Z2 / 4E2
(กัลยา วานิชยบัญชา. 2545: 26) ที่ระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 ไดเทากับ 385 ดั นั้
การคําวณจํานลุมตัางใวิจัรั้งนี้จึงเากั 385 ยมั้นตอารสุลุม
ตัวอยาง คื ทําการสุลุมัวอางแบบ (Simple Random Sampling) จากเที่ตั้งของรา
รบัสทั้ึ้ 5 นั้ทํุตัยต (Quota
Sampling) ไดจํานวนกลุมตัวอยางเทากับ 77 คนตอเขต จากนั้นทําการสุมกลุมตัวยางแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) ลืกเก็บขูลที่รานกาแสตรบคสสาที่ตั้งูในแหลงธุรกิจแ
ศูญั้ 5 ที่สุั้ ลทํสุตัยะด
(Convenience Sampling) เพื่อเก็บรวบรวมขอมูลใหไดครบตามจํานวนที่ตองการ
สมมติฐากาิจัย
1. ูี่วนึ่ าย ดับการศึษา
สูงสุด รายเี่ยอือ ็บซตสื่อังนไนขสตบัคที่ใมากี่สุตางกันมี
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโาัน ําแนกน 6 ดังนี้
1.1 ูี่รบัส
ผูบริโภคแางัน
1.2 ูี่ันรบัส
ผูบริโภคแางัน
1.3 ูี่าสันวาระวางกา
สตารบัคสแูบิโาัน
1.4 ูบี่างวาวางตารบัคสละ
ผูบริโภคแางัน
1.5 ูบี่ายี่างวาสัระหวางก
สตารบัคสแูบิโาัน
1.6 ผูบริโภคที่มีการใชเว็บไซตสื่อสังมออนไลนของสตารบัคสมากที่สุดแตกตางันมี
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน
2. การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนกาสตรบัคสมีควาสัมพันธ
กับความสัมพันธอันดีรวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค
3. ความสัมพันธอันดีระหวางกฟสรบัคสและผูบริมีคามสัมพักับคามภักด
ตอตราสินคาสตารบัคสของผูบริโภค
134
เครื่องมือที่ใชในการวิจัย
เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนีู้วิจัยใชแบบสอบถามซึ่งแบงเปน 4 สวน คือ
1. คําถามเกี่ยวกับลักษณะวบุคลขงผูริโภดก พศยุะดับารศึ
สูงสุ ชีพายไดเลี่อเดือ ละว็บไซตสื่อสงคอนลนขงสตาบัสที่ใชมากที่ มี
ลักษณะคําถามที่มีคําตอบใหเลือก 2 ทาง (Dichotomous question) และคําถามบบหายตวเลอก
(Multiple choices question)
2. คําามเกี่วกวาคิด็นผูที่มีตารบริารงาลูกคพั
(CRM) บนสื่อสังคมออนไลนขอฟสตารบัคส มีลักษณะเปนคําถามแบบมาตราสวนปรมาณคา
(Rating scale method: Likert scale question) ละใชระดับการวัดขอูละเภอันตาคชั้
(Interval scale) ํา 15 อ
3. ําถามี่ยวกับวามสัมันธอันดีรางาแสตารู มีลกษณะ
เปนคําถามสวน (Rating scale method: Likert scale question) ละใช
ระดับกาัดอูลันตั้น (Interval scale) ํา 10 อ
4. ามี่สิสู มีักณะป
คําถามแาสวนาณ (Rating scale method: Likert scale question) ะใชระดับ
การวัดขอูลันตาคั้น (Interval scale) ํา 8 อ
ีู่วิึ้นี้ี่งขงเนื้
(Content validity) าจารีู่วบทํารนิพธ
ผานุ 40 ื่วิชื่มั่
แบบสอบถ (Reliability) สูตสัมสิทิ์แ (α - Coefficient) นบรัคพบวา
ื่ั่ามี่ 2 สีงผูบ
เทากับ 0.711 านกับ (Feedback) ากับ 0.750 ริกาบบนึ่ง
ตนึ่ 0.749 ่ํส 0.717
มาฐาารวาวา 0.718 าใจใสขมู
ราอีลูคทกั 0.735 ละกรรลูคาที่ซื่อสัยเทกั 0.838
ตามลําดับ
คชื่อมั่ในสวนี่ 3 ดานวาสัพัอัดีวาง
กาแฟสตารบัคแลูบริโภคเทากับ 0.838
คชื่มั่สที่ 4 ดภัดีตสิ
สตารบัคสเทากับ 0.893
135
การเก็บรวบรวมขอมูล
การเก็บรวบรวมขอมูลเพื่อนํามาวิเราะห ูวิจัยไดดําเนินการเก็บขอมูลตามลําดับขั้นตอน
ดังนี้
1. ขอมูลฐมภูมิ (Primary data) ปขมูที่ผูวิจัไดจากการชแบบอบถามเก็บ
ขอมูลจากกลุมตัวอยาง 385 คนที่บริโภคและเคยบริโภคกาแฟสตารบัคสในเขตกรุงเทพมหานครแล
เปนผูที่ใชและเคยใชสื่อสังคมออนลนขงกาแฟสตบัคสใน 1 ปที่ผานมา โดผูวิจัยไดทําการเก็บ
ขมูจาลุตัวอาทํากจกหกัุตัวอราน
สตารบัคสทั้ง 5 เขตตามที่กําหนดไวแลวรอรับคืนดวยตนเอง
2. ขอมูลทุติภูมิ (Secondary data) นการคนวาขอมูจากเสา วาม
หนังสือทิช วารี่สามารางิงผานวิจัยางี่เี่ยวขอ วมึงหลงขมูาง
อินเตอรเน็ตื่อารนคาแางสอาม
3. ูวิจัยราร็บอูลนรวล 1 ือ
การจัดํามูลกาิเคขอมูล
ี่ไั้าการวจวาอ (Editing)
คัดแยกแสอามี่ไส ากนั้ (Coding) ามี่ไกําหนดไวแลว
ลวงหนาแลียขอูล (Data Entry) ิวสําเ็จูป SPSS (Statistical Package
for the Social Science) ื่อําิเขอูล (Data Analysis)
สรุปผลกิจัย
1. ูลานลักวุคูบิโ
ูบิโสวนใเนเิง ีอายุรวาง 20-29 ีรับารสูงสุระดั
ปริญญาตรีอาชีพนพนักานบิษัท/าราช/ัฐวิสาหิจ ีรายเี่ยอเดือนต่ํากวา
หรือเทากับ 15,000 ีกเว็บซต www.facebook.com/StarbucksThailand มากที่สุด
2. ความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมไลน
กาแฟสตารบัคมีดังตอไปนี้
ผูบริโภคสวนใหญมีความคิดเห็นตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังมออนลน
งกาแฟสรบัคสมอยูใะดับดี มีคาลี่ยากั3.63 เมื่พิจาราเนราย
พบว ผูริมีคิห็ดฟสีู ดรัขมู
(Feedback) านการใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง ดานมาตรฐานการใหบรการควาจริงใจแควา
โปรงใส และดานโปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตยอยูในรับดี สวในดนคามม่ําสมในก
ดูแลและเอาใจใสลูกคา และดานความเอาใจใสในขอมูลรายละเอียดของลูกคาอยูในระดับปานกลาง
136
3. วาคิงผูริที่มีตวาสัพักับคามสัพันธดีวางาแ
สตารบัคสและผูบริโภคมีดังตอไปนี้
ผูริสใหญมีสัพัธันวงกรบัสะผูบริคโ
รวมอยูในระดับดี โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 3.85
4. ความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอความภักดีตอตราสินคาสตารบัคสมีดังตอไปนี้
ผูบริโภคสวนใหญมีความภักดีตอตราสินคาสารบัคสวมยูในรับมาก โดมี
คาเฉลี่ยเทากับ 3.74
5. ผลการทดสอบสมมติฐาน
มมติฐานขอที่ 1 ผูบริโภคที่มีลักษณะวบุคคลซึ่งประกอบไปดวย เพศยุ าชี
ระดับกาึกูงสุด ายี่ ว็สื่สันรบัคสที่ใชาก
ที่สุดแตกตาันมีควาสัมันธอันดีรวาสตารบัคแูบิโาัน
ี่ 1.1 ูี่สัอัะหว
กาแฟสตบัคแูบิโางัน ื่อิจิเาะขอูลวพา ผูบริโภคที่มี
เพกตสัวสูตกัน ึ่งไม
สอดคลองกับสมิฐ
ี่ 1.2 ูี่สัอัดีะหว
กาแฟสตบัคแูบิโางัน ื่อิจาริเาะขอูลวพา ผูบริโภคที่มี
อายุแตกตางันมีคามัมันธอันดีรางาแารบัคสแูบิโ ซึ่งสคลอ
กับสมมติฐาน ูบี่มั้ 30 ึ้ามสัาแรบัส
ละผูบริวาผูี่่ํว 20 ูี่ม 20-29 สัพันอนด
ระหวางกาารบัคสแูบิโาผูที่มีอายุต่ํากวา 20
สมิฐานขอี่ 1.3 ูบิโี่ีรับึกาสูงสุดางันควาสัพันธ
อันดีระหวาาแารบัคสแูบิโางัน ื่อิจาริเาะขอมูลแลวพบวา
ผูบริโภคที่มีอุแางันมีความสัมันธอันดีรางาแสตบัคสแูบิโไมแตกตางกัน
ซึ่งไมสอดคลองกับสมมติฐาน
มตฐาขที่ 1.4 ผูบริโภคที่มีอชีพแตกตงกันมีความมพันธนดะหวาง
กาแฟสตารบัคแลูบริโภคแตกตางัน เมื่อพิจารณาผลการวิเคาะหขอมูลแลวพบวาผูบริโคที่มี
าชีกตางกัีความสัพัธันระหวางกาแฟารบัคสแะผูบรคไมแกตางกั ซึ่งไม
สอดคลองกับสมมติฐาน
สมมติฐานขอที่ 1.5 ผูบริโภคที่มีรายไดเฉลี่ยตเดตางกัีความสมพัธ
อันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน เมื่อพิจารณาลการวิเคราะหขอมูลแลวพบวา
ผูริที่มีไดลี่ตดืกัมีวาสัพัดีวางรบัส
ผูบริโภคแตกตางกัน ซึ่งสอดคลองกับสมมติฐาน โดยผูบริโภคที่มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนตั้งแต 45,001
137
บาขึ้นไปมีความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคมากกวาผูที่มีที่มีรายเฉลี่ยต
เดือนต่ํากวาหรือเทากับ 15,000 บาท แะผูบริโภคี่มีราดเฉลี่ตดืั้งแ 45,001 บาขึ้น
ไปีควาสัมพันธอัดีะหวากาารบัคะผูบรคมากผูที่มีไดลี่ยตเด
15,001–30,000บาท
สมมติฐานขอที่ 1.6 ผูบริโที่มีการใชบไตสื่สังคมอนไลนสตรบคส
มากที่สุตากันมีวามสัมพันอัวางาแรบัสะผูบริโกตางกัน มื่
พิจวิหขมูลวพว ผูที่มีกาชว็ไซสื่สัน
สตรบัสมกที่สุดางกันมีวามคิห็นตวามสัมพัอัดีะหวงกาแฟสตารบัคแ
ผูบริโภคไมแตกตางกัน ซึ่งไมสอดคลองกับสมมติฐาน
านี่ 2 ารารานสั (CRM) สื่สัมอไลนข
กาแสสัามวางสผูบริ มื่
พิจารณาผารวิเาะขอูลววาการิหารานลูกาสัมันธ(CRM) นสื่อสังคมออนไลน
ของกาแฟสารบัคสมีคับวาวางารละผูบริใน
ทิศทางเดียวกัน ี่รับนกาง ื่อิจารนรายานแวา
ารูิโสัันสัธอันดีะหว
กาแฟสตบัคแูบิโนทิศียัน ี่รับานก
(Feedback) สัสัพัอันดี
ระหวางกาารบัคสแูบิโิศางียวกัน ี่รับนกาง
านการบิการนึ่งอนึ่ามวาอดีะหวาง
กาแฟสตบัคแูบิโนทิศียัน ี่รับอนขาง่ํา
านควาสม่ําเนกูแาใลูกาีควาสัมันธกบความสัมพันธ
อันดีระหวาาแารบัคสแูบิโนทิศางียวกัน ี่รับอนขา่ํา
สัพันกั
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโนทิศียวกัน ี่รับนกลาง
านควาเอาใจใสในขอมูลรายละเอียดของลูกคามีความสัมพันธกับความสัมพัธ
อันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภคในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับคอนขางต่ํา
งลูคาที่ซื่สัยีคสัพัสัพัอัดี
ระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบิโภคในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับปานกลาง
ที่ 3 สัพัธอัดีวบัสผูมี
ความสัมพันธกับความักดีตอตราสินคาของผูบริโภค เมื่อพิจารณาผลการวิเคราะหขอมูลแลวพบวา
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภมีความัมพันธกับความภัีตอราสินา
ของผูบริโภคในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับคอนขางสูง
138
อภิปรายผลการวิจัย
การศึกษวิจัวามคิห็นของผูบรคที่มีตริารานลูกคาพัธบนสื่
สังคมไลนขงกาแฟสารบัคสที่มีคามัมพันธกัวามพันอีแะควมภักดีตอตร
สินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร สามาถอภิปรายผลไดดังนี้
1. ักณะสวนบุลปกอบดว พศ าย าชีะดับารศึกาสูงสุด รา
เฉลี่ยตอเดือน และเว็บไซตสื่อสังคมอนไลนงสรบัคสที่ใชมากที่สุดพบวา ูบริโภคสวนใหญ
เปนเพศหิง มีอุระหวาง 20-29 ป มีระดับการศึกษาสูงุดระดับปริญญาตรี มีอีพเปนพนัก
บริษัทเอกชน/ขาราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีราไดเฉลี่ตดื่ํากวาหรือทากับ 15,000 บาทะมี
การใเว็บไซตสื่อสังคมออนไลน www.facebook.com/StarbucksThailand มากที่สุด
าการิจัยางวาวิิพ กียติคภมิ
(2551: 41-42) ึกาการาราสี่สซื้ผูบริกา
สตรบั ูส 20-29 ปมีอาชีพเป
พนังานสูสุ นวิจัวัชรี
ซ็ติ (2553: 57-59) ูสื่นสั
Facebook วา ูบิโสวนใที่มีการงานเว็บซตเือสัน Facebook ม
ที่สุดเปนผูบิโิง ีอาชีพนพัก ารญญาต ละมี
รายไดระหาง 10,000-20,000 าท
ั้ี้ นื่านารี่ ที่นั่งจํานวน
มาและมีบากาศี่ผอนคายึงํารานกาแารบัคสเนสถานที่ที่ถูกูบิโภเหมาะแก
การเปนสถานที่นั่งักอนัด นัดุยุร นัดื่อนฝูง าะูบโภคเพศหญิงที่
มักจะชอบีพิกานั่งุยับื่อนๆนกุม สํุูีุ่มที่มีการเล
เว็บไซตเคือาังนไขาแารบัคสดวยสวนนุี่ทํางานะจํา
เช พนักง//ัฐวิาห ุี่ารพิวเตอรในกา
ทํ ื่วสืมู
อินเตอรเน็ตเว็บไซตตางๆ โดยผูบริโภคกลุมนี้จะเปนกลุมผูบริโภคยุคใหม ทันสมัย อบพูดคุยแสดง
ความคิดเห็น เปนกลุมที่เพิ่งเริ่มตทําาน ีรไดแลมีอายุมมกนัละเปนกลุมผูบรที่มี
การใงานเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสมากกวากลุมอื่นๆ
2. ความคิดเห็นของผูบริโภคที่มีตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธ(CRM)นสื่สังคม
นงการบัสวผูบรสใหญมีคิห็ตารริลูค
สัมพันธบนสื่สังคไลนขงกาแฟสารบัคสโดยรวมูใะดับดี ซึ่งสลองกับงาวิจั
งนภันันทรื่ (2550: 57) ดศึาควมคิห็นขงผูบริโภคที่มีตการบริหรงานลูกคา
สัมพันธขอานสตารบัคสในกรุงเทพมหานครที่พบวา ผูตอบแบบสอามวนหญมีะดัความรู
ควขาใที่มีารริารงาลูคาพัธยูในดั และสลองกงานจั
139
พัชรินทร ประภากรธิติ (2550: 79) ไดศึกษาการบริหารความสัมพันธลูกคาละปจจัยการบริหารงาน
ที่มีตวามจงรักภัีของลูกคาธาคารนชาต จํากัด (มชน) ในรุงเทหาครบว
ลูกคาลุมตัวอยางีความคิดเห็นโดรวมเกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธลูกคาในระดับดี
ทั้งนี้ ลกจัยมีควสอคลงกับวคิงสโตะวูคอ(Stone; &
Woodcock. 2001: 3) กลาววาบริหารลูกคาสัมพันธ คือ การที่บริษัทตางๆใชเทคโนโลยี วิธีาร
และธุรกิจแบE-Commerce มาชวยพัฒนาความสัมพันธตอลูกคาใหดีขึ้น โดทั่วไบริษัทตางๆได
พัฒนาฐานขอมูลเหลานีู้จัดาราละฝายบริการลูคาจะใชใการกําหแนโนมตาด
และคาดเดาสิ่งที่ลูกคาองการ ดังนั้นกาแฟสตารบัคสจึงมีการบริหารงานลกคาสัมพับนสื่สังค
อนไลใากชองทั้งชงท Facebook, Twitter, Blog ะอื่ อีกั้ง
สตารบัคสไมีการํา CRM าสื่อังนไนกับูบิโางิงังนื่มแาง
ากการบริหานลูกาสัมันธสตารบัคนชอางื่น ึงําใผูบิโมีคามคิดเห็น
ที่ดีตอการิหารานลูกาสัมันธบสื่อังนไขาแารบัคส
3. ามูี่สัาแารบัส
ผูบริโภคพวาูบิโสวนใามสัับาแสูใะดัดีึ่ง
สอลอ (2550: 80) ควาสัมพันธ
ลูกคาละปจัยิหารานที่มีตอวามักักีขูกาธนา (มาช) ใน
เขตกรุงเี่วา ูกุวอางี่ความสัมพันธ
ลูกคาในดาารางวาสัมันธกับูกาวมูในรับ
ั้นี้ นั
(Schiffman; & Kanuk. 1994: 665) ารางามสัลูกคาหรืาร
บริหารลูกคาสัมันนั้นมาการาดางวาัมันธ (Relationship marketing) ซึ่งเปนรื่
ของการตลาดี่มุงูการาวามสัมันอันาวนา าเามรูสึกที่ดี
สรางความวน นั้สัสื่ไลน
กาแฟสตบัคึงําใสื่อสังนขนเือนชุมําาแฟสารบัคส
ทํหผูริลูคที่ตางดข ลี่วาคิห็บป
ประสบการณรวกัน ซึ่งนอกจากสารบัคสจะใชเว็บไซสื่ังคไลนงตในการสขมู
ขาวสารตางๆและการสื่อสาร 2 ทางกับูกคาแลว ยังใชเปนชองทางในการสรางความสัมพันที่ดีกับ
ลูกคาองตนเองดวยเชนกัน
4. ความคิห็นงผูบริโคในเรุงเพมานที่มีตความภัดีตสินค
สตารบัคสพบวา ผูบริโภคสวนใญมีความภักดีตอตราสินคาสรบัคสโรวูในะดับมา ึ่ง
สอลองกับงานวิจัยงปฐมพงษ บําริบ (2550: 93) ไดศึกโปรแกรมการบริหรงานลูกคา
สัมพันธที่มีความสัมพันธกับทัศนคติพฤติกรรรมคจงรักภักละความพึพอใจงผูริคใ
ธุกิจการหบริการเครือายศัพทเคลื่นที่นเขตรุงเพมนคูบริคสมากมี
140
ความจงรักภักดีในการใชบริการของเครือขายโศัพทเคลื่นที่รวอยูในะดัจงรักภักดี
สอลองกับงานวิจัยงอรรตนพินักุล (2549: 49-50) ไดศึาปจี่มีอิทธิพลตความ
งรักภักดีในตราสินคาไอศกรีม Swensen’s ของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมานที่พบวา ผูบร
มีควางรักภักดีในตราสินคาไอศกรีม Swensen’s โดยรวมสูง
ทั้งนี้ กาจัยมีามลองกันวคิธีพั ลหองคํ (2547)
กลาววา ปจจัยที่สงผลตอระดับความักดีงลูกคา ระกอบดามพึงพใจงลูคา ควา
เชื่อถือและความไววางใจ ความเชื่อมโยงผูกพันธกับอารมณ การดทางเลือก และประวัติของผูลิต
สินค ดังนั้ฟสารบัคส รกิ รืกิจารๆที่สาทําใหผูริคเกิดวาพึพอ
ววางใจ เกิดคามผูกพันธกับตราสินคา ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีตอตรินคาของตน ก็จะสามารถท
ใหผูบริโภวาักีตอินคาเิ่มึ้นดวยนัน
5.าริเาะารสอสมิฐาน
5.1 ารึกาควาสัมันอันีรวสูจําแนก
ตามลักษณสวนบุคึ่งว าชสูสุ ไดเฉลี่ตอ
เดือน และว็บซตสื่อสังนขสตารบัคสที่ใมากี่สุด วา
5.1.1 ูี่สัางาแร
บัคสและผูิโาัน างีนัยสําคัญางิติที่รับ 0.05 ั้งนี้เาะวาจะเพศหญิง
หรือเพศชาั้นก็สี่ีควาสัมันที่ดีหือดีกับสตารบัคไเือกัน ึ้นยู
กับวากาแสตารบัคสามารเ็บสื่อสังนไนในการสราวามสัมันธที่ดีกับผูบริโภค
มากนอยีย าแสี่นิื่าก ารบัคสก็มีการท
การบิหารานลูกาสัมันธอางนกับูบิโุก ไเือฎิบัติกับผูบริโภคเพศใด
เพศหนึ่ง ซึ่งสออวค ิ์ (2536: 13) วว คิดห็ คื
ความรูสึกี่มีตอุคสิ่งือสถานกในชวงวงึ่ง าจนการสดกทางบวกหรือ
ทางบก็ได ั้งนี้ขึ้นอูกับื้นฐานขามูปารสิ่อบุคคล จากค
กลาวขางตามารวาคางามูานึ่งที่เกิ
จาระารณารรีรูะสลมขบุนั้ ลงกับงาจั
ปฐมพง บําเริบ (2550: 95) ดศึกษาโปรแกมการบริารงานลูคาสัมพันธที่มีคามสัมพักั
ทัศนคติพฤติกรรรมความจงักภักดีและความพึงพอใจของผูบริคใุรกิจกาใหริการครือา
โทศัทลื่ที่รุวา ผูริที่มีที่ตกัมีตรท
โปรแกรมการบริหงาลูกคาสัมพันธไแตกตางัน ละสอดคลองกับงาวิจัยขงนภัสนันท โตรื่
(2550: 64) ดศึวาคิห็งผูริคที่มีริลูคัมพัธร
สตารบัคสในกรุงเทพมหานครพบวา ผูบริโภคที่มีเศแกตงกันมีวาคิด็นตกาบริารงาน
ลูกคาัมพันธของราสตารบัคสดานการสรางสัมพันธดัวยรางวัล ดานการสรางสัมพันธดวยงื่อน
สัญญา ดานการสรางสัมพันธดวยคุณคาเพิ่ม และดานการสรางสัมพันธดวยการใหความรูเฉพาะดาน
141
แตกตางกัน และสอดคลอกับงานวิองวัชรี กาเซ็ิม(2553: 68-69) ไดศึกการรัรูต
สื่อโฆษณาอนไลนบนเว็บเครือขายสังคม Facebook พบา ผูใชเว็บเรือขายสังคม Facebook ที่มี
เพศแตกตางกันมีการรับรูตอสื่อโฆษณาออนไลนบนเว็บเครือขายสังคม Facebook ไมแตกตางกัน
5.1.2 ูริี่มียุตกัมีสัพัว
สตารบัคสและผูบริโภคแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางถิติที่ระดับ 0.05 โดเฉพาะกลุมผูที่มีอยุ
20-29 ป มีความสัมพันธอัดีะหวางกาแรบัสะผูบากี่ส ทั้งนี้เพาะกลุมผูที่มี
อายุ 20-29 ปเปนกลุผูบริสวใหญของกาสตรบัคสที่มการใชงนสื่ังคไลน
กาแฟสตารบัคมากกวากลุมอื่นๆ และจากการมีปฎิสัมพันธกับเว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกา
สตรบัสเประกอหเกิเปนคามสัมพัที่ดกับกาารบัคสมากลุอื่ ซึ่
สอดคลองกับิจัยวัช าเซ็นิม (2553: 71-77) ากูสื่ณาไลน
บนเว็บเคือาสัง Facebook วูายสั Facebook ีุ่แกตงกัมี
การับรูตสื่าอบสั Facebook กษะของสื่
โฆาอนสื่น จั
ปฐมพง บําิบ (2550: 96-98) ศึกาสี่ควาสัมพันธ
กัทัูหริ
เครือขายโัพื่อนที่ในเุงานควา ูบิโี่มีอายุที่แางกันมีผลตกา
ทําโปรแกราริหารานลูกาสัมันธแาัน
5.1.3 ูี่วงก
สตรบัคูาง นัสํี่ 0.05 ั้งนี้เพมว
ผูบริโภคจาชีพนนักิษัทนาราช นพักวิสาหกิจ หรื
นักเรี วสื่นสดีวกั ั่คื
Facebook ีู่นาร พูคุในเรื่
เดียวกัน ใสภาพวดอียวก าช จูี่เหมืนๆกัน
รือมีควาู นิ วกนั้กันรูรื่อึ่ง
สอดคลองกับแนคิดของประดิษฐ ศรีประสิทธิ์ (2536: 13) ที่กลาววา ความคิดเห็น คื วามรูสึกที่
มีตอบุคคลสิ่งของหรือสถานการณในชวงใดชวงหนึ่งอาจเปนการแสดงออกทาบวกหืองลบก็ได
ทั้งี้ขึ้นอยูกับพื้นฐานของความรูประสบการณและสิ่งแวดลอองตละบุคากคํากลาวขางต
วคิห็ปดรูนึ่ที่กิ
บกการีรูะสาพลองบุลนั้ และสลงกัานวิจัวัรี
ซ็ (2553: 81-83) ดึกรรูตสื่ณาว็รืขสังค
Facebook พบวา ผูใชเว็บเครือขายสังคม Facebook ที่มีอาชีพแตกตางกันมีการับรูตสื่ณา
ออนไลนบนเว็บเครือขายสังคม Facebook ไมแตกตางกัน
142
5.1.4 ผูที่มีดับกศึาสงสตกัมีสัพัอัดี
ระหวากาสตรบัคสะผูบรโภไมกตางกั ยงมีนสําคัญทางสถิติที่ะดับ 0.05 ทั้งนี้
เพราะไมวาผูบริโคจะมีระดับการศึกษสูงสุยูใะดัก็ตก็สามที่จะมีควาสัมพัที่ดี
รืมดีกัาแรบัสมืกั กาชื่สังคน
สตารบัคสนั้นไมจําเปนะตองเปนผูที่มีการศึกษะดับสูงเทานั้นจึงจะใชงานได สื่อสังมออนไลนใน
ปจจุบันมชสิ่งี่ใชานยกแะมีามซัซ Facebook, Twitter รือมต
Youtube ก็ไดมีการพัาปรุงใหเปมิตรกัผูใช (User Friendly) ากขึ้เรื่อย คนที่ไม
คอยะรูเรื่องคอมพิวเตอรมากนัก ก็ยังสามารถใชได หรือถาตองฝกเรีก็สามาเรียด ไม
ตองใชเวลามากนัก เพื่อทําใหสื่อสังคมออนไลนของตนใหถูกเขาถึงไดงายขึ้นและเปนที่นิากขึ้
ซึ่งอดคลับิจัยัสนันทื่น (2550: 80) ศึกามิด็นขผูบริคที่มตอ
ริสัว ูที่มีดั
การศึกษาสูงสุดาันมีคามารานาสัสตรบัคสด
การสรางสดวยวั าางสัื่สัานารงสัพันธว
คุณคาเพิ่ม าารางสัมันธดวยความูเาะาแาัน
5.1.5 ูี่ี่สัพัอัดี
ระหวางกาารบัคสแูบิโาัน างีนัยําคัญิติที่รับ 0.01 โดเฉพาะ
กลุมที่มีราี่ั้ 45,001 ึ้ สับัส
มากวาุมื่นๆี่มีรายนอวา ั้งนี้เุมี่มีรายเี่ยอือนตั้ง45,001 บาทขึ้
เปนกลุมูมีรายสูง ีกําังื้อสูงากุมื่นๆ ูบิโุมนี้ถานูกางก็จะเปนลูกจา
ระดับหัวหนางานขึ้นไ ือนผูบิโุมี่าชวนวที่ไดดะเมื่มี
การใชสื่อนื่นวากลุมอื่นๆ ซึ่
สอดคลองกับิจัยวัช าเซ็นิม (2553: 83-89) ากูสื่ณาไลน
บนบเครสั Facebook วูสั Facebook ี่ไดตอ
แตกตางกันีการับูตอสื่อาอนไนบ็บือายัง Facebook ารอนหือ
การคลิ๊กสื่อไลนะการปรับลักณะสื่โฆณาอลนตางกั แล
สอลองกับงานวิจัยงปฐมพงษ บําริบ (2550: 103-106) ไดศึาโกาบริหางา
ลูคสัพัธที่สัพักัทัคตติวารัดีะควาพึ
ผูบริโภคในธุรกิจการใหบริการครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ในเขตกรุงเทพมหานครพบวา ผูบริโภคที่มี
รายไดประจําตอเดือนที่แตกตางกันมีผตารทําโรมการบริหารานลกคาสัพันธแตาง
กัน
5.1.6 ผูบริคที่ใชเว็ไซสื่ังคมนไนขรบัคสที่ใช
ที่สุกตางกัมีความสัมพันอัดีะหวางกาแสตรบัคสะผูบริโไมตกตางกัน างมี
นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้เพราะกาแฟสตารบัคสไดทําการตลาดและการบริหารงานลูกคา
143
สัมพันธผานสื่สังคมออไลในหากลาอทางทั้งาง Facebook, Twitter, Youtube, Blog
และอื่นๆ ซึ่งสื่อสังคมออนไลนที่สตารบัคสใชทั้งหมดนั้นมีเปาหมายที่ไแตกตางกัน นั่นคือ การจง
ขาวสารตางๆถึงผูบริโภค การแบงปนประบกาณรวมกัะการสรางควาสัมพันธที่ดีะหวา
สตารบัคสและผูบริโภคใหมาขึ้น สอดคลงกับแนวคิดขอรรงศกวธิ์ง (2553: 66-
68) ที่ลา การใช Social media ในารรางควาสัพันธกัลูกคาธุรกิจสาารใช Social
media พื่ติสื่ลูคั้ที่ปลูคมะลคกพื่ร
ความสัมพันธระยะยาวกับลูกคา รียนรูวามตอกาที่กตางกันขงลูกคาะตอบงควา
ตลูคดคารที่ลูคตที่สุ ร
ควาสัพักับลูกคารรับฟงวาคิที่มีตรกจตาสิคหรืลิภัฑการต
คํทีู่ นี้ลูคาหรื
ขอบคุณลูกาที่ติช ารส Facebook Fan Page ารางามสัพันกับ
ลูกคายางอนื่อมีกับุงไวล ื่ายารสกาละ
เมนูใหมที่ี้ส YouTube าราพาทุกชิ้นข
สตารบัคสแื่อวเี่ยับาแานกุศี่จัดึ้นเื่อลูกาไเามาชม เปนตน
5.2 ารึกาควาสัมันรวางิหารสับนสื่สังค
ออนไลนขสตารบัคแามสัมันธอันดีรางาแสตบัคสแูบโภคพบวา การ
บริสัสื่นสสัพักั
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโนทิศางียวกัน ี่รับนกลาง อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติที่รับ 0.01 นื่อากูบสามารงาลูกค
สัมพันธบสื่นารสู รงาลูกคา
สัมพันธบนื่อสังนขสตารบัคสปนั้นนื่ ูายังไม
คุูซึ่ ึ่
สอลอ (2550: 116-118) าโกาบริหางา
ลูกคาสัมพี่ามสั าม มพึงพอใจ
ผูบริโในธุกิจกาหริการเครือขยโศัทคลื่อที่ใรุเทมหานครพบวา รท
โปรแกรมการบริหงาลูกคาสัมพันธความสัมพันธกับความพึงพอใจของผูบรคในกใชบริการ
ของแตละเครือขายในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ การวิมีความสลงกัวคิงอรนุชลิุวรกิจ
รุงโรจนิริพรมงคล (2554: 68-70) ที่กลาววา ถาบริษัามารถใชสื่สังคมลนในารจัดการ
และบริหารบริหารงานลูกคาสัมพันธอยางถูกวิธี มันจะกลายอีกนึ่งเครื่องมือที่งปะสิาพใน
การสรางสายสัมพันธกับกลุมลูกคาไในระยะยาวได และสอดคลองกับนวคิดของภิเษก ชัยิรันดร
(2554: อนน)ี่ลวว CRM ื่สังคนะเามามีบทบาสําคัญในารสราง
ความสัมพันธกับลูกคาอยางแนบแนนไปเรื่อยๆซึ่งเปาหมายสุดทายคือควาภักดีตอแบรนด(Brand
144
loyalty) จากนี้ยังสอลอกับแนวิดงชื่จิต จงเจนกิ (2544) ที่กลวา CRM
ถึกิจกางกาที่ะทําตอลูคุงใหลูคิดใจมีรัูที่ดี
ตลอดรูสึกชอบบริษัทและสินคาหรือบริการของบริษัท ทั้งนี้จะมุงเนนกิจกรรมการสื่อสารบบส
ทางดยมีจุดมุงหมายเพื่อพัฒนาความสัมพันธระหวางบริษัทกับลูกคาใหไดประโยชนทั้งองฝายเปน
ระยะเวลายาวนาน
5.3 ผลการศึกษาควาสัมพันธระหวางความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
ผูริโภภัตาสคารบังผูริขตรุานว
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภมีความมพันธกับความภัีตราสินค
สตารบัคสของผูบริโภคในทิศทางดียวกันที่ระดับคอนขางสูง อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดั0.01
เนื่องจากผูบิโสวนใมีคามสัมันธอันดีกับาแสตบัคสโวมูในรงสงผทํ
ใหผูบริโภิดวาักีตอินคาสตบัคสนรับอนข ซึ่บงานวิจั
ปฐมพงําิบ (2550: 113-116) ศึกาโาริหูกาัมันธที่มีความสัมพันธ
กับทั วาูารใหบริ
เครือขื่ี่ รงลูกค
สัมพัวาสัูข
ทิศทางเดียวกัน วิจัช ากิต (2550: 100-102) ไดศึ
การริารามสัาแี่วาลูกคาธนาคา
ธนชาต จําัด (าช) นเุงนคว ารสัลูกคราดาน
ทั้ง 3 ดาน แสรางามัมันการาควาสั ะการาย
ความสัมพกวาับวาาที่าคาราต จํากัด
(มหาชน) ใิศางียวกัน
ั้นี้ วิวาวควร สรรัน (2550:
365) ที่กลาววา าราดารางวาสัมันธ (Relationship marketing) นารลาดโด
มุที่ใหลูคกิ
ความรูสึกที่ดีกับบรษัทแะสรางความัมพันธสวนัวในระยะยาวตุรกิจ (Schiffman; & Kanuk.
2007: 536) ธุรกิจจํานวมาไดรางคามสัมพัอันดีซึ่งบางที่เรีกวรแกรการสรางความ
ภักดี (Loyalty programs) เพื่อสรางความซื่อสัตยและวามผูกผันของผูบริโภคที่มีตอผลิตภัณฑและ
บริกาของบริษัท และสอดคลองกับแนวคิดของปณิศา ลัญชานนท (2548: 273) ไอธิบายไววา การ
บริหารการสรางสัมพันธอันดีกับลูกคา [Customer Relationship Management (CRM)] เปนขั้นตอน
การสรางละารธํงรักษาคามสัมพัอัดีกับลูกคาโงมบคุคที่เหนือกวาคูงละ
พึงพใหกัลูค ริษัทํกําวย ลคื ริษั
รายละเอียดขอมูลเกี่ยกับลูกคาแตละรายแลีการติดตอกับลูกคาอยางใกชิดพื่กใหกิดควา
งรักภักดีจากลูกคาสูงสุด (คอตเลอร; และอารมสตร็อง. 2547)
145
ขอเสนอแนะที่ไดจากการวิจัย
จากกาศึกษจัยามคิห็นผูริโคที่มีตการบริหรงลูกคาสมพัธบสื่
สังคมไลนขงกาแฟสารบัคสที่มีคามัมพันธกัความพันธีแะคมภดีต
สินคาของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ผูวิจัยมีขอเสนอแนังนี้
1. กาแฟสตารบัคสควรทําการริารงานลูกคาสัพันธบนื่อสังคมอนไลนขอ
กับกุมผูบริโภคที่มีอายุตั้งแต 30 ปขึ้นไะกลุมผูบรที่มีายไดฉลี่อเดืนตั้งต 45,001
บาขึ้นไปอยางตอเนื่อง เพราะผูบริโภคทั้ง 2 ลุมนี้เปนกลุมี่มีระดับวามสัพันธอันกับกาแ
สตารบัคสและมีกําลังื้อสูงกวากลุมอื่นๆสตารบัคสจึงจําปนที่จะตองรักลูกคาทั้ง 2 กลุมนี้ไวกั
หยที่สุ ดันั้ารบัสรตมีารศึพิ่วทํ
ปรับปรุงเว็บซตื่อสังนานใี่สามาริ่มวาสัผูบริโคกลุมนี้
ไดดียิ่งขึ้ ารับวสารื่สันาจทรแท
ความรูและนื้อาสาริ่มิมารตามิด็นขูบิโนาง ื่องจากผูบริโภ
กลุนี้มัื่สันาขมูที่มีระ
มากกวื่วางเนั้ งารสะโแมี
ความนาเชื่อือสูง าแารบัคสคอีการัดิจสานความสัมันธรวนมากขึ้นโดยใช
สื่อังคมนสาว นั้ิจี่ั้ระนในกา
ชวยเหลือังวามันเิงาวัน น ารัดิจวิ่ชวยลืบา
เด็กกําพรา ารัดิจ Walk Rally ินสุนสาง กิจกรร
รวกัิ่
ําหนายถุงาบุแวสตารบัคใกับูบิโ ื่งกะดาษือ
ถุงพลาส ี่นําขาราใสี่านวนคาสินค
เพิ่ขึ้นซึ่ึงาการ (Green marketing) เปนการสราง
ภาพลักษณที่ดีใกับาแารบัคสไอีกางนึ่งวานการําั่นสงสริมการขนั้นม
ควเนนที่การินคาเนหักูบุนี้ีรีู่ว ควรจะ
เนไปที่การทํรโั่นจาการสะสมในบัตมาชิารบัคสพื่อกระตุหผูบริกิ
แรงจูงใจในการซื้ากึ้น ชกาชแมในบัตลกงขวัญ ขงชํารตางๆ าระสตม
พื่สสิ บั ตปสคตั๋รื่บิ
ตางประเทศ เปนตน หือกิจกรรางการตลาดการวมกันระวางผูบริโคแะสารบัคสช
การใหผูบริโภสงชิ้นสสิคาขงสรบัชิโชครทองเที่ยามารกําเนิด
สตารบัคสที่สหรัฐอเมริกา เปนตน ก็นาจะามารถดึงูดควาสนใจจากผูบริไดนอยงด ละ
ทําใหผูบริโภกลุมนี้สมัครบัตรสาชิกงสารบัคสมากขึ้น เปนการําใหผูบริโลามาป
ลูกคาระจําของรานและรักษาผูบริโภคกลุมนี้ไวไดอยางยาวนาน
146
2. กาารบัคสควรองมีการับรุงกาบริหารงานลูกคาสัพันบนสื่สัคม
นม่ํดูสลูค ดมู
ราละอีดขงลูคใหมีระสิาพกขึ้ พรจากผการวิจัยวผูริคสนใญมี
ความคิดเห็นตอการบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนกาฟสารบัคสทั้2านี้
อยูในระดับปานกลาง ดังนั้นผูวิจัยจึงมีขอเสนอแนในการรับปรุงการบริารงานลูคาสัมพับ
สื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสดังตอไปนี้
2.1 ดานความสม่ําเสมอในารดูลแะเอาใจใสลูกคกาารบัคสองมกา
เพิ่มประสิทธิภในกาตบกับผูบริที่เขมาทน สอบถใหขนะ ใหมีควา
รวดเร็วมากขึ้น ดวยการเพิ่มบุคคลากรผุดูแลเว็บไสื่ังคนไนงตละมีกรฝกฝให
บุคคลารผูที่ทําหนาที่โตับูบิโีความู ีทักี่ารูิโ พื่อที่จะ
สามารถอสงัยซัูิโ วดากึ้ละการพิ่
กระบวนกาิดวาึงูบิโ ารสอามควาึงใจองผูบริโภ
หลังจากที่ไรับอูลากสตารบัคาเนอาง ูนนระดั
ความพึงาว 1-5 างสื่ไลนงกาแ
สตารบัคสเื่อนําไับุงสินาแิการอนอนาค วมึงาผูบิโีขอเ
เพิ่เติก็สามารสารวกื่วามพึงพ
และความรูสึกี่ดีขูส ั้นี้ากว ผูบริวน
ใหญมีควาิด็นอารารานสัื่อสันาแรบัคสดาน
ความสม่ําเสมนการูแสลูกาอูในรับานก
2.2 านคามสใูกบัคสองมีก
สรางฐานขอูลูบิโึ้นม าะูที่ใสื่อสังนไนขสตารบัคดวยการเปดให
ผูบริโภคที่สนางว็าร ิสวนตสิ่งที่
ผูบริโภคส ิ่งี่ผูบิโอ สนําฐี่ มาใชใหกิด
ประโยชทั้งอาว ารนํ ารั่เฉพาะบุคลที่
แตกตางกันดยพิจารณาามเพศ อายุายด ะสิ่งที่ผูบริโสนใจหรืมีวามตงการน
พิเศษ เชน การมอบของขวัญวันเกิดเปนแกวกาแสตรบัคสาผูริคเปูชายบของวัญ
เปตุกตมีรบัสถผูผูหญิะมอบงขวัญเปนะติน้ํรอตารบัส
สําหรับผูบริโภคที่มีอายุตั้งแต 30 ขึ้นไปทั้งนี้เพื่อทําใหผูบริโภคเกิดความระหลาดใจและเกิดควา
ประทับใจตอกาแฟสตารบัคส ทั้งนี้เพราะจากผลการวิจัยพบวา ผูบริโภสวนใหญมีความคิดนต
การบิหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่องคมอไลนกาฟสารบัคสดาความเอาใจใสในขมู
รายละเอียดขงลูกคาอยูในระดับปนกลาง
3. ผูริโภสวนญมีิดห็ตการงานลูคสัพัธื่สั
นขาแรบัคดหบริบบนึ่ตอหนึ่วมยูตมื่
147
พิจารณารายขอลพบวา ูบริโภสใหญีควาคิด็นในขเว็ตสื่สังคนไนข
รบัสีการตกัทบุยูดัลา ดันั้พื่ทํห
บริหารงาลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสเกิะสิธิสูงสุด จึงควรมี
การปรับปรุงโดยใหกาแฟสตารบัคสเพิ่มความเปนสวนตัวในการสื่อสาร สนทนากบผูบริโากขึ้
แตดวยขอจํากัดของเว็บไซตสื่อสังมออนไลนตางๆ เชน Facebook, Twitter ที่ขอมูลตางคอนขาง
เปนารณะ ดังนั้นกาารบัคสจึงควรใชสื่สังคนไลนชองทางอื่น เชน การสรางเว็
บอรดสวนตัวสําหรับผูบริโภคคนไทยบนเว็บไซตสตารบัคสปรเทศไทย เพื่อใหเปนเว็บบอรดสําหรับ
คอกาแฟสตารบัคสตัวจริงเทานั้น โดยผูที่จะเขาชมหรือแสดงความคิดเห็นตองเปนสมาชิกขงสตาร
บัคสที่ผานการลงทะบียนกับเว็บไตกาแฟสตารบัสะมีการใช username ในกาlogin เขใช
งาน ะมาริ่ั่าหาสสี่นชน สวน
สินค10% ิดั้ ีู่เอ 1 ิ้นจา
สินคาที่มีาหาูานาแัคส ู Check-in Facebook รื
Foursquare ี่รานกาแารบัคสสาที่บูวนสิา 5% นตนทั้นี้เพื่
ทําใหผูบริโิดามูสึาตนเนคนพิเ ิดามับอาแรบัคส
4. าแารบัคสจึงวรับุงสื่อสังนนื้หาที่นาสใจ
มาขึ้น โดนื้อ าวารางี่สตบัคสแงผูบิโนั้นสารี่ใหผูบริโมี
สวนรวมในวาิด็นอางสม่ําเ น ารผูบิโวันงความคิห็
วารานกสตารบัคสาขาไนนานั่งี่สุด าะ ือารผูบิโวงความคิห็
ถาหากกาแสตบัคสจินคาเื่อื่มนิดือารดผูคบอลาละ
บงี่สี่ตผ
เว็บไซตื่อสันาร ื่ําูาร
ความคิดเห็นเี่ยวกับินคาแิกสตารบัคอางสม่ําเิ่มึ้เพราะจากผล
การศึกษาวูิโสวนีควาสัวางารผูบริ
รวมอยูในรับเื่อิจารารอวพา ูบิโสวนใีความิด็นในขอการแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสินคาและบริการขอฟสตารบัคสอยางสม่ําเสมอในระดับปานกลาง
5. กาแฟสตารบัคสประเทศไทยควรตองมีการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานลูกคา
สัมพันธบนสื่อสังคมออนไลนของตนเองมากขึ้นทั้งในดานการรับฟงเสียงของผูบริโ การรบขมูล
ปอนกลับกาใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่ง ความสม่ําเสมอในการูแลและเอใจใสลูกคามารฐนก
ใหบริการ ความจริงใจละวามโปรงใ ความเอาใจใสในขอมูลรายละเอียดของลูกคา และโปกร
การสรางลูกคาที่ซื่สัเพราะจากผลการศึกษบวารริารงานลูคาสัมพันธนสื่สังคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคสโดยรวมมีความสัมพันธกับความสัมพันธอันดีะหวางกาแฟสารบัคส
ละผูริคในทิศทางียกั ที่ะดับปานลา ทั้นี้พื่อทําใหูบริภคมีามสัพันธี่ดีกั
รบัคสขึ้ ะกริลูคสัพับนรืขายงคน
148
Facebook ของสตารบัคสประเทศไทยที่ผูบริโภคคไทนิใชงามากที่ อีกทั้งควตงข
ขอบเขตการทําการบริหารงานลูกคาสัมพันธออกไปังเว็บไซตสื่สัคมไลนื่น ชน Twitter
ที่ปจจุบันสตารบัคสยังไมไดเปดการใชงานใหกับผูบริโภคในปรเทศไทยโดยเฉพาะตผูบริที่ใช
Twitter รบัสาก (ภาอั) นั้มีสัพัธที่ดีกับสบัส
เชนเดียวกัน รวมไปถึงการตอยอดการทําการตลาดบนแอพพลิเคชั่นขศัพทสมรฟน ชน
Foursquare ที่ปจจุบันกําลังเปนที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หรืออจจะทําการตลาไปถึงเว็บไซต Media
sharing อื่อกนืจา Youtube เช Picasa Web Album ละ Instagram ใหผูบริ
สามารถแบงปนประสบการณรวมกันอีกทางหนึ่ปตั้งนี้พื่หการบรหางานลูกคาสพันธ
งกาแารบัคสีควาครลุมลุมผูริโที่ใชงนสื่สังคมไลนประเางมา
ที่สุ สัี่สูึ้
ชองทาง
6. ึกาพวาควาสัวางารละผูบริมี
ความสัมพันธกับวามักีตอาสินคาารบัคสางวก ี่องสูวา
ความสัมพันธอันดีรวาาแารบัคสแูบิโ สามารสงําใผูบิโมีความภักดีตอ
ตราสินคาในรับสูงังนั้นสตบัคปึงอความสํากาบริารงาน
ลูกคาัมพันธบนสื่อสันาง าใูคมีสวนวกับ
ตราสินคาทั้งนดานการสดามิด็น ัดิจวมันางนป าใลูกคาใม
กลายมาเปนูกาํา ําใผูบิโุกิดามึงสูสุ ามูกพันธกับ
สินคาสตารบัคสากี่สุด าะาารสาใูบวาสัที่ดีับนม
ขึ้นเทาใด ็จสงําใผูบิโีคามักีตอาสินาสตารบัคมากึ้นเานั้น
ขอเสนําับกาิจัยั้งอ
1. ําการึกวิจัยิงียียับุริจิจาร าสื่ที่มีารราง
ความสัมพันธอันดีกับูกาดวยาริหูกาัมันธนสื่อสังนไนเนดียวกับกา
สตารบัคส เพื่อใหทราบขอเปรียบเสียเปรียบของระบบารริารงานลูกคสัมพันธบนสื่สัคม
ออนไลนของกาแฟสตารบัคส
2. ศึกษาวิจัยในดานการตลาดบนสื่อสังไลน (Social media marketing) ดานอื่น
วามีการตลาดบนสื่อสังคมออนไลนใดบางี่สามารถสรางความสัมพันธอันดีระหวางกิจการและลูกค
ในระยะยาวและสามารถสรางความภักดีตอตราสินคาของผูบริโภคได
3. ศึกษวิจัในดนเรื่มือางการตลาออไลน/อิเตรเน็ (Online marketing
tools/Internet marketing tools) านอื่นๆที่ธุรกิจ กิจการใชอยูบนอินเตอรเน็ต วามีเครื่งมืใดบาง
ที่สาารสรางความสัมพัอันระหวางกิจการและลูกคาไดในระะยละสามารถรางควา
ภักดีตอตราสินคาขอูบริโภคได
149
150
บรรณานุกรม
กัลยา วานิชยบัญชา. (2545). การวิเคราะสถิติสําหรับการบริหารและการวิจัย. พิมพครั้งที่ 6.
กรุงทพฯ: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
-------------. (2546). ารใช SPSS for Windows ในการวิคราะหขอมูล. พิมพครั้งที่ 6 กรุงเทพ:
ธรรมสาร.
-------------. (2548). การใช SPSS for Windows ในารวิเคราะหขอูล. พิพคั้ที่ 7. กรุงเทพ:
ธรรมสาร.
เกียรติสุดา ศรีสุข. (2552). ระเบียบวิธีวิจัย. เชียงใหม: โรงพิมพครองชาง.
กาญนา วเ.(2541). ื่: ีแ. เทพฯ:
ิชสื่อสารนิเาสตุฬมวิทาลัย. 2541
กานดา พูนาภวี. (2539). สถิติเื่อวิจัย. ุง: สิกสเซ็นเ.
ักรพงษ คาลัย.(2554). าราด 2.1 ุกบงาน. คํานิ.
ิมคั้ง. ุง: ูปตัส
ชื่นจิต แจงิจ. (2544). าริหารูกาัมันธ. ุง: ิปง อ .
ชูศรี วงรันะ. (2534). นิคารสถิติเื่อาริจัย. ุง: นริต พิมพ.
ดิฐวัฒน ิปต. (2551). จัยี่มีอิทิพอามักักีในตาสินาน้ําื่มจุขวดตราสิงห
ูาน. นิ ิห. มหวิลั
ีนคินทวิโ.
ดลชัย บุณัต. (2545). Brand Voice. ุง: ิปง.
ธนัส เกษมานันท. (2544). จัยี่มีผอิการเ็บซตขูใอินอรเน็ตในเ
ุงานค. วิทานิพนธ ิญวรสาราบัณิต.
าวิทสต.
ธีพัน. (2547, 30 าย). ื่าม: ามภัีใตร
สินคา. มติชนรายวัน. 27(9761): 20.
นภสนัท ื่น. (2550). ความคิเห็งผูบริโภคที่มีตการบริารงาลูกคาสัพันขงรา
รบัสในรุ. นิ ริิจบัณฑิ. วิลั
ศรีนครินทรวิโรฒ.
ปฐมพง บําเริบ. (2550). โปรแกรมการบริหารงาลูกคาสัมพันที่มีความัมพันธกับทัศนติติ
กรความจงรักภักดามพึงผูริในธุรกิจการใหริารเคือข
ศัทลื่ที่รุ. นิธ ริกิบัฑิ.
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปณิศา ลัญชานนท. (2548). หลักการตลาด. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพบริษัท ธรรมสาร จํากัด.
151
ปณิศา มีจินดา. (2553). พฤติกรรมผูบริโภค. พิมพครั้งแรก. กรุงเทพฯ: ธรมสาร.
ะดฐ ีปสิธิ์ (2536). ควมคิเหเจนี่ผูฏิบัติงบลที่มีตนที่ข
ลัผูจํ. วินิ ศิ
มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
พัชรินระภากรติ. (2550). ารบริหารวามสัมพัธูกคาละปจัยบริารงาที่มต
ควจงรัักีของลูกคาค จํากั (มาชน) ในุงนค.
สารนิพนธ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พรทิพย เกียรติภาคภูมิ. (2551). กาบริหารลูกคาสัมพันธที่สงผลตอพฤติกรรมการซื้อของผูบริ
กาแฟสตารบัคสในกรุงเทพมหานคร. สารนิพนธริารรกิจมหบัณฑิ. หาวิทยาลัย
ีนคินทิโ.
พรรณมณาจ. (2547). ารื่อสาราราดี่มีอิทิพอิการื่มฟของผูริ
ี่ส . ริกิ
าบัณิต. วิทาลัยีนคินทิโ.
ภิเษก ชัยิรันด. (2553). ารวใาน Social media. ั้. เท: ซอ็ด
ูเั่น
มีนา ออางนอ. (2553). ุณาตาสินคา วาางวาี่ตความักดี
CAT CDMA ( ซี). นิ บัณฑิ.
าวิทัยีนคินวิโ.
วัชรี าเ. (2553). ูสื่นสั Facebook.
าริพนธิหารุริจาบัณิต. วิทาลัยีนคินทวิโ.
วิทวัส ชัยปาณ. (2546). Brand Building Through Consume Insight. านด. กรุงเทพฯ:
ิปง
วิทด . (2547). ซี- าด. กรุงเ.
ํานักิมว.
ศรีกัญญา มงคลศิริ. (2547). Brand Management. พิมพครั้งแรก. กรุงทพฯ: แบรนด เอจ.
ศิริกุล เลากัยกุล. (2546). รางแบรนด. กรุงเทพฯ: อมรินทร.
ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. (2548). การวิจัยการตลาด. พิมพครั้งแรก. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
ศิริวรรณ เสรีรัตน. (2550). พฤติกรรมผูบริโภค. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
สุพรรณี อินทรแกว. (2549). การตลาดุรกิจบริการเฉพาะอยาง. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส.
เสรี วงษมณฑา. (2540). ครบเครื่องเรื่องการสื่อสารการตลาด. ุงเทพฯ: วิสิทธิ์พัฒนา.
อมรรัตน พินัยกุล.(2549).ปจจัยที่มีอิทธิพลตอความจงรักภักดีในตราสินคาไอศกรีม Swensen’s ของ
ผูบริในรุานคร. สารนพนธ ริหารกิมหบัณฑิ. าวิลั
ศรีนครินทรวิโรฒ.
152
อิราวัฒน ชมระกา. (2547, กุมภาพันธ-กรกฎาคม). CRM : กลยธรกิจเพื่อรางคุณคาระยะยาว.
วารสารวิชาการ ราชภัฎอุตรดิตถ. 2(4).
รนุช เลิสุวรณกิจ แะรุงรจน ศิริพรมงคล. (2554). รตลาด 2.1 ปรยุกตใชโซชีลมเดีย
อยางไรใหตรงกับงาน. พิมพครั้งแรก. กรุงเพฯ: จูปตัส
อรวรรณ วงศแกวโพธิ์ทอง. (2553, 18 กรกฎาคม). Social Media เครื่องมือเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ.
วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. 8: 63-68
เพิ่มพลังใหนดวยเครือขาสังคมอนไลน. The power of community online. (2554, 16-30
มิถุนายน). ินมารเก็ตติ้ง. หนา 1-3
Aaker, D. A. (1991).Managing Brand Equity : Capitalizing on the Value of a Brand Name.
New York, NY. : The Free Press.
Auken, B. V. (2004). The Brand Management Checklist. London: CPI Group.
Assael, H. (2004). Consumer Behavior: A Strategic Approach. Boston: Houghton Mifflin.
Berry, Leonard (1983). Relationship Marketing. American Marketing Association, Chicago.
Chester Barnand. (1938). The Functions of The Executive. Cambridge, Massachusetts :
Harvard University Press.
Eley, B., & Tilley, S. (2009). Online Marketing Inside Out, Melbourne: SitePoint.
Frederick Newell. (1999), Loyalty COM. McGraw-Hill : New York
Guest, L.P. (1944). A Study of Brand Loyalty. Journal of Applied Psychology, Vol. 28
pp. 16-27.
Jacoby, J.; & Kyner D.B. (1973). Brand Loyalty VS Repeat Purchasing Behavior. Journal of
Marketing Research. Vol. 10 No.1, pp. 1 - 9.
Kotler, Philip. (1997). Marketing Management : analysis ,planning ,implementation
control. 9th ed. New Jersey : A Simon & Schuster Company.
Kotler, Philip & Keller, Kevin Lane. (2006). Marketing Management. 12th ed. New Jersey:
Prentice-Hall.
Kristin Anderson; & Carol Kerr. CRM ารบรรลูคาสัมพั. แมัลิกา ตสอ.
กรุงทพฯ : เอ็กซเปอรเน็ท. 2545 : 15
Lau, Geok Theng. (1999). Purchase-Related Factors and Buying Center Structure., The
Journal of Industrial Marketing Management, Vol. 28, p. 573-587.
Lau, Geok Theng; & Lee, Sook Han. (1999). Consumers' Trust in a Brand and the Link to
Brand Loyalty. Journal of Market-Focused Management.4 (4),p. 25.
Rapp, Stan; & Thomas L. Collins (1994). Beyond Maxi Marketing, McGraw Hill Inc.
153
Sarkkinen, K. (2009). The Role of Social Media in Customer Communication in Business-to-
Business Markets, Master’s Thesis, Department of Marketing, University of OULU.
Singh, T., Veron-Jackson, L. & Cullinane, J. (2008). Blogging: a new play in your marketing
game plan. Business Horizons, 51, 281 - 292.
Schiffman, Leon G; & Kanuk, Leslie Lazer. (1994). Consumer Behavior. 5th ed. Englewood
Cliffs, New Jersy: Prentice-Hall, Inc.
Schiffman, Leon G. (2007) Consumer Behavior. 4th ed. Pearson Range Extension, Inc.
Stanley A Brown .(2000), Customer relation management : a strategic imperative in theworld
of e-business .Canada : Trio-Grappler Printing Ltd.
Stone, Merlin ; Woodcock, Neil; & Machtynger, Liz (2000). Customer Relationship
Marketing: Get to Know Your Customer and Win Their Loyalty, Kogan Page.
Stone, Merlin; & Woodcock, Neil. (2001). Relationship Market. London : Kogan.
สื่ออิเล็กทรนิก
บุริม โอกานนท. (2552). วาักีตอาสินคา. (นไน). ืบนื่อ 16 ฎาคม 2554, จาก
http://inside.cm.mahidol.ac.th/mkt/index.php?option=com_content&view=article&id=
348:-brand-loyalty-&catid=1:mk-articles&Itemid=11
ภิเษก ชัยิรันด. (2554). ารSocial Media สําหับ CRM ื่อสราง Brand Loyalty. (ออนไลน).
ืบนเื่อ 11 าค 2554, าก http://www.doctorpisek.com/pisek/?p=933
สตารบัคส. (2554). ื่าขาขาร. (ไลน). สบคน
ื่อ 16 ฎาค 2554, http://www.starbucks.co.th/th/_Our+Stores/
เอนก ฉาบสง. (2554). ุงนควาสัมัน. (น). สืบนื่อ 12 กรกฎคม
2554, าก http://anekblog.com/archives/347
Akaihane’s webmaster. (2011). New Starbucks branding. (Online). Retrieved July 16, 2011,
from http://www.akaihane.co.uk/blog/new-starbucks-branding
Brand Channel. (2010).How Starbucks Dominates Facebook.. (Online). Retrieved July 16,
2011, from http://www.brandchannel.com/home/post/2010/07/15/Starbucks-
Facebook-10-Million.aspx
Chaisudsud’s webmaster. (2553). Social Media. (ไลน). สืบคนมื่อ 23รกาค 2554,
าก http://chaisudsud.wordpress.com/2010/06/12/what-is-social-media/
http://servertoday.blogspot.com/2009/05/social-media.html
154
Forrester Research Inc. (2009). Advertising will change forever. (n.d.). Retrieved August 30,
2011, from http://forrester.typepad.com/groundswell/2009/07/advertising-will-
change-forever.html
Jacob Morgan. (2010). Visualizing the Social CRM Process. (Online). Retrieved July, 11
from http://searchenginewatch.com/article/2048766/Visualizing-the-Social-CRM-
Process
Marketing Oops. (2552). Socail media มันคืออะไร. (อนลน). สืบคนเมื่10 กรฎาค2554,
าก http://www.marketingoops.com/digital/social-media/what-is-social-media/
-------------. (2553). Starbucks กับสูตรความสําเร็จบน Social Media. (ออนไลน).
ื่ 12 2554, http://www.marketingoops.com/brand-
marketing/strategy-brand-marketing/starbucks-3/
-------------. (2554). 10 Top Consumer Brands Social Media. (น). สืบคนเมื่อ
18 ฎาค 2554, าก http://www.marketingoops.com/reports/top-10-brands/
News social mediaswebmaster. (2553). าราดาSocial Media. (นไ).
ืบนเื่อ 22 ฎาค 2554, าก
http://newssocialmedia.blogspot.com/2010/09/blog-post.html
Positioning Magazine. (2553). สตารบัคปน Fan's Page เน Fourth Place. (อนไลน).
ืบนเื่ 20 ฎาค 2554, าก
http://www.positioningmag.com/magazine/details.aspx?id=89587
Servertodays webmaster. (2552). Social Media ับิทิพอารัดินใูบริโภค.
(นไน). สืบนเื่อ 23 ฎาค 2554, าก
Starbuck coffee. (2011). Starbucks Company Profile. (Online). Retrieved July 15, 2011, from
http://assets.starbucks.com/assets/aboutuscompanyprofileq3201172811final.pdf
155
ภา
156
ภา
บบสบถาเพื่อิจัย
157
เลขที่
แบบสอบถามเพื่อการวิจัย
เรื่อง การบริหารงานลูกคาสัมพันธบนสื่อสังคมออนลนของกาแฟสตารบัคสที่มี
ความสัมพันธกับวามสัมพันธอันดีและความภักีตอตราสินคาของผูบริโภคในเขต
กรุงเทพมหาน
คําชี้แจงในการตอบแบบสอบถาม
แบบสอบถามชุดนี้มีวัตถุประสงคเพื่อการศึกษาวิจัยเรื่อง การบริารานลูคาสัพันธ
สื่อสังคมออนไลนขบัคที่มีคมสัมพันธธวาภักดีต
สิคผู ึ่ึ่ศึลั
บริหารธุรกิจมัณิต มหิทลั มูี่องทานถูกเก็
รวบรวมไวเปนมลับ ําเสเห็นเปนมเทาั้น
มื
แบบสอบถามั้งี้ ั้งีู้วิจัยแงมอเปน 4 วังี้
สวนที่ 1 ขอมูลักวุคงผูต
คําชี้แจง โปรดําเคื่อมา ลง ือเตมขอมลงอาี่สดงไวใน
แบบสอบถามี่ับมเปนามาีุ่ดียอเดีย
1. เพ
1.1 ชา 1.2 ิง
2. อา
2.1 ต่ํากวา 20 ป 2.2 20 - 29 ป
2.3 30 - 39 ป 2.4 ตั้งแต 40 ปขึ้นไป
3. ระดับการศึกษาสูงสุด
3.1 ต่ํากวาปริญญาตรี 3.2 ปริญญาตรี
3.3 สูงกวาปริญญาตรี
4. อาีพ
4.1นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา 4.2 พนักงานบริษัทเอกชน
4.3 ขาราชการ / รัฐวิสาหกิจ 4.4 ธุรกิจสวนตัว / อาชีพอิสระ
4.5 พอบาน / แมบาน 4.6 อื่นๆ โปรดระบุ……………...
158
5. รายไดเฉลี่ยตอเือน
5.1 ต่ํากวาหรือเทากับ 15,000 บาท 5.2 15,001 – 30,000 บาท
5.3 30,001 – 45,000 บาท 5.4 ตั้งแต 45,001 บาทขึ้นไป
6. เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของตารบัคสที่ใชมากที่สุ
6.1 www.facebook.com/StarbucksThailand
6.2 http://twitter.com/#!/Starbucks
6.3 http://www.youtube.com/user/Starbucks
6.4 http://mystarbucksidea.force.com/
6.5 อื่นๆ โปรดระบุ………………..
สวนที่ 2 ขอมูลี่ับ็นงผูบิโี่ีตอิหงาูกาสัมพันธ (CRM)
บนสื่อสังคมอ (Social media) งกบัค
คําชี้แจง โปรดําเคื่อมา ลงอาี่ับมคิดเห็นามาที่สุดเพียงชอง
เดียว
การบริหางาูกาัมัน(CRM) ื่อ
สังคมองกบัค
ับคคิดเห็น
ห็นว
าิ่ง
(5)
ห็นว
(4)
แใ
( 3 )
ห็น
ดวย
(2)
ห็นดวย
อยายิ่ง
(1)
การรับฟงเสียูบิโ
1.
ทานสามารอิดอับ
สตารบัคสผานื่อังมอลนโา
2
.
ทานสามารํา
/
ิช
ิกือินา
ของทางรานผาื่อังมอลนขบัค
การรับขอมูลปอนกลับ
(Feedback)
3.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัค
สามารถตอบขอสงสัยของทานไดอยางรวดเร็ว
4.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคส
ใหความเปนกันเองในการโตตอบกับทาน
การใหบริการแบบหนึ่งตอหนึ่
5.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสม
การโตตอบกับทานเฉพาะบุคคล
159
การบริหารงานลูกคาสัมพันธ (CRM) บนสื่อ
สังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคส
ระดับความคิดเห็น
เห็นดวย
อยางยิ่ง
(5)
ห็นดวย
(4)
มแนใ
( 3 )
ห็น
ดวย
(2)
ห็นดวย
อยายิ่ง
(1)
6.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสม
การนําเสนอสินคาหรือโปรโมชั่นสินคาไดตรงตาม
ความตองการของทาน
ความสม่ําเสมอในการดูแลและเอาใจใสลูกคา
7.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของกาแฟสตารบัคสม
การโตตอบกับทานอยางสม่ําเสมอ
8.
เว็บไซตสื่อังมอลนขบัค
ดูแลเอาใจใสาเปนา
มาตรฐานการบิก มจิงละง
9.
เว็บไซตสื่อังมอลนขบัคมีค
รับผิดชอบ ตออออเรียาเปน
อยางดี
10.
ขอมูลที่ทารับ
เว็บสื่อ
ออนไลนของสบัคมีคมนาเชื่อือ
ความเอาใจใอมูลรละเอียลูกา
11.
เว็บไซตสื่อมอขบัค
จดจําทานไดเมื่อมีกับา
12.
เว็บไซตสื่อมอขบัค
มีการมอบของัญือมชั่นันิเศแ
ทาน เชน วันเิด
โปรแกรมการสรางลูกคาที่ซื่อสัตย
13.
ทานทราบขอมูลรายการสงเสริมการขายในแ
ละเดือนจากสื่อสังคมออนไลนของสตารบัค
14.
ทานไดรับโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อทานเปนสมาชิก
ของสื่อสังคมออนไลนสตารบัคส เชน สวนลดินคา
15.
เว็บไซตสื่อสังคมออนไลนของสตารบัคสจัด
กิจกรรมตางๆที่ทําใหทานสามารถมีสวนรวมได
อยางสม่ําเสมอ
160
สวนที่ 3 ขอมูลเกี่ยวกับความสัมันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคสและผูบริโภค
คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความคิดเห็นของทานมากที่สุดเพียงชอง
เดียว
ความสัมพันธอันดีระหวางกาแฟสตารบัคส
และผูบริโภค
ระดับความคิดเห็น
เห็นดวย
อยางยิ่ง
(5)
ห็นดวย
(4)
มแนใ
( 3 )
ห็น
ดวย
(2)
ห็นดวย
อยางยิ่ง
(1)
1.
ทานตองการรับขอมูลขาวสาร ความเคลื่อนไหว
โปรโมชั่นตางๆจากกาแฟสตารบัคสอยางสม่ําเสมอ
2.
ทานแสดงคมคิดเหเกี่ยับินาละ
บริการขอกาบัคอาม่ําเสมอ
3.
ทานคิดวาบัคจมีคุณมาึ้น
จากการไดรับําําา
4
.
ทานมีความุขี่ไดื่มกบัค
5.
ทานเขารวมกิจิมก
ตางๆกับรานกบัคเปนํา
6
.
ทานรูสึกพึงอินาละบ
ของรานกาแฟบัค
7.
ทานตองกาเปน
Fan, Follower
ือ
Subscriber บื่อังมอลนขบัค
8
.
ทานตองกาเปนลูกาําา
สตารบัคส
9
.
การเปนลูกาําาบัคนี้
จะเปนประโยชนตอทานในการซื้อสินคาในอนาคต
10.
ทานมีความรูสึกผูกพันกับรานกาแฟสารบัคส
161
สวนที่ 4 ขอมูลเกี่ยวกับความภักีตอตราินคาสตารบัคสของผูบริโภค
คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความคิดเห็นของทานมากที่สุดเพียงชอง
เดียว
ความภักดีตอตราสินคาสตารบัค
ระดับความคิดเห็น
เห็นดวย
อยางยิ่ง
(5)
ห็นดวย
(4)
มแนใ
( 3 )
ห็น
ดวย
(2)
ห็นดวย
อยางยิ่ง
(1)
1.
เมื่อนึกถึงกาแฟ
ทานนึกถึงกาแฟสตารบัคสเปน
อันดับแรก
2
.
ทาน
ดื่ม
กาบัคเปนํา
3
.
ทานยังคง
ื่ม
บัค
มวามีร
สูงขึ้น
4.
ทาน
ซื้อ
ั้
ี่
ตองการดื่มกา
5.
ทานยังคง
ื่ม
บัค
มวามีบุค
อื่นแนะนําใหทาื่มี่หอื่น
6
.
ทาน
จะแนะําื่น
ื่ม
มื่
ทานมีโอกาส
7.
ทมี
สตารบัคส
8.
ทมีื่มั่
สตารบัคส
******* ขอขอบคุณเปนอยางสูงในการตอบแบบสอบถาม *******
162
ภา
ูเชี่ยตรบบสบถา
163
รายนามผูเชี่ยวชาญตรวจแบบสอบถาม
รายชื่อ ตําแหนงและสังกัด
1. รศ. สุพาดา สิริกุตตา รองศาสตราจารย
ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2. อ. วรินทรา ศิริสุทธิกุล อาจารย
ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร
มหิทลัยศรีนินรวิโรฒ
วัติยูท
ประวัติยอผูทาสารนิพนธ
ชื่อ ชื่อสกุล นายสาธิ เรืองสิงห
วันเดือนปเกิด 21 กุมภาพันธ พ.ศ. 2527
สถานที่เกิด ังหวัดกรุงเทพมหานคร
สถานที่อยูจจุบัน บานเลขที่ 99/61 หมู 8 ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา
แขวงทาแรง เขตบงเขนังหวัดกรุงเทพมหานคร
รหัสไปรษณีย 10230
ตําแหนงหนาที่การงานปจจุบัน ิศวกร / เจาหนาที่วางแผนและประวลผลการกสราง
สถานที่ทําานปจุบัน ิษัทิตี้ าํากัด าช
ประวัติการึก
.. 2549 ิศ สาาวิศ
สถันีนานาชาตสิริน วิทาลธรรมศาสตร
.. 2555 ิหารุริจัณิต าขาวิชาการ
าวิทาลีนคินทิโ